หมอแสง
“M HERBS” ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสูตรหมอแสง ราคาพรีเมี่ยม แต่แจกฟรีเพื่อคนจน บริษัท เนเจอร์ เฮิร์บ อินเตอร์เนชั่นแนลโฮลดิ้ง จำกัด ผู้นำด้านสมุนไพรบำรุงร่างกาย เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร M HERBS (เอ็ม เฮิร์บ) สูตรหมอแสง และผู้อยู่เบื้องหลังการแจกสมุนไพรของหมอแสงมายาวนานกว่า 10 ปี ด้วยการสนับสนุนด้านทุนทรัพย์มาโดยตลอด ปัจจุบันยังคงเดินหน้าแจก เอ็ม เฮิร์บ ฟรีร่วมกับหมอแสงให้กับผู้ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ คุณนันทวรรณชยา ภาจิตประพันธ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท เนเจอร์ เฮิร์บ อินเตอร์เนชั่นแนลโฮลดิ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร M HERBS สูตรหมอแสง เปิดเผยว่า บริษัทมีพันธสัญญาทางใจในการช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีรายได้น้อยให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ด้วยการสนับสนุนหมอแสงในการแจกสมุนไพรมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ก่อนจะมาเป็น เอ็ม เฮิร์บ สูตรหมอแสงในปัจจุบัน ทั้งนี้ ได้นำขึ้นทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ผ่านการรับรองระบบประกันคุณภาพจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และมาตรฐานการผลิต GMP HACCP และตราสัญลักษณ์เครื่องหมายฮาลาล เพื่อส่งต่อสุขภาพดีแก่ผู้ป่วยที่
หลังจากกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ออกมาประกาศผลการตรวจสอบสารสำคัญในสมุนไพรสูตร นายแสงชัย แหเลิศตระกูล หรือ หมอแสง หมอพื้นบ้าน ที่ผ่านการรับรองจากกรมการแพทย์แผนไทยฯว่าไม่มีผลต่อการยับยั้งมะเร็ง โดยสูตรดังกล่าวหมอแสงระบุว่า ประกอบด้วย ข้าวเย็นเหนือ ข้าวเย็นใต้ ดอกพิลังกาสา เห็ดกระถินพิมาน รำข้าวนาปี เป็นต้น ทันทีที่ประกาศผลตรวจสอบ ปรากฏว่าหมอแสงได้ตั้งเงื่อนไขในการแจกว่า อาจแจกแคปซูลสมุนไพรให้ผู้ป่วยอีก 1-2 เดือน หลังจากนั้นจะไม่แจกแล้ว จนกว่าประชาชนผู้ป่วยจะไปขออนุญาตจากสถาบันมะเร็งฯ หรือกรมการแพทย์ เพื่อนำรายชื่อที่ได้รับการอนุญาตมารับสมุนไพรสูตรนี้ จึงแจกต่อให้ เพราะยังมองว่าสูตรสมุนไพรของตนเป็นความหวังของผู้ป่วย แต่ก็ไม่อยากขัดต่อกระแสสังคมบางส่วนที่ออกมาโจมตี ล่าสุดทางเพจ หมอแสง ปราจีนบุรี จะมีการเปิดเผยผลศึกษาของทางศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ว่า มีส่วนในการยับยั้งมะเร็งก็ตาม เกิดคำถามว่า สุดท้ายประชาชนควรเชื่อสิ่งไหน หรือต้องเดินไปทิศทางใด เพราะอย่าลืมว่า ผู้ป่วยมะเร็ง ยิ่งผู้ป่วยระยะ
วันนี้ 25 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า หลังจากที่ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึง การที่ได้นำตัวยาสมุนไพรของนายแสงชัย หรือหมอแสง แหเลิศตระกูล มาทดลองในลักษณะที่มีตัวยาเข้มข้นต่างแยกเป็นที่อยู่ในสารน้ำในเลือด และปริมาณที่เข้มข้นสูงๆ แล้วนำสมุนไพรนี้ไปทดลองกับเซลล์มะเร็ง 7 แบบ คือมะเร็งเต้านม 3 ชนิดมะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะผลการทดลองในหลอดทดลองพบว่าฤทธิยาของหมอแสงไม่สามารถยับยั้งเซลมะเร็งได้ แต่กรมการแพทย์ไทยฯ ได้ศึกษาต่อในเรื่องของคุณภาพชีวิตก็พบว่าสามารถใช้ได้ นายแสงชัยหรือหมอแสงกล่าวว่าไม่ว่าผลจะออกมายังไงยืนยันว่าจะเดินหน้าแจกยาให้แก่ผู้ป่วยต่อไปเหมือนเดิม และครั้งนี้ (วันที่ 5-6 พ.ค.)จะแจกยาที่เตรียมไว้ถึงสี่แสนเม็ด นั้น บรรยากาศที่ สภ.เมืองปราจีนบุรี ที่ผู้ป่วยหรือญาติของผู้ป่วยมะเร็ง ต้องมาแจ้งความและยื่นเรื่องลงบันทึกประจำวันก่อนขอรับยาในการรักษากับหมอแสง พบว่ามีประชาชนทยอยมาดำเนินการลงบันทึกประจำวันในการรักษามะเร็งอย่างต่อเนื่องไม่สนใจกรมการแพทย์ฯที่ออกมาระบุตัวยาสมุนไพรของหมอแสงไม่สามารถยับยั้งหรือฆ่าเซลมะเร็งได้แต่อย่าง
จากกรณีกรมการแผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ได้สรุปผลการตรวจสอบ ยาสมุนไพรรักษามะเร็งของหมอแสง และพบว่า ไม่มีฤทธิ์ฆ่ามะเร็งได้ตามเกณฑ์ แต่พบว่าสมุนไพรดังกล่าวไม่ได้มีพิษหรือเป็นอันตรายต่อร่างกาย และต่อมาพบว่า หมอแสงประกาศจะขอแจกนี้ยางวดนี้เป็นครั้งสุดท้าย ถ้าใครอยากจะกินต่อต้องไปขึ้นทะเบียนกับสถาบันโรคมะเร็งเท่านั้น ถึงจะมารับยาได้นั้น ล่าสุดพบว่ากลุ่มเฟสบุ๊ก “หมอแสง ปราจีนบุรี” ได้มีการโพสต์ใบรับรองใบหนึ่ง พร้อมข้อความว่า “มีใบรับรองผลการวิจัยจากไบโอเทคชัดเจนว่าเห็ดกระถินพิมานที่เป็นส่วนผสมของยาหมอแสงสามารถฆ่าเชื้อมะเร็งได้ผลชัดเจน ..เพราะสถาบันไบโอเทค ของกระทรวงวิทยาศาสตร์ เคยทำการวิจัย เรื่องเห็ดกระถินพิมาน ร่วมกับคฐาฟาร์ม แล้วผลออกมา สามารถฆ่าเชื้อมะเร็งได้ถึง 79.64% แต่น่าแปลกใจที่กระทรวงสาธารณสุขกลับวิจัยไม่ผ่าน ไม่ทราบว่าผลการวิจัยของสาธารณสุขมีความบริสุทธิ์ใจ หรือไม่”
เมื่อวันที่ 7 ก.พ. นพ.ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า วันนี้นายแสงชัย แหเลิศตระกูลหรือหมอแสง ได้ส่งเอกสารที่ยังขาดอยู่ 2 ชิ้น คือ เอกสารการรับรองของคนในชุมชนที่ไม่น้อยกว่า 10 คนขึ้นไป และเอกสารการยอมรับของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.)มาให้เจ้าหน้าที่แล้ว เมื่อเอกสารครบทาง นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯได้ลงนามเซ็นออกใบรับรองให้แก่ นายแสงชัยได้เป็นหมอพื้นบ้านอย่างถูกต้องแล้ว ไม่กังวลเรื่องการออกเอกสารรับรองเร็ว สิ่งนี้ถือเป็นขั้นตอนการพิจารณาอยู่แล้ว ที่ผ่านมาได้มีการพิจรณาเอกสารครบเกือบทั้งหมดแล้วขาดเพียงสองชิ้นนี้ เมื่อได้เอกสารมาก็สามารถเซ็นรับรองได้เลย อ่าน:‘หมอแสง’ ลั่น! ‘จะเลิกผลิตยามะเร็ง’ เสียใจ ‘กรมแพทย์แผนไทย’ พูดกลับไปมา นพ.ปราโมทย์กล่าวต่อว่า การออกใบรับรองหมอพื้นบ้านก็เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติและยกระดับหมอพื้นบ้านที่มีความรู้ความสามารถในการส่งเสริมและดูแลสุขภาพของประชาชนในท้องถิ่น แต่ต้องดำเนินการมาไม่น้อยกว่า10ปีด้วยภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยหรือการแพทย์พื้นบ้าน หมอพื้นบ้านและแพทย์พื้นบ้านแตกต่างกัน เพรา
เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (3 ก.พ.) ประชาชนทั่วสารทิศ รวมทั้งชาวต่างชาติ เช่น จีน พม่า ลาว กัมพูชา ทั้งผู้ป่วย ญาติผู้ป่วย เริ่มทยอยเดินทางมายืนคิว 4 แถว ยาวกว่า 1 กิโลเมตร เพื่อรอเรียกคิวเข้าทำการรับยาสมุนไพรรักษามะเร็งจาก นายแสงชัย แหเลิศตระกูล หรือ หมอเเสง ซึ่งล่าสุดได้รับรองเป็นหมอพื้นฐาน และมีการนำยาไปทดลองในเชิงวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม โดยพบว่าประชาชนได้พากันเดินทางมาปักหลักรอตั้งแต่ก่อนวันที่จะเริ่มแจกยา ซึ่งนับวันจะยิ่งหลั่งไหลมาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยพบว่า สมาชิกเฟซบุ๊ก ใครไม่เจ๋ง กูเจ๋ง ได้โพสต์ภาพบรรยากาศในช่วงก่อนฟ้าสาง ซึ่งพบว่ามีรถจำนวนมาก รอต่อแถวเพื่อรับยาในช่วงเช้า ผู้โพสต์ระบุว่า “#คืนนี้ที่ปราจีนบุรี_ความหวังยามค่ำคืน ภาพบรรยากาศ (บางส่วน) ของผู้คนที่มารอรับยาสมุนไพรของหมอแสง หลายหมื่นคนจริงๆ ตัวผมเองก็จอดรถไว้ห่างจากบ้านหมอแสงประมาณ 3 กิโลเมตร (ใกล้กว่านั้นไม่มีที่จอดแล้ว 😩) ไกลหน่อย แต่มีมอไซด์รับจ้างราคาถูกวิ่งไม่ขาดสาย 👍 ผมเองก็มารับให้แม่ และจัดอยู่ในข้อญาติผู้ป่วยใหม่รับแทน เริ่มรับยาได้ตอนตี 3 เป็นต้นไป (นี่ก็เที่ยงคืนครึ่งละ 😵 ) แถวที่ผมอยู่ (ญาติรับแทน) ก็ยาวประ
