หอยทากไทย
จากศัตรูพืชสู่แหล่งทำเงิน เกษตรกรไทยเพาะเลี้ยงหอยทาก สร้างรายได้ 1-2 หมื่นบาท/เดือน ชาวนาเคยมองว่าหอยทากเป็นศัตรูร้ายทำลายพืชผล เจอที่ไหนเป็นต้องหยิบทิ้งหรือโยนลงน้ำ แต่ทุกวันนี้ถ้าใครเจอจะเก็บไว้อย่างทะนุถนอม เพื่อนำไปขายฟาร์มหอยทากที่จะขูด “เมือก” ของมัน ส่งออกเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมความงาม โดยเฉพาะในเกาหลีใต้และสหรัฐ หอยทากขนาดใหญ่หลายตัวค่อยๆ คืบคลานบนกะละมังพลาสติกที่เต็มไปด้วยอาหารโอชะของพวกมัน ทั้งฟักทองและแตงกวา คุณภาทินีสิริ แตงเขียว เจ้าของฟาร์มหอยทาก หวังว่าเมื่อได้รับสารอาหารที่ดี พวกมันจะสร้างเมือกที่เชื่อว่าอุดมด้วยคอลลาเจน สำหรับบริษัทด้านความสวยความงามแล้วเมือกหอยทากคุณภาพดี มีมูลค่ายิ่งกว่าทองเสียอีก คุณภาทินีสิริ ครูใน จ.นครนายก ทำฟาร์มเลี้ยงหอยทากเป็นอาชีพเสริม ปัจจุบันเธอมีหอยทากกว่า 1,000 ตัว และมีรายได้จากพวกมัน 10,000 – 20,000 บาทต่อเดือน “หอยทากมันทำลายพืชผักของชาวบ้าน เขาก็เลยเก็บมาขาย” เธอให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเอเอฟพี “ทุกทีจะโยนทิ้งให้รถทับหรือโยนลงแม่น้ำ ตอนนี้ก็เอามาขาย เป็นการเพิ่มรายได้” ความงามจากหอยทาก กลุ่มวิจัยการตลาด โคฮีเรนต์ มาร์เก็ต อินไซต์ส (Coher
ศาสตราจารย์สมศักดิ์ ปัญหา อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า หอยทากสายพันธุ์ไทยมีอยู่ 600 กว่าสายพันธุ์ โดยสายพันธุ์ไทยมีสารสำคัญที่ให้ประสิทธิภาพสูงกว่าเมือกหอยทากสายพันธุ์ต่างประเทศถึง 30 เท่า แบรนด์สเนลเอท เป็นเจ้าเดียวที่ใช้สารสกัดจากเมือกหอยทากสายพันธุ์ไทยแท้ๆ รางวัลแรกที่ได้รับคือจากสำนักงานคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และได้เหรียญทองในงาน 44th International Exhibition of Invention of Geneva ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รวมทั้งได้รางวัลผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมของประเทศไทย ในงาน THAILAND INDUSTRY EXPO 2016 สำหรับผู้สนใจอยากทำฟาร์มหอยทาก อยากชี้แจงว่าตอนนี้ทางฟาร์มสามารถผลิตเมือกหอยทากได้จำนวนมาก ขณะที่ความต้องการใช้เมือกหอยทากในบ้านเราก็ยังมีจำกัด จึงยังไม่อยากแนะนำให้เกษตรกรหรือใครก็ตามมาเลี้ยงหอยทากเพราะตลาดยังไม่กว้างนัก นางธาริณี กาญจนะวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัทสยามสเนลฯ กล่าวว่า เมื่อปี 2559 ผลิตในแบรนด์สยามสเนล และจำหน่ายภายในจุฬาฯ ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีมาก จนทำมาได้ปีกว่า บริษัท อี ฟอร์ แอล เอม จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป
