หน้าแล้ง
กรมชลประทาน ห่วงข้าวชาวนาขาดน้ำยืนต้นตาย หลังปลูกเกินแผน 3 ล้านไร่ ขอความร่วมมือเกษตรกรพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา 22 จังหวัด ทำนาอย่างประณีต ไม่สูบน้ำเก็บเกินจำเป็น เหตุน้ำต้นทุนมีจำกัด วันที่ 27 ก.พ. 64 นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ขณะนี้มีความเป็นห่วงเกษตรกรที่มีการทำนาในช่วงฤดูแล้ง หลังผลสำรวจล่าสุดมีการทำนาปรัง ปี 2563/64 ทั่วประเทศ จำนวน 4.87 ล้านไร่ เกินแผนมากกว่า 2.97 ล้านไร่ หรือ 156.80% จากแผนการเพาะปลูกที่ตั้งไว้ 1.9 ล้านไร่ โดยเฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 22 จังหวัด มีการทำนาเกินแผนแล้ว 2.786 ล้านไร่ จากที่ไม่ได้กำหนดให้มีการทำนาในฤดูแล้งแต่อย่างใด เพราะปริมาณน้ำต้นทุนมีไม่เพียงพอ ทั้งนี้ กรมชลประทาน ไม่มีน้ำต้นทุนที่จะสนับสนุนการทำนา เกษตรกรต้องใช้น้ำในแหล่งน้ำของตัวเองและแหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่ จากสถานการณ์น้ำที่จำกัดและการทำนาเกินแผนที่กำหนดไว้ ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงที่อาจเกิดความเสียหายต่อนาข้าวใน 45 จังหวัดทั่วประเทศ ที่มีพื้นที่ทำนา 3.621 ล้านไร่ เฉพาะใน 4 จังหวัด คือ พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี และนครศรีธรรมราช มีการทำนาปรังถึง 3.075 ล้านไร่ สำหรับ
กรมควบคุมโรค เตือนประชาชน 8 จังหวัดริมแม่น้ำโขง ระวัง 6 โรคที่มากับภัยแล้ง เมื่อวันที่ 5 ม.ค. กรมควบคุมโรค พยากรณ์โรคและภัยสุขภาพรายสัปดาห์ฉบับที่ 243 (วันที่ 5 ม.ค.-11 ม.ค. 63) ระบุว่า พยากรณ์โรคและภัยสุขภาพสัปดาห์นี้ คาดว่าในช่วงนี้มีโอกาสจะพบผู้ป่วยโรคที่มากับภัยแล้ง เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่เริ่มลดลง ทำให้ประชาชนเริ่มประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค และทำการเกษตร โดยเฉพาะในพื้นที่ 8 จังหวัดริมแม่น้ำโขง ได้แก่ เชียงราย เลย นครพนม หนองคาย มุกดาหาร บึงกาฬ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี กรมควบคุมโรค จึงขอเตือนประชาชน ให้ระวัง 6 โรคที่มากับภัยแล้ง ได้แก่ โรคอุจจาระร่วง โรคอาหารเป็นพิษ โรคบิด อหิวาตกโรค ไข้ไทฟอยด์หรือไข้รากสาดน้อย และไวรัสตับอักเสบเอ ทั้งนี้ แนะนำให้ประชาชนยึดหลัก “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” โดยกินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ ใช้ช้อนกลางเมื่อกินอาหารร่วมกัน หมั่นล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนกินอาหารและหลังการขับถ่าย หากมีอาการท้องเสีย ดูแลเบื้องต้นด้วยการจิบน้ำผสมสารละลายเกลือแร่
“โคราช” ยังแล้งหนัก แหล่งน้ำธรรมชาติแห้งขอด กุ้งหอยปูปลาเสี่ยงสูญพันธุ์ (ชมคลิป) นครราชสีมา-วันที่ 11 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้ที่โรงเรียนบ้านพลจลก ต.มะค่า อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา จะจัดกิจกรรมวันแม่ โดยเชิญชวนผู้ปกครองและเด็กนักเรียนร่วมกันแห่นางแมว และดำนา แต่สภาพอากาศโดยไปของจังหวัดนครราชสีมายังคงมีสภาพอากาศแห้งแล้งและส่งผลให้น้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดเล็กต่างๆในพื้นที่อ.โชคชัย แห้งขอดจนเกือบไม่มีน้ำเหลือ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน กระทบถึงสัตว์น้ำที่อยู่ภายในแหล่งน้ำถูกจับไปเป็นอาหาร ส่วนที่ยังเหลือรอดก็ขาดน้ำจนตายเกือบหมดแล้ว ทำให้ชาวบ้านหวั่นวิตกว่าสัตว์น้ำตามธรรมชาติที่เคยเป็นแหล่งอาหารของชุมชน ทั้งกุ้ง หอด ปู ปลา อาจสูญพันธุ์จากภัยแล้งที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปีนี้ นายบัว ป่องกระโทก อายุ 35 ปี กล่าวว่า ที่คลองยายนวล บ้านกุดจอกน้อย ต.ละลมใหม่พัฒนา อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นคลองน้ำสายย่อยของตำบล ขณะนี้ก็เป็นอีกหนึ่งจุดปริมาณน้ำแห้งขอดตลอดทั้งสาย ทำให้เห็นดินที่อยู่ใต้คลองน้ำที่กำลังแตกระแหง รวมถึงมีเศษซากสัตว์น้ำตายเกลื่อนทั่วบริเวณ ในขณะที่ในส่วนที่ยังมี
แล้งรุนแรง! โคราชประกาศ พื้นที่ภัยพิบัติฝนแล้ง เกษตรเสียหาย 119,851 ไร่ วันที่ 4 ส.ค. คุณปิยะฉัตร อินสว่าง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด (ก.ช.ภ.จ.) ที่ห้องประชุมนางสาวบุญเหลือ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา เพื่อพิจารณาประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ฝนแล้ง ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา คุณปิยะฉัตร เปิดเผยว่า จังหวัดนครราชสีมาได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ฝนแล้ง จำนวน 2 อำเภอ จากทั้งหมด 32 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอครบุรี จำนวน 3 ตำบล 19 หมู่บ้าน มีราษฎรได้รับความเดือดร้อน 1,020 ราย พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย 7,770 ไร่ และอำเภอพระทองคำ จำนวน 5 ตำบล 74 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 13,568 ราย “พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย 112,087 ไร่ รวม 2 อำเภอพื้นที่การเกษตรเสียหายสิ้นเชิง 119,851 ไร่ ส่วนอำเภอที่เหลือได้สั่งการให้ทางเกษตรจังหวัดสำรวจความเสียหายเพื่อประกาศให้ความช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรต่อไป” คุณปิยะฉัตร กล่าว
ยโสธรแล้งจัด ลำน้ำชีแห้ง ข้าวอ่อนยืนต้นตาย 500 ไร่ ชาวบ้านขอรัฐช่วยด่วน วันที่ 20 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ภัยแล้งลามทั่ว จ.ยโสธร ล่าสุดปริมาณน้ำในลำน้ำชีแห้งขอด จนเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ที่ ชาวบ้านคุยตับเต่า หมู่ที่ 5 ต.ขุมเงิน อ.เมืองยโสธร จ.ยโสธรไม่สามารถสูบน้ำจากลำน้ำชีเข้าพื้นที่ทำนาได้ เนื่องจากปริมาณน้ำมีน้อย หรือถ้าสูบได้ต้องรอบ่อน้ำซึมใต้ผิวดินไหลมาสมทบแต่ต้องรอ 2-3 วัน จึงส่งผลให้ต้นข้าวอ่อนที่กำลังเจริญงอกงามสูงเลยผิวดิน ขนาด 30 เซนติเมตร เหี่ยวแห้งตายกว่า 500 ไร่ จากนาข้าวทั้งหมด 1,600 ไร่ ชาวบ้านคุยตับเต่า กล่าวว่า ปกติเดือนกรกฎาคม ปริมาณน้ำจุดหลังวัดบ้านคุยตับเต่า จะอยู่ที่ระดับ 5-6 เมตร ปีนี้ปริมาณน้ำในลำน้ำชีเหลือ 30 เซนติเมตรเท่านั้น และสามารถเดินข้ามได้ ลำบากมากปีนี้ กระทบมากในการทำนา และอาชีพหาปลา นายสมคิด ประสมศรี ผู้ใหญ่บ้านบ้านคุยตับเต่าหมู่ที่ 5 ตำบลขุมเงิน อำเภอเมืองยโสธร กล่าวว่า มีราษฎรจำนวน 145 ครอบครัว ส่วนใหญ่ประชาชนมีอาชีพทำนา และหาปลาขายส่งตลาดในตัวเมืองยโสธร ลูกบ้านที่มีที่นาอยู่ใกล้คลองส่งน้ำก็พอจะสูบน้ำไปหล่อเลี้ยงต้นข้าวได้แต่ก็พอประทัง ส่วนนาข้าว
แพงก็สู้! แม่ค้าส้มตำกัดฟัน ไม่ใช้ “มะนาวขวด” กลัวลูกค้าหนี ได้ไม่คุ้มเสีย จากสภาพอากาศหน้าแล้ง ส่งผลให้มะนาวขาดตลาด และปรับราคาขึ้น จาก 7 กิโลกรัมขาย 100 บาท มาเป็นกิโลกรัมละ 100 บาท พ่อค้า-แม่ขาย จำนวนไม่น้อย ได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า โดยเฉพาะร้านค้าที่ต้องใช้มะนาวเป็นวัตถุดิบหลักอย่างเลี่ยงไม่ได้ วันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสลงพื้นที่ สำรวจความคิดเห็นของพ่อค้าแม่ค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ว่ามีการปรับตัวอย่างไร คุณปาจารี ดีสร้อย อายุ 46 ปี แม่ค้าขายส้มตำเจ๊ไร ปากซอยวิภาวดีรังสิต 42 ให้ข้อมูลว่า ได้รับผลกระทบเต็ม ๆ จากปัญหามะนาวขึ้นราคา แต่ต้องยอมเพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมเพราะราคามะนาวในตอนนี้ราคาพุ่งขึ้นสูงถึงกิโลละ 100 บาท จากเดิมมะนาวมีราคา 7-8 กิโล เพียง 100 บาทเท่านั้น ถือว่าเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว แต่ก็ต้องยอมจ่ายเพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิม ไม่นำ “มะนาวขวด” มาใช้ เพราะรสชาติแตกต่างกัน ลูกค้าสามารถรับรู้ได้ทันที ส่งผลให้รสชาติส้มตำแย่ลง นับเป็นการได้ไม่คุ้มเสีย คุณจำปี พฤฒามาตย์ อายุ 48 ปี เจ้าของร้านน้ำแห่งหนึ่งในซอยวิภาวดี แสดงความเห็นว่า ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก เ
