หมูเถื่อน
แม็คโคร ยืนยันให้ความร่วมมือ DSI ย้ำรับซื้อถูกต้อง ไร้หมูเถื่อน ตรวจย้อนได้ 100% ล่าสุด วันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 เพจเฟซบุ๊ก แม็คโคร คู่คิดธุรกิจคุณ ได้ออกมายืนยันว่า “แม็คโครยืนยันให้ความร่วมมือ DSI ย้ำรับซื้อถูกต้อง ไร้หมูเถื่อน ขั้นตอนมีมาตรฐาน ตรวจสอบย้อนกลับได้ 100%” พร้อมหนังสือประกาศ ดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อบริษัท
ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตและปรับปรุงพันธุ์สัตว์เศรษฐกิจ ม.เกษตรฯ เตือน “หมูเถื่อน” อันตราย เสี่ยงสารปนเปื้อน สารเร่งเนื้อแดง แนะผู้บริโภค เลือกซื้อเนื้อหมูอย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงด้านสุขภาพ พร้อมย้ำ หมูเถื่อน ทำลายความมั่นคงทางอาหารของไทย รศ.ดร.ศกร คุณวุฒิฤทธิรณ ภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า หมูเถื่อน คือ เนื้อหมูที่นำเข้ามาในประเทศอย่างผิดกฎหมาย ไม่ผ่านกระบวนการหรือมาตรการตรวจสอบคุณภาพ แหล่งที่มา การปนเปื้อน ความสะอาด และความปลอดภัย นอกจากไม่รับผิดชอบต่อผู้บริโภคแล้วยังไม่รับผิดชอบต่อธุรกิจและอุตสาหกรรมภายในประเทศ หมูเถื่อน ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการบริโภคและตลาดภายในประเทศ ทำให้ความต้องการใช้ผลผลิตในประเทศลดลง กระทบต่อเนื่องมายังอุตสาหกรรมการเลี้ยงการผลิต มีผลต่อรายได้ของเกษตรกร บั่นทอนความเชื่อมั่นและความสามารถในการผลิต เพราะผู้ผลิตสูญเสียโอกาสและกำไรจากการค้า ไม่มีแรงจูงใจในการขับเคลื่อนกิจการ ในระยะยาวการผลิตจะหายไป ประเทศไทยจะกลายเป็นเพียงผู้ที่ซื้อมาและขายไป ไม่มีความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) สำหรับผู้ประกอบการที่ซื้อสินค้าลักลอบนำเข้าเพื่อจำ
แม็คโคร ให้ความร่วมมือ DSI เข้าตรวจ หลังหน่วยงานภาครัฐเข้าตรวจคลังสินค้า พบการรับซื้อสินค้าถูกต้อง ยืนยันไร้หมูเถื่อน ขั้นตอนมีมาตรฐาน ตรวจสอบย้อนกลับได้ 100% แม็คโครชูจุดยืนดำเนินธุรกิจโปร่งใส ให้ความร่วมมือภาครัฐในการตรวจสอบเชิงรุก มั่นใจนโยบายการจัดซื้อสินค้ามีมาตรฐาน ตรวจสอบย้อนกลับได้ 100% ยืนยันไม่สนับสนุนสินค้านำเข้าผิดกฎหมาย และเดินหน้าส่งเสริมเกษตรกรไทย โดยเน้นการรับซื้อจากผู้ผลิตในประเทศเป็นหลัก จากการเชิญหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กรมปศุสัตว์ กรมการค้าภายใน สาธารณสุขจังหวัด เป็นต้น เข้าตรวจเยี่ยมศูนย์กระจายสินค้าแม็คโคร มหาชัย และวังน้อย เมื่อวันที่ 15 และ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เพื่อตรวจสอบการดำเนินการและเอกสารรับซื้อ ซึ่งพบว่าสินค้าเนื้อหมู ตับหมู ทั้งหมดมีความปลอดภัย ได้คุณภาพตามมาตรฐาน และมีแหล่งที่มาตรวจสอบย้อนกลับได้ทั้งหมด ล่าสุดแม็คโครได้ให้ความร่วมมือกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ในการเข้าตรวจสอบที่สำนักงานใหญ่ นำเสนอขั้นตอนการรับซื้อและกระบวนการตรวจสอบคุณภาพสินค้า พร้อมเอกสารการรับซื้อถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ เนื้อหมู และชิ้นส่วนหมูทั้งแช่เย็นและแช่แข็ง ที่จำหน่ายผ่านแม็คโคร
แม็คโครเชิงรุก เชิญปศุสัตว์ตรวจเยี่ยมศูนย์กระจายสินค้า ไร้หมูเถื่อน พร้อมสนับสนุนภาครัฐเต็มที่ โปร่งใส ตรวจสอบย้อนกลับได้ 100% แม็คโครย้ำจุดยืนดำเนินธุรกิจเคียงคู่กับการส่งเสริมเกษตรกรไทย ด้วยนโยบายการจัดซื้อสินค้าที่ได้คุณภาพมาตรฐาน ตรวจสอบย้อนกลับได้ 100% พร้อมสนับสนุนภาครัฐในการตรวจสอบอย่างโปร่งใส ล่าสุด แม็คโครได้เชิญปศุสัตว์จังหวัดสมุทรสาคร เข้าเยี่ยมชมคลังสินค้าอาหารสด เพื่อตรวจสอบการดำเนินการและเอกสารการรับซื้อ พบว่า สินค้าเนื้อหมูและตับหมูทั้งหมดที่มีอยู่ในคลังสินค้าดังกล่าว มีคุณภาพได้มาตรฐาน ปลอดภัย และมีแหล่งที่มาตรวจสอบย้อนกลับได้ทั้งหมด ทั้งนี้ เนื้อหมูที่จัดจำหน่ายผ่านแม็คโครทุกสาขา ได้รับการรับรองปศุสัตว์ OK จึงยืนยันได้ถึงการส่งมอบสินค้าที่สด สะอาด ปลอดภัยต่อผู้บริโภค ตามเกณฑ์ปฏิบัติของกรมปศุสัตว์ รวมทั้งตรวจสอบย้อนกลับได้ 100%
แม็คโคร ยันเลิกซื้อหมูจาก “เว้ลท์ซี่ แอนด์ เฮ็ลธ์ซี่ ฟู้ดส์” ตั้งแต่ปี 2565 วันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 แม็คโคร ออกแถลงการณ์ร่วมประณามการนำเข้าหมูเถื่อนทำลายเกษตรกร ของบริษัท เว้ลท์ซี่ แอนด์ เฮ็ลธ์ซี ฟู้ดส์ และยินดีร่วมกับภาครัฐในการตรวจสอบอย่างโปร่งใส 100% เพราะไม่ได้ซื้อเนื้อหมูจากบริษัทนำเข้าดังกล่าวตั้งแต่กลางปี 2565 “แม็คโคร ย้ำจุดยืนดำเนินธุรกิจเคียงคู่ไปกับการส่งเสริมเกษตรกรมาโดยตลอด และไม่สนับสนุนการกระทำผิดกฎหมาย และขอประณามการนำเข้าหมูเถื่อนที่ผิดกฎหมาย อันส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในประเทศ ด้วยความมุ่งมั่นดังกล่าว บริษัทจึงได้มีการกำหนดนโยบายการจัดซื้อสินค้าที่ได้คุณภาพมาตรฐาน ถูกต้องตามกฎหมายและตรวจสอบย้อนกลับได้ ให้กับผู้ผลิตและคู่ค้าทุกรายยึดถือปฏิบัติ พร้อมทั้งมีกระบวนการตรวจสอบอย่างเคร่งครัด และยินดีร่วมกับภาครัฐในการตรวจสอบอย่างโปร่งใส ทั้งนี้ สืบเนื่องจากกรณีที่มีข่าวเกี่ยวกับ บริษัท เว้ลท์ซี่ แอนด์ เฮ็ลธ์ซี ฟู้ดส์ ซึ่งเป็นบริษัทนำเข้าเนื้อสุกรแช่แข็งที่ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษจับกุมเมื่อเร็วๆ นี้ แม็คโคร ขอเรียนชี้แจงว่า ในปัจจุบันทางบริษัทฯ มิได้ซื้อเนื้อหมูจากบริษัท
ผู้เลี้ยงหมูโอดราคาหมูตกต่ำ ขายไม่ถึง 60 บาท ซ้ำเติมเกษตรกรขาดทุนต่อเนื่องนานกว่า 6 เดือน วอนรัฐหาทางแก้ปัญหารอบด้าน หมูเถื่อน-อาหารสัตว์พุ่ง หวังช่วยต่อลมหายใจเกษตรกรก่อนถอดใจเลิกเลี้ยง เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้เลี้ยงสุกรได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากราคาหมูหน้าฟาร์มตกต่ำกว่าต้นทุนการผลิต ซึ่งราคาเฉลี่ยของสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติของเดือนมิถุนายน 2566 ประกาศไว้ที่ 90.57 บาทต่อกิโลกรัม แต่เกษตรกรขายได้จริงไม่ถึง 60 บาทต่อกิโลกรัม โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยและรายเล็กได้รับผลกระทบสูง ซึ่งหลายรายทั้งพื้นที่ภาคอีสานและภาคอื่นๆ ต้องเลิกเลี้ยงเพื่อลดความเสี่ยงจากขาดทุนสะสม ปัจจัยที่กระทบหนักที่สุดตอนนี้ คือ วัตถุดิบอาหารสัตว์ ซึ่งเป็นผลกระทบต่อเนื่องมาจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ตั้งแต่ต้นปี 2565 ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันทำให้ราคาสูงขึ้นกว่า 30% และล่าสุดรัสเซียประกาศไม่รับรองความปลอดภัยเรือขนส่งสินค้าที่ไปยังท่าเรือยูเครน เริ่มมีผลให้ราคาธัญพืชและวัตถุดิบอาหารสัตว์หลักโดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
ลักลอบ หมูเถื่อน กระทบทั้งระบบ เตือน ร้านชาบู หมูกระทะ อย่าเห็นแก่ของถูก เพื่อลดต้นทุน ผศ.น.สพ. ณัฐวุฒิ รัตนวนิชย์โรจน์ อดีตรองคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า หมูเถื่อน หรือ หมูลักลอบนำเข้าลักษณะเป็นหมูกล่อง ที่ยังคงเป็นข่าวจับกุมอยู่อย่างต่อเนื่องในขณะนี้ ซึ่งการตรวจสอบคุณภาพหมูเถื่อนทำได้ยาก หากหลุดมาจำหน่ายถึงมือผู้บริโภค จะทำให้ผู้บริโภคมีความเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายจากสารพิษตกค้างและสารปนเปื้อน เพราะอุตสาหกรรมการเลี้ยงหมูในหลายประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา บราซิล ยังคงอนุญาตให้ใช้สารเร่งเนื้อแดง โดยเฉพาะชนิดแรคโตพามีน (Ractopamine) หากหมูเถื่อนมาจากประเทศดังกล่าว นอกจากจะส่งผลต่อผู้บริโภคโดยตรง ยังส่งผลต่อความน่าเชื่อถือในอุตสาหกรรมการเลี้ยงหมูของไทย อุตสาหกรรมการเลี้ยงหมูของไทยมีมาตรฐานที่สูงมาก โดยได้ยกเลิกการใช้สารเร่งเนื้อแดงมานานกว่า 20 ปี เป็นไปตามประกาศในกฎกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2545 “ห้ามใช้สารเร่งเนื้อแดงในการเลี้ยงหมูอย่างเด็ดขาด” ผู้ใดลักลอบใช้ถือว่าผิดกฎหมายมีโทษหนักทั้งจำทั้งปรับ สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในมาตรฐานการผลิตและความป
“หมูเถื่อน” เหิมเกริมนำเข้าหนัก ทำผู้เลี้ยงหมูกระอัก ราคาดิ่ง หมูมีชีวิตเหลือ 72-73 บาท/กก. ขณะที่ต้นทุนเกือบ 100 บาท/กก. ขาดทุนยับ ประชุมด่วนร้องตั้งคณะทำงาน 3 ฝ่ายแก้ปัญหา หากไม่ได้รับการแก้ไขเตรียมแจ้งความ-ร้อง DSI-ป.ป.ช.เอาผิด นายนิพัฒน์ เนื้อนิ่ม อุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ในฐานะนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกร เขต 7 และนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรจังหวัดราชบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้เลี้ยงสุกรได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก จากการนำเข้าหมูเถื่อนจากต่างประเทศที่มีอย่างมโหฬาร ผ่านแหล่งต้นทางใหญ่นำเข้าผ่านท่าเรือแหลมฉบัง ส่งผลให้ราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มซื้อขายกันจริงดิ่งลงเหลือเพียง 72-73 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ต้นทุนผู้เลี้ยงรายย่อยตกเกือบ 100 บาทต่อกิโลกรัม ผู้เลี้ยงรายกลางต้นทุนอยู่ที่ 80 บาทต่อกิโลกรัม และต้นทุนรายใหญ่อยู่ที่ 70 กว่าบาทต่อกิโลกรัม และราคายังมีทิศทางดิ่งลงอีก สวนทางกับต้นทุนราคาอาหารสัตว์ทั้งข้าวโพดและถั่วเหลืองที่ปรับราคาสูงขึ้น ขณะที่กำลังการบริโภคลดลง แม้การท่องเที่ยวจะเริ่มฟื้นตัว แต่การบริโภคยังน้อย ส่งผลให้ผู้เลี้ยงรายเล็กและรายกลางที่กำลังเริ่มฟื้นตัวจากโรคอหิวาต์แอฟริกัน
