หญ้าเนเปียร์
ปัจจุบัน การทำปศุสัตว์กำลังได้รับความนิยมควบคู่กับการทำเกษตรผสมผสานมากขึ้น โดยแบ่งพื้นที่จากที่เคยทำสวนทำไร่เพียงอย่างเดียว แบ่งสันปันส่วนสำหรับเลี้ยงสัตว์สร้างรายได้อีกช่องทาง เช่น การเลี้ยงโค แพะ แกะ ซึ่งสัตว์เหล่านี้กำลังเป็นที่นิยมของตลาด สามารถขายได้ราคา ส่งผลตอบแทนกับผู้เลี้ยงได้ค่อนข้างดีทีเดียว โดยการเลี้ยงให้ประสบผลสำเร็จมีกำไรเพิ่มขึ้น ในเรื่องของการลดต้นทุนการผลิตเป็นอีกสิ่งที่ต้องคำนึงถึง จึงทำให้ผู้เลี้ยงบางรายแบ่งพื้นที่สำหรับปลูกหญ้าสายพันธุ์ต่างๆ โดยเฉพาะหญ้าเนเปียร์ไว้ให้สัตว์ที่เลี้ยงได้กิน ทำให้เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการประหยัดต้นทุนในเรื่องของการซื้อหญ้าเนเปียร์ ซึ่งหญ้าเนเปียร์เป็นพืชอาหารสัตว์ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะมีคุณค่าทางอาหารสูง เมื่อปลูกและมีการจัดการที่ดี หญ้าชนิดนี้สามารถเจริญเติบโตได้เร็วให้ผลผลิตที่สูง เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตลอดทั้งปี และที่สำคัญเมื่อปลูกไปแล้วอายุของหญ้าเนเปียร์สามารถอยู่ได้นานถึง 5 ปี ทำให้การปลูกไม่จำเป็นต้องลงทุนในเรื่องของการซื้อต้นพันธุ์ใหม่ คุณอารีย์ พุ่มมะปราง อยู่ที่บ้านเลขที่ 130 หมู่ที่ 7 ตำบลหัวนา อำเภอเดิมบางนาง
นางผ่องศรี เปี่ยมทอง อายุ 56 ปี ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกหญ้าโคเนื้อเพชรบุรี บ้านน้ำทรัพย์ ต.แก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี กล่าวว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกหญ้าโคเนื้อเพชรบุรี บ้านน้ำทรัพย์ ก่อตั้งเมื่อปลายปี พ.ศ. 2558 ตอนนี้มีสมาชิก 34 คน โดยกลุ่มตั้งขึ้นเพื่อปลูกหญ้าเนเปียร์ขายให้ผู้เลี้ยงโค โดยตอนเริ่มต้นมีพื้นที่ปลูกหญ้าเนเปียร์ 13 ไร่ ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกหญ้าเนเปียร์ 130 ไร่ เดิมทีสมาชิกทั้งหมดประกอบอาชีพเกษตรกรรม แต่เห็นว่าการปลูกหญ้าเนเปียร์มีรายได้ดี จึงรวมตัวกันตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน โดยหญ้าเนเปียร์ที่ปลูกนำพันธ์ุมาจากศูนย์วิจัยพืชอาหารสัตว์เพชรบุรี วิธีปลูกไม่ยาก เริ่มจากนำรถไถ ปรับพื้นที่ ไถแปร และยกร่อง แล้วนำต้นหญ้าเนเปียร์ลงปลูก ใช้เวลานานประมาณ 2 เดือนก็ตัดขายได้ “การปลูกหญ้าเนเปียร์สร้างรายได้ดีมาก พื้นที่ 130 ไร่ ใน 1 ปี กลุ่มสามารถขายหญ้าเนเปียร์ได้เงินประมาณ 4,500,000 บาท หักต้นทุนแล้วกลุ่มจะเหลือกำไรปีละประมาณ 3,000,000 บาท โดยหญ้าเนเปียร์ที่ปลูกจะขายให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโคเนื้อ” นางผ่องศรี เปี่ยมทอง กล่าว ด้าน นายบรรเทิง นวนภักดี ประธานเครือข่า
