หัตถกรรม
เมื่อพูดถึงงานหัตถกรรมหลายคนจะรู้สึกของความเป็นชุมชนนึกถึงสินค้าบ้านๆ งานจักสาน ที่เอาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ยาก ซึ่งจริงๆ แล้วงานคราฟท์เหลานี้มีความเก๋อยู่ในตัวอยู่แล้ว เป็นสไตล์ที่สามารถจัดวางไว้ในบ้านได้สบายๆ คุณเมย์ – เมทินี รัตนไชย สาวหาดใหญ่ผู้ก่อตั้งแบรนด์ MAISON CRAFT เธอหลงไหลในงานหัตถกรรมทำมือแบบไทยๆ จากการไปคลุกคลีกับคนในชุมชนจนอยากจะช่วยพัฒนาให้งานหัตกรรมของคนไทยไปสู่ตลาดโลก จนวันนี้แบรนด์ MAISON CRAFT มาได้ไกลและเป็นที่รู้จักในวงการงานออกแบบได้อย่างรวดเร็ว จากการนำวัสดุธรรมชาติพื้นบ้าน อย่างเช่น กก ปอ ไม้ไผ่ และฝ้าย มาสร้างสรรค์ ใส่ดีไซน์ จนได้เป็นชิ้นงานทั้ง โคมไฟ ชุดรองจาน หมอน ฯลฯ “ความงามของสินค้าไม่ได้อยู่ที่วัสดุนะ แต่อยู่ที่วิถีชุมชนของเขา ซึ่งการจะได้มาแต่ละงานคราฟท์ มันมีการปฏิสัมพันธ์ของชุมชน ทำให้เห็นว่าความน่ารักของชุมชนยังอยู่ รู้สึกว่าเราควรจะรักษางานหัตถกรรมแบบนี้เพื่อให้ชุมชนยังสามารถทำใน Know How ที่เขามี ซึ่งมันเป็นเสน่ห์ของบ้านเราจริงๆ” ในการทำงานแต่ละชิ้น สาวหาดใหญ่จะเข้าไปถึงชุมชนเพื่อปรับตัวและเรียนรู้วัฒนธรรม “เราจะไม่พยายามเอาความเป็นคนเมืองไปใส่ให้
แม้ตัวเลขอายุจะล่วงเลยวัยเกษียณมาหลายปี แต่ทว่าความคิดกลับเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ใส่ไอเดียลงในผลิตภัณฑ์จักสานที่หลายคนมองว่า “เชย” ให้กลายเป็นสินค้า “น่าใช้” โดนใจไปจนถึงวัยรุ่น และชาวต่างชาติ ทุกวันนี้แบรนด์ “ชวาวาด” ไม่เคยขาดช่วงการผลิต ด้วยเพราะออร์เดอร์สั่งซื้อเข้ามาไม่ขาดช่วงนั่นเอง ชวาวาด เป็นชื่อแบรนด์ที่ฟังทันสมัย แต่ทว่าที่มานั้นจากชื่อประธานกลุ่มวัย 69 ปี คุณวาด ยาเย็น หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ ป้าวาด บวกรวมกับวัสดุนำมาใช้ผลิต ได้แก่ ผักตบชวา ชื่อนี้จึงกลายเป็นแบรนด์ที่ฟังแล้วเข้าหู ดูเข้าตา รวมกลุ่มภูมิปัญญา สืบคุณค่าสินค้าไทย คุณวาด เล่าให้ฟังว่า งานจักสานคือภูมิปัญญาของคนรุ่นก่อนเก่าสืบทอดกันมา และตนก็เป็นผู้หนึ่งยึดสร้างอาชีพ แต่ทว่าในสมัยก่อนวัสดุนำมาใช้จะเป็นไม้ไผ่เพราะหาได้ง่าย อีกทั้งกับผักตบชวายังไม่มีใครคิดนำมาผลิต กระทั่งต่อมาในปี 2522 ผักตบชวาเริ่มได้รับความสนใจนำมาผลิตเป็นเครื่องจักสานสารพัดชนิด แต่ทว่าในยุคนั้นเป็นการผลิตแบบต่างคนต่างทำ ในปี 2526 คุณวาด หญิงผู้สืบสานงานหัตถกรรมเกิดความคิดกับการจัดตั้งกลุ่ม โดยรวบรวมผู้มีทักษะในหมู่บ้านเข้ามาร่วมสืบสานภูมิปัญญา โ
ผู้เขียนรู้จักกับ ป้าหน่อย หรือ คุณยุพาพร ว่องวิกย์การ ผ่านการแนะนำของป้าชิ้นที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกันย่านโชคชัย 4 ตั้งแต่ก่อนปีน้ำท่วมใหญ่ ป้าสองคนเป็นเพื่อนสนิทกัน ป้าหน่อยมีบ้านอยู่เชียงใหม่ มีอาชีพอิสระด้วยการประดิษฐ์เครื่องประดับจากกะลามะพร้าว มาตั้งแต่ปี 2545 เพราะมองเห็นเสน่ห์ความสวยงามของกะลามะพร้าวผ่านงานประดิษฐ์สร้อยคอและเครื่องรางของชาวบ้านอันเกิดจากภูมิปัญญาเก่าแก่จนนำไปสู่การประดิษฐ์เป็นเครื่องประดับอย่างสร้อยคอ หรือสร้อยข้อมือ แล้วนำไปขายที่ตลาดคนเดินในจังหวัดเชียงใหม่ กับอีกหลายแห่ง ทุกครั้งที่ป้าหน่อยนำสินค้ามาขายตามงานแสดงในกรุงเทพฯ มักจะแวะมาเยี่ยมเยียนป้าชิ้น พร้อมกับติดงานบางประเภทมาให้ทำด้วย ดังนั้น การแนะนำให้รู้จักกับป้าหน่อยในคราวนั้นจึงทำให้ได้มีโอกาสนำเรื่องราวงานหัตถกรรมสวยๆ จากกะลามะพร้าวมาตีพิมพ์ลงในนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน เวลาผ่านไปเกือบ 10 ปี งานหัตถกรรมจากกะลามะพร้าวของป้าหน่อยถือว่าได้พัฒนาการความก้าวหน้าไปมาก จากเดิมที่เคยประดิษฐ์เครื่องประดับเพียง 10 กว่าชนิด แต่ขณะนี้มีจำนวนแบบมากกว่า 100 ชนิด จนเป็นที่รู้จักอย่างดี ในชื่อแบรนด์ “กะลาดูดี” พร้อมกับมี
