หมอนยางพารา
พินิจ นำทีมชุมนุมสหกรณ์สวนยางบึงกาฬชี้แจงสื่อ ถึงปัญหาความล่าช้าในการก่อสร้างโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางพารา มูลค่ากว่า 193 ล้านบาท ว่าเกิดจากความบกพร่องของระบบราชการ ไม่ใช่ประเด็นปัญหาทุจริต วันที่ 11 ก.ย. 2563 นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ นำทีมคณะกรรมการชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยางจังหวัดบึงกาฬ จำกัด ประกอบด้วย นายแน่น จำปาศรี ประธานชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยางจังหวัดบึงกาฬ จำกัด นายเกษตร สิทธิไกรพงษ์ ที่ปรึกษา และนายชูศักดิ์ สุทธิศรี ผู้จัดการโรงงานแปรรูปหมอนและที่นอนยางพารา รวมทั้งนายนิพนธ์ คนขยัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ (อบจ.บึงกาฬ) ตั้งโต๊ะแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาความล่าช้าในการก่อสร้างโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางพารา ของจังหวัดบึงกาฬ คณะกรรมการชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยางจังหวัดบึงกาฬ จำกัด ร่วมกันให้ข้อมูลว่า ชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยาง จังหวัดบึงกาฬ จำกัด ถูกจัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบริหารจัดการเกี่ยวกับยางพาราให้เกิดประสิทธิภาพทุกมิติ ที่ผ่านมา เกษตรกรขายยางก้อนถ้วยในราคาต่ำ เพราะไม่มีการวัดค่าเปอร์เซ็
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ปล่อยสินเชื่อปลอดดอกฝากหมอนยางพารา ช่วยเหลือสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง วิสาหกิจชุมชนที่ผลิตหมอนยางพาราที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 นางณพรัตน์ วิชิตชลชัย รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ด้านอุตสาหกรรมยางและการผลิตยาง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ส่งผลให้ภาคการผลิต การตลาด และการส่งออกหยุดชะงักไป รวมถึงกลุ่มผู้ผลิตหมอนยางพารา ซึ่งได้รับผลกระทบเนื่องจากประเทศจีนซึ่งเป็นลูกค้ารายสำคัญชะลอการท่องเที่ยวในประเทศไทย และการสั่งซื้อหมอนยางพารา จึงจัดทำโครงการพัฒนาความร่วมมือการผลิตและการตลาดอุตสาหกรรมยางพารา (สินเชื่อฝากหมอนยางพารา) ให้กับสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง วิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตหมอนยางพาราที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ขยายกำลังการผลิต และส่งเสริมสนับสนุนให้มีการใช้ยางภายในประเทศ โดยการแปรรูปยางเพื่อเพิ่มมูลค่า รวมถึงเพิ่มช่องทางจำหน่ายยางให้มากขึ้น ซึ่ง กยท. จะปล่อยสินเชื่อปลอดดอกเบี้ย ให้กับสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางหรือวิสาหกิจชุมชน ที่ได้รับการอนุมัติวงเงินตามปริมาณสต๊อกหมอนยางที่มี โดยใช้เกณฑ์คุณภาพหมอนยางพา
สืบเนื่องจาก การยางแห่งประเทศไทย หรือ กยท. ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการผลิตหมอนยางพารา กับสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางพารา และภาคเอกชนอย่างบริษัท เลย์เทกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ในการผลิตและร่วมมือทางการตลาด เพื่อจัดตั้งแบรนด์กลางของ กยท. พัฒนากระบวนการผลิต เพิ่มช่องทางในการทำตลาดและส่งออกเพื่อเพิ่มมูลค่ายางพาราให้สูงขึ้น โดยหลังจากได้ลงพื้นที่เพื่อไปอบรมให้ความรู้กับสถาบันเกษตรกร ให้สามารถผลิตหมอนยางพาราให้ตรงตามมาตฐานการส่งออกไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมาจากโครงการนำร่องที่ชื่อว่า “นครศรีโมเดล” นั้น ล่าสุด ผลิตภัณฑ์รุ่นแรกของเกษตรกรซึ่งถูกพัฒนาโดยกลุ่มสถาบันเกษตรกรทั้งสิ้น 8 แห่งจากทั่วประเทศได้เสร็จสมบูรณ์ พร้อมออกแสดงสู่สาธารณะชนแล้ว โดยมีการจัดแสดงรุ่นแรกภายในงาน “GLOBAL RUBBER LATEX & TYRE EXPO” หรือ GRTE 2018 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้านานาชาติที่เกี่ยวกับนวัตกรรมเทคโนโลยี ซึ่งผู้ร่วมงานหลักเป็นกลุ่มนักธุรกิจส่งออกและนำเข้าที่เดินทางมาจากทั่วทุกมุมโลก และได้รับการตอบรับที่ดีอย่างมากจากกลุ่มนักธุรกิจต่างประเทศที่มาติดต่อ เพื่อขอเป็นตัวแทนจำหน่ายแล้วหลายราย โดยช่วงแรกที่นำสินค้าออกสู่
“ปัญหายางพาราราคาตกต่ำ” ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมานี้ ภาครัฐและเกษตรกรพยายามที่หาทางรอด ด้วยการเปลี่ยนพืชหลักใหม่ๆ เช่น ปาล์ม ทุเรียน หรือพืชชนิดอื่นๆ หรือเปลี่ยนอาชีพไปเลย หรือพยายามต่อสู้ต่อด้วยการเพิ่มมูลค่าน้ำยางพาราด้วยการนำไปทำผลิตภัณฑ์อื่นๆ ถ้าโปรเจ็กต์ยักษ์น่าจะเป็นการทำถนนที่ภาคใต้ ที่เห็นค่อนข้างเกร่อเต็มตลาดคือ ทำหมอนยางพารา ด้วยตลาดมีความต้องการทั้งในและต่างประเทศ จึงมีการผลิตตามๆ กัน แข่งขันกันด้วยราคา ไม่คำนึงถึงคุณภาพที่ได้มาตรฐาน การผลิตที่ได้คุณภาพเป็นที่ยอมรับและพยายามมองหาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จึงเป็นโจทย์ที่ท้าทายผู้ผลิตที่สามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืน เริ่มต้นพึ่งตนเอง ไม่กู้ธนาคาร เน้นกระจายรายได้ชุมชน มีรายได้ปันผลทันที คุณเกรียงไกร เทพินทร์อารักษ์ ประธานสหกรณ์ยางพาราเนินดินแดงตราด จำกัด เล่าว่า เดิมสหกรณ์ของกลุ่มยางพาราเนินดินแดง ตั้งขึ้นเมื่อปี 2555 ช่วยเหลือเกษตรกรผลิตยางรมควันขาย แต่เห็นว่ายังเป็นการแก้ปัญหาที่กลางน้ำ เพราะไม่สามารถกำหนดราคาได้ จากข้อมูลการผลิตยางพาราวัตถุดิบส่งต่างประเทศ 90% และนำมาแปรรูปในประเทศเพียง 10% เป็นการเสียโอกาสอย่างยิ่ง ดังนั้น ในเดือนตุลาคม 2
