ห้ามขายเหล้า
นักวิชาการชี้ 13 เมษา งดขายเหล้า ไม่ละเมิดสิทธิ ห้ามขาย-ไม่ได้ห้ามดื่ม! งดขายเหล้า / จากกรณีคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีมติเห็นชอบให้งดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์วันที่ 13 เม.ย. นี้เพื่อลดอุบัติเหตุ โดยจะเสนอคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ เห็นชอบเพื่อจัดทำร่างประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีออกมาบังคับใช้ ซึ่งมีทั้งกระแสสนับสนุนและคัดค้าน วันที่ 25 ก.พ. ที่โรงแรมเอเชีย ในเวทีเสวนา “ถอดรหัสสงกรานต์ งดขายสุรา 13 เมษา ลดอุบัติเหตุ” จัดโดยศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า และภาคีเครือข่าย โดย นพ.มูฮัมหมัดฟาห์มี ตาเละ นักวิชาการศูนย์วิจัยปัญหาสุรา กล่าวว่า เวลาพูดถึงสงกรานต์ คนจะนึกถึงความสุข หยุดยาว ได้ไปเที่ยว พบปะสังสรรค์เล่นน้ำ และคำว่า 7 วันอันตราย ซึ่งอันตรายที่สุด คือ บนท้องถนน ซึ่งไม่อยากให้เกิดขึ้นในวันที่ทุกคนมีความสุข จึงต้องหามาตรการไม่ให้มีอันตรายในวันเหล่านี้ โดยเฉพาะวันที่ 13-14 เม.ย. ของทุกปี เป็นช่วงที่มีสถิติของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสูงที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยของการเสียชีวิตในสองวันนี้อยู่ที่ 153 คน คือ ประมาณ 3 เท่าของช่วงว
กก.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีมติเสนอ 13 เม.ย. ทุกปี ห้ามขายเหล้า! เมื่อวันที่ 15 ก.พ. ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ว่า ได้มีการพิจารณามาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2562 ซึ่งจากข้อมูลผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2555-2559 พบว่ามีอัตราการบาดเจ็บ เสียชีวิตจากการจราจรทางถนนที่เกี่ยวเนื่องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเป็นผู้ดื่ม 44,590 คน คิดเป็นร้อยละ 32.5 จากจำนวนผู้ประสบอุบัติเหตุทั้งสิ้น 137,385 คน โดยพบการบาดเจ็บ และเสียชีวิตสูงสุดในวันที่ 13 เม.ย. ซึ่งเป็นกลุ่มอายุ 15-19 ปีมากที่สุด ทั้งนี้พบปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดของผู้ขับขี่เกินค่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานที่กำหนด สูงถึงร้อยละ 80 สำหรับวันอื่นๆ ในเทศกาลสงกรานต์พบว่าอัตราการเกิดอุบัติเหตุ บาดเจ็บ และเสียชีวิตไม่ได้แตกต่างจากวันปกติ “ดังนั้น ที่ประชุมจึงมีมติให้วันที่ 13 เป็นวันงดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่นเดียวกับการห้ามจำหน่าย
