หินสามวาฬ
รับจ้างพานักท่องเที่ยว ชม หินสามวาฬ ได้วันละสองเที่ยว มีเงินเหลือไว้ส่งงวดรถ ปัจจุบัน ถ้าใครไปเที่ยวที่จังหวัดบึงกาฬ ส่วนใหญ่จะถือโอกาสไปที่ หินสามวาฬ ซึ่งเป็นหินขนาดยักษ์อยู่บนภูเขา เนื่องจากหินที่ว่านี้มีรูปร่างเหมือนปลาวาฬ 3 ตัว กำลังว่ายน้ำอยู่กลางทะเลหมอก (ถ้ามีหมอก) จึงมีชื่อว่า หินสามวาฬ ที่จริงหินสามวาฬ มีมานานแล้ว ตอนแรกก็ไม่มีใครสนใจอยากไปเห็น ที่สำคัญ ไม่รู้ด้วยว่า มีหินสามวาฬอยู่บนยอดเขา ทว่า พอมีหนังโฆษณาของบริษัทเหล้ายี่ห้อหนึ่งผ่านจอทีวีเท่านั้น ทำให้หินสามวาฬ โด่งดังขึ้นมาทันที เพราะนอกจากหินมีขนาดมหึมาที่มีรูปร่างเหมือนปลาวาฬแล้ว บริเวณใกล้ๆ ยังมีจุดที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง โดยเฉพาะจุดชมวิว เมื่อเดือนที่แล้ว ผมไปเที่ยวที่บึงกาฬ ก็ได้ไปชมหินสามวาฬ กับเขาด้วยเช่นกัน หินสามวาฬ อยู่ในการดูแลของกรมป่าไม้ เปิดให้ทุกคนเข้าชมฟรีตั้งแต่ตีห้า ถึงห้าโมงเย็น ที่ต้องเปิดตั้งแต่เช้าตรู่ก็เพราะบางวันของบางเดือนจะมีทะเลหมอกให้คนได้มาชมทั้งหินสวยและหมอกงามบนภูเขาสูงกลางป่า กรมป่าไม้ เป็นผู้ดูแล ห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวขับรถขึ้นไปชมหินสามวาฬเอง ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัย มากกว่าเหตุผลอื่นๆ ถ้
หนาวนี้ห้ามพลาด แวะ “บึงกาฬ” ชมหินสามวาฬ-น้ำตกถ้ำพระ-บัวริมบึง ในปี 2560 ข้อมูลจาก “สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดบึงกาฬ” รายงานว่า มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติหลั่งไหลสู่จังหวัดบึงกาฬมากถึง 586,251 คน เป็นข้อมูลยืนยันได้ว่าจังหวัดบึงกาฬ ณ ขณะนี้คือหนึ่งในเดสติเนชั่นสำคัญที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจ คุณบำเพ็ญพร สุริยกมล ผู้อำนวยการสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ เผยว่า เสน่ห์ของบึงกาฬยังคงเป็นธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ รองลงมาคือวัฒนธรรมที่เด่นชัด “บึงกาฬเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำมีอากาศเย็นสบายตลอดปี เพราะห่างจากเวียดนามเพียง 220 กิโลเมตร สถานที่ท่องเที่ยวดาวเด่นตอนนี้คือ หินสามวาฬ น้ำตกถ้ำพระ วัดอาฮงศิลาวาส พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต บัวริมบึงหนองเลิง เป็นต้น” โดยหินสามวาฬ ลักษณะเป็นก้อนหิน 3 อันวางเรียงกันอยู่คล้ายปลาวาฬ เป็นจุดชมหมอกสวยงาม น้ำตกถ้ำพระขนาดใหญ่ 3 ชั้น สถานที่อันซีนต้องนั่งเรือเข้าไปประมาณ 200 เมตร วัดอาฮงศิลาวาส มีความมหัศจรรย์คือสะดือแม่น้ำโขงที่ลึกที่สุด พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต เรียนรู้วิถีชีวิตชาวอีสานผ่านศิลปะเรือนไทยอีสานมีอายุกว่า 60 ปี
