หม้อไฟ
เจ้าแรกกลางไนท์มาร์เก็ต! แก๊งเพื่อนรวมตัว เปิดร้านหม่าล่า หม้อไฟเริ่มไม้ละ 10 บาท เคี่ยวน้ำซุปนาน 6 ชั่วโมง ปกติเราจะเห็นร้านหม่าล่าหม้อไฟเปิดให้บริการอยู่ในตึก นั่งในห้องแอร์ ซดน้ำซุปรสเผ็ดร้อนกันแบบเหงื่อไม่ตก คราวนี้มิติใหม่ ร้านหม่าล่าหม้อไฟกลางตลาดไนท์มาร์เก็ตเจ้าแรก ซินซิน หม่าล่า ฮอตพอต (Xin xin Mala Hotpot) ที่ได้กลุ่มเพื่อนซี้รวมตัวกันเปิดในตลาดจ๊อดแฟร์ พระราม 9 โซนใหม่ นับเป็นการสร้างสีสัน สร้างความแปลกใหม่ให้กับตลาดกลางคืนได้เป็นอย่างดี และถึงแม้จะเปิดมาได้เพียง 3 เดือน แต่ร้านก็เป็นที่นิยมในกลุ่มลูกค้าทั้งคนไทยและต่างชาติ จากน้ำซุปรสเด็ด สุดเข้มข้นที่ผ่านกรรมวิธีการปรุงอย่างพิถีพิถัน และเมนูหมุนเวียนประมาณ 80 รายการ ในราคาเริ่มต้นไม้ละ 10 บาท ซึ่งบางอย่างมีต้นทุนสูง แต่เพื่อคุณภาพและความอร่อย ได้กำไรนิดๆ หน่อยๆ ก็ยอม จุดเริ่มต้นของ ซินซิน หม่าล่า ฮอตพอต มีจุดประกายมาจากการได้ลองชิมหม่าล่าร้านต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ แต่ยังไม่เจอรสชาติที่ถูกปาก ด้วยชอบทำอาหาร คุณอิน-พิมพ์พนิต อินทร์มงคล จึงได้เริ่มปรับสูตร และร่วมกันเปิดร้านกับเพื่อนๆ เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา “เรา
ถอดสูตรสำเร็จ สุกี้จินดา ทำอย่างไร ให้เติบโตตลอด 3 ปี สร้างรายได้สาขาละ 6 หลักต่อเดือน พูดถึง “สุกี้จินดา” เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะร้านนี้กำลังโด่งดัง และได้รับความนิยมจากนักกินทั้งหลาย อะไรคือสิ่งสำคัญทำให้ร้านสุกี้จินดาทัชใจคนไทย จนสามารถสร้างรายได้สาขาละ 6 หลักต่อเดือน มาหาคำตอบกับ คุณดา-นพรดา วาวีเจริญสิน อดีตมัคคุเทศก์นำเที่ยว เจ้าของร้านในปัจจุบันกันได้เลย เริ่มจาก หม้อไฟคนเหงา แม้ว่าคุณจะมาคนเดียว ก็ไม่ต้องกลัวเขิน เพราะสุกี้จินดาให้บริการหม้อคนเหงา โดยจัดที่นั่งแบบโต๊ะยาวหันหน้าเข้าหากันเรียกว่าคุณจะมีเพื่อนร่วมโต๊ะเป็นสิบๆ คน ส่วนตรงกลางมีสายพานคอยหมุนเวียนเสิร์ฟเมนู แค่รอของที่อยากกินหมุนมาตรงหน้า ก็หยิบใส่หม้อได้เลย ไม่ต้องลุกไปตักให้เมื่อย มีน้ำซุปให้เลือกหลากหลาย มีทั้ง ซุปกระดูกหมู ซุปกระดูกไก่ ซุปเห็ดหอม หม่าล่าเผ็ดน้อย หม่าล่าเผ็ดลิ้นชา ซุปต้มยำกุ้ง ซุปมะเขือเทศ และหม่าล่าน้ำข้น ตำรับจากจีนแท้ๆ เพราะสั่งผลิตจากครัวกลางในประเทศจีน ราคา 49 บาท เติมได้ไม่อั้น กินแค่ไหนจ่ายแค่นั้น มีเมนูให้เลือกกว่า 50 รายการ แบบเสียบไม้ สีม่วง ไม้ละ 5 บาท สีเขียว ไม้ล
“ก๊าแก่ว” คนไทยเรียก “ปลาท่องเที่ยวเกล็ดใหญ่” คนเวียดนามนิยมทำหม้อไฟ อาหารของแต่ละภาคนั้นล้วนแตกต่างกันตามลักษณะภูมิประเทศที่เป็นตัวกำหนดพืชพันธุ์ธัญญาหารและ ถิ่นอาศัยของสัตว์น้อยใหญ่ ในประเทศเวียดนาม เมนูประจำถิ่นใต้ที่ขึ้นชื่อว่าโอชารสและยังเป็นของดีที่หาจากที่อื่นไม่ได้ นั่นคืออาหารที่ปรุงมาจากปลาชนิดหนึ่งที่มีหน้าตาประหลาด ด้วยมีลำตัวทู่ยาวเรียว มีชื่อในภาษาเวียด ว่า “ก๊าแก่ว” (Cá kèo) เป็นปลาประจำถิ่นในบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ส่วนชื่อในภาษาไทยคือ “ปลาท่องเที่ยวเกล็ดใหญ่” หรือชาวจีนเรียกว่า “ปลาอั้งโกหลัน” ซึ่งเป็นปลาในสกุลเดียวกับปลาตีน มีถิ่นที่อยู่บริเวณทะเลสาบสงขลา ชาวใต้ตั้งชื่อปลาชนิดนี้ว่า “ปลาท่องเที่ยว” เพราะว่า ในช่วงฤดูน้ำหลากในราวเดือน 11 และ12 ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝนของทะเลภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ปลาท่องเที่ยว จะย้ายถิ่นจากที่ขุดรูอยู่บนพื้นทะเลสาบที่เป็นโคลนไปยังที่อยู่ใหม่ตามปากแม่น้ำที่เป็นน้ำกร่อย ชาวสงขลา จะจับไปต้มส้ม หรือทอดกิน พอเหลือรอดให้ได้ไปท่องเที่ยววางไข่ต่อไป ส่วนชาวเวียดนามนิยมนำมาทำเป็นหม้อไฟ เรียกว่า “เหลาก๊าแก่ว” (Lẩu cá kèo) โดยจะนำหอมแดงกับกระเทียมสับล
