องค์การอนามัยโลก
ปัจจุบันโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้นอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า อายุขัยเฉลี่ยของประชากรทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงการมีชีวิตยืนยาวขึ้น แต่ยังนำมาซึ่งความท้าทายทางการเงินรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “Longevity Risk” หรือความเสี่ยงที่อายุขัยของมนุษย์ยืนยาวกว่าเงินออมที่เตรียมไว้ ในอดีตแนวคิดการวางแผนการเงินมักตั้งอยู่บนสมมติฐานแบบเดิม คือ เรียน ทำงาน สะสมเงิน และเกษียณในช่วงอายุประมาณ 60 ปี แต่ในโลกที่อายุขัยยืนยาวขึ้น ชีวิตหลังเกษียณอาจกินเวลายาวนานหลายสิบปี ทำให้คำถามสำคัญไม่ใช่เพียงว่า “มีเงินพอใช้หลังเกษียณหรือไม่” แต่คือ “ระบบการเงินของเราจะสามารถรองรับชีวิตที่ยาวขึ้นได้อย่างไร” การวางแผนการเงินจึงจำเป็นต้องปรับมุมมองใหม่ เคทีซีแนะนำ 3 วิธีคิดสำคัญ ที่ช่วยเสริมความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว เพื่อให้สามารถรองรับชีวิตที่มีหลายช่วงและหลายบทบาทมากกว่าที่เคย 1. มองการเงินเป็น “เส้นทางชีวิต” ไม่ใช่เพียงรายรับรายจ่ายรายเดือน การวางแผนการเงินในอดีตม
ถึงแม้โลกจะมีความก้าวหน้าในการควบคุมโรคต่างๆ มาอย่างต่อเนื่องหลายทศวรรษ แต่ ‘มาลาเรีย’ ยังคงเป็นหนึ่งในโรคที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดในโลก และมีแนวโน้มแพร่ระบาดมากขึ้นเรื่อยๆ โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) เผยว่า ในปี 2566 พบผู้ติดเชื้อมาลาเรียถึง 263 ล้านราย และมีผู้เสียชีวิตเกือบ 600,000 ราย โดย 75% เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และ 94% ของผู้ป่วยอยู่ในทวีปแอฟริกา ซึ่งมาลาเรียได้สร้างความเสียหายอย่างมากทั้งต่อชุมชนและเศรษฐกิจ โรคมาลาเรียเกิดจากการแพร่เชื้อของปรสิตผ่านยุงที่ติดเชื้อ ซึ่งมีความสามารถในการพัฒนาและปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว การแพร่ระบาดของมาลาเรียนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจริงที่ว่ามีการดื้อสารกำจัดแมลง รวมไปถึงความยากลำบากในการพัฒนาโซลูชันใหม่ๆ ดังนั้น การควบคุมยุงอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการลดการแพร่กระจายของโรค ล่าสุด ซินเจนทา ผู้นำด้านนวัตกรรมการเกษตรระดับโลก ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ โดยเปิดตัวสารกำจัดแมลงรุ่นใหม่ “โซวเรนทา” (Sovrenta®) ที่ผ่านการรับรองเบื้องต้นจากองค์การอนามัยโลก (WHO) นับเป็นก้าวสำคัญในการนำมาใช้กับประเทศที่เผชิญกับปัญหามาลาเรียมาอย่างยาวนาน โดยซินเ
อนุทิน เผย รัฐบาลทุ่มงบเต็มที่พัฒนาวัคซีนโควิด-19 ให้สัมภาษณ์ภายหลัง ดร.แดเนียล เคอร์เทสซ์ ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย เข้าพบและเป็นผู้แทนองค์การอนามัยโลก (WHO) มอบรางวัล World No Tobacco Day Awards 2020 เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก ว่า องค์การอนามัยโลกและประเทศไทยเป็นพันธมิตร ซึ่ง ดร.แดเนียล ให้การสนับสนุนไทยกับองค์การอนามัยโลกในระดับสากล ให้การรับรองระบบสาธารณสุขของประเทศไทย ให้กำลังใจในการต่อสู้โควิด-19 และพูดกับทูตานุทูตประเทศต่างๆ ว่าไทยต่อสู้กับโควิด-19 อย่างจริงจัง มีมาตรฐาน ทุ่มเท ประชาชนให้ความร่วมมือ รวมทั้งเป็นผู้ที่ได้พูดกับตนเป็นคนแรกๆ ว่าต้องส่งเสริมเรื่องการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล (Social Distancing) คือสิ่งที่จะทำให้ชนะในการต่อสู้กับโควิด-19 ซึ่งไทยได้ทำ และทุกคนร่วมกันสวมหน้ากาก ล้างมือ ทำให้ผลลัพธ์ของประเทศไทยเป็นที่ประจักษ์ แม้ในการผ่อนปรนระยะที่ 3 ประชาชนทุกคนก็จะต้องทำตัวแบบวิถีชีวิตใหม่ เพียงแค่นี้โควิดก็ทำอะไรไม่ได้ “รายงานดัชนีความมั่นคงด้านสุขภาพ ระบุว่า ไทยเป็นอันดับ 6 ของโลก และอันดับ 1 ของเอเชีย จาก 195 ประเทศทั่วโลกนั้น ผมและคนในกระทรวงสาธารณสุข ทุ่ม
องค์การอนามัยโลก แนะ 8 ขั้นตอน ถูมือด้วยเจลแอลกอฮอล์อย่างถูกต้อง ล้างมือ – เพจ กระทรวงสาธารณสุข ได้เผยแพร่ วิธีการถูมือด้วยเจลแอลกอฮอล์อย่างถูกต้อง เพื่อสุขอนามัยที่ดี ที่แนะนำโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) โดยวิธีถูที่ถูกต้องมีทั้งหมด 8 ขั้นตอน ได้แก่ กดปริมาณเจล ให้เพียงพอต่อการถูที่มือทั้งสองข้าง 2. ถูฝ่ามือทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน 3. ถูหลังมือซ้ายด้วยฝ่ามือขวา และประสานนิ้วเข้าไปถูในซอกนิ้ว จากนั้นทำสลับข้าง 4. ถูฝ่ามือและซอกนิ้วด้านในฝ่ามือ ด้วยนิ้วมือที่ประสานกัน 5. กำมือข้างหนึ่ง และใช้หลังนิ้วถูที่ฝ่ามืออีกข้าง 6. ถูหัวแม่มือข้างซ้ายโดยใช้ฝ่ามือข้างขวาที่ประสานกัน กำรอบนิ้วแล้วหมุนวน จากนั้นทำสลับกับนิ้วหัวแม่มืออีกข้าง 7. ถูฝ่ามือซ้ายด้วยนิ้วมือขวาที่ประสานกัน ถูวนไปข้างหลังและข้างหน้า ทำสลับกันทั้งสองข้าง 8. การถูมือด้วยเจลแอลกอฮอล์จนแห้ง นอกจากจะช่วยให้มือสะอาดแล้ว ยังช่วยลดอัตราเสี่ยงในการติดโรคได้
10 สถานที่เสี่ยง แพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด-19 จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยังคงมียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มจำนวนขึ้นในทุกวัน ในเบื้องต้นประชาชนควรป้องกันตนเอง และหลีกเลี่ยงสถานที่เสี่ยง โดย 10 สถานที่เสี่ยง มีดังนี้ 1.สถานที่ราชการ/สถานที่ทำงาน ควรทำความสะอาดบริเวณที่สัมผัสบ่อยๆ เช่น โต๊ะทำงาน คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำงาน ที่จับประตู ห้องสุขา 2.เรือโดยสาร ให้นำแอลกอฮอล์เจลล้างมือวางไว้พื้นที่ส่วนกลาง เช่น ห้องจำหน่ายตั๋ว และหมั่นทำความสะอาดราวจับ เก้าอี้นั่งในเรือ ที่เท้าแขน ราวบันได 3.ห้างสรรพสินค้า/โรงแรม/ฟิตเนส นำแอลกอฮอล์เจลล้างมือวางไว้บริเวณทางเข้า-ออก บริเวณหน้าลิฟต์ และหมั่นทำความสะอาดที่จับประตู ห้องสุขา 4.โรงพยาบาล นำแอลกอฮอล์เจลล้างมือวางไว้บริเวณที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก หมั่นทำความสะอาดที่นั่ง ที่จับประตู ห้องสุขา 5.ปั๊มน้ำมัน หมั่นทำความสะอาดห้องสุขาซึ่งมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก เน้นที่จับสายฉีดชำระ บริเวณพื้นห้องส้วม ที่รองนั่งโถส้วม ที่กดโถส้วม โถปัสสาวะ ที่เปิดก๊อกอ่างล้างมือ และกลอนประตูหรือลูกบิด 6.รถแท็กซี่/รถตู้โดยสาร/รถจักรยานยนต์รับจ้าง ทำความสะอาดหลังมี
เภสัชกรแผนไทย ย้ำ กระเทียม-น้ำมันงา ไม่ช่วยฆ่าไวรัสโคโรนา จากกระแสข่าวถูกส่งต่อกันมาในโลกโซเชียล เกี่ยวกับการกินกระเทียม น้ำมันงา วิตามินซี ช่วยฆ่าไวรัสโคโรนาสายพันธ์ุใหม่ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ ซึ่งภายหลังองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้ออกมาชี้แจงถึงข่าวนี้ว่า ไม่เป็นความจริง ยืนยันว่า การกินกระเทียม น้ำมันงา วิตามินซีนั้น ไม่ได้ช่วยปกป้องประชาชนจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แต่อย่างใด ถึงแม้ว่ากระเทียมจะมีสารยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ แต่ไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าการกินกระเทียมจะช่วยปกป้องจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 และถึงแม้น้ำมันงาเป็นสิ่งที่ชวนกิน แต่ก็ไม่ได้ฆ่าเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ สอบถามไปยัง ภญ.ดร.ผกากรอง ขวัญข้าว หัวหน้าศูนย์หลักฐานเชิงประจักษ์ด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า กระเทียมมีสรรพคุณช่วยลดคอเลสเตอรอล ลดความดันโลหิตสูง ส่วนน้ำมันงาช่วยเรื่องลดการอักเสบได้ และยังไม่แน่ใจว่ามีวิจัยเรื่องเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันหรือเปล่า หากมีกระแสข่าวว่าป้องกันไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ได้ อ
