ออฟฟิศซินโดรม
เมื่อร่างกายส่งสัญญาณว่าทำงานหนักเกินไปจนเป็นออฟฟิศซินโดรม ทั้งอาการปวดหัว ปวดหลังรุมเร้า ทำให้อดีตกราฟิกดีไซเนอร์ คุณหลี-ประภาวี ศิวเวทกุล ตัดสินใจหันกลับมาดูแลตัวเอง พร้อมนำสมุนไพรข้างรั้วของแม่ที่เคยใช้บรรเทาอาการเจ็บป่วยในวัยเด็ก มาสร้างแบรนด์ Herbpiness ด้วยความตั้งใจอยากให้คนที่ใช้เครื่องหอมสมุนไพรได้บรรเทาความเหนื่อยล้า คลายความเครียดและเพิ่มความสุข จุดเริ่มต้น Herbpiness เครื่องหอมสมุนไพร “ตอนเด็กๆ ไม่เข้าใจหรอกเวลาที่แม่ใช้สมุนไพรมาบรรเทาอาการเจ็บป่วยแทนการใช้ยาปฏิชีวนะ เช่น เอาใบพญายอมาบดแล้วโปะเวลาโดนยุงกัดหรือเป็นลมพิษ หรือใช้ว่านหางจระเข้เวลาโดนน้ำร้อนลวก รู้ตัวอีกทีอาการก็บรรเทาลงแล้ว และกลายเป็นความผูกพัน ความรักในการใช้สมุนไพรของแม่ที่เป็นนักชีววิทยาและชาวสวน พอมีอาการเจ็บป่วยจากการทำงานก็ทำให้เราตกตะกอนความคิดชวนแม่มาสร้างแบรนด์เครื่องหอมสมุนไพร” คุณหลี เล่าให้ฟัง Herbpiness คือแบรนด์เครื่องหอมสมุนไพรไทยที่ตั้งใจนำความเป็นไทยมาตีความใหม่ให้เข้าใจและเข้าถึงง่าย ด้วยการออกแบบกลิ่นมาเพื่อคลายความเครียด บรรเทาความเหนื่อยล้า และเพิ่มความสุข พร้อมบรรจุในแพ็กเกจจิ
กายภาพบำบัด ธุรกิจดาวรุ่ง ตอบโจทย์คนเป็น ออฟฟิศซินโดรม ยุคสังคมสูงวัย ปัจจุบันประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จากสถิติจำนวนประชากรไทยช่วงอายุ 25-54 ปี หรือกลุ่มวัยทำงานมีจำนวนมากถึงเกือบ 30 ล้านคน หรือ 45 เปอร์เซ็นต์ของประชากรไทยทั้งหมด อัตราการเกิดและการตายลดลงรวมถึงอายุขัยเฉลี่ยของคนไทยที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ประชากรกลุ่มวัยทำงานมีช่วงเวลาในการทำงานที่ยาวนานมากขึ้น ทำให้ประชากรส่วนนี้เริ่มตระหนักถึงการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะคนทำงานออฟฟิศที่มีพฤติกรรมการนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานและไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานจึงเป็นโรคออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) ซึ่งพบในประชากรสังคมเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน คลินิกกายภาพบำบัด จึงถือเป็นทางเลือกใหม่ของคนในวัยทำงาน รวมถึงผู้ที่มีอาการบาดเจ็บทางกล้ามเนื้อและกระดูกที่อาจเกิดจากการเล่นกีฬาหรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ผิดปกติ เนื่องจากสามารถเข้าถึงบริการและนวัตกรรมเครื่องมือในการรักษาที่ตอบโจทย์ตามมาตรฐานสากลและสะดวกสบาย โดยคลินิกกายภาพบำบัดจะต้องมีบุคลากรที่เรียนจบด้านกายภาพบำบัดและสอบได้ใบประกอบวิชาชีพตามกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันนี้ วิชาชีพกายภาพบำบั
ออฟฟิศซินโดรม โรคยอดฮิตวัยทำงาน รู้ไหม ไม่ใช่ทุกคน เหมาะกับการ นวด รักษาอาการนะ! ปัจจุบันมนุษย์ออฟฟิศมักจะเป็น ออฟฟิศซินโดรม กันเยอะขึ้น โดยสาเหตุอาการนั้นมีให้สันนิษฐานนับร้อยนับพันสาเหตุ ซึ่งหลายคนอาจคิดว่าเป็นการเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวเฉยๆ จึงไปรักษา-ผ่อนคลายด้วยการ ไปนวด หรือมีการนวดโดยใช้การประคบร้อนด้วยลูกประคบสมุนไพรประกอบ แต่รู้ไหมว่า ไม่ใช่ทุกคนที่ เหมาะกับการนวด เพจ สมุนไพรอภัยภูเบศร ได้เผยข้อมูลว่า นอกจากการนวดรักษาแล้ว ยังมีการจ่ายยาสมุนไพร ที่มีฤทธิ์ช่วยลดการปวด อักเสบ เพิ่มการไหลเวียนเลือด และคลายกล้ามเนื้อ โดยมีผลการวิจัยทางคลินิกของสถาบันวิจัยการแพทย์แผนไทยที่ศึกษาทางคลินิกเปรียบเทียบประสิทธิผล ระหว่างยาแก้ปวดแผนปัจจุบัน กับ การใช้ยาตำรับสมุนไพรสามารถลดปวดได้ไม่แตกต่างกัน แต่มีผลข้างเคียงน้อยกว่ามาก และแนะนำให้งดอาหารแสลงที่อาจจะกระตุ้นให้มีอาการของโรคมากขึ้น ได้แก่ ข้าวเหนียว หน่อไม้ เครื่องในสัตว์ งดเหล้า-เบียร์ ซึ่งอาจจะทำให้ร่างกายมีระดับกรดยูริกในเลือดสูงขึ้นจนเกิดการตกตะกอน เป็นสาเหตุหนึ่งของอาการอักเสบและปวดตามข้อได้ นอกจากนี้ ยังมีข้อห้ามและข้อระวังในการนวด ดังนี้
มะปี๊ด หรือ ส้มจี๊ด เป็นพืชรองที่ออกผลผลิตได้ทั้งปี แต่เกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกแค่เป็นพืชเสริมกินใช้ในบ้าน คนจันทบุรี นิยมใช้เป็นเครื่องปรุงรสแทนมะนาวในอาหารหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นต้มส้ม ต้มยำ ทำแกง น้ำพริก น้ำจิ้ม แต่กลับไม่นิยมปลูกกันเพื่อเป็นพืชทางการค้าเท่าใดนัก คุณนุ่ม-วรพชร วงษ์เจริญ อายุ 38 ปี จบการศึกษาปริญญาโท ด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์ เจ้าของแบรนด์ แรบบิทจันท์ ที่เคยเป็นมนุษย์ไอที ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์มา 14 ปี มีความสุขกับการทำงาน แต่สุดท้ายต้องลาออกจากงานเพราะอาการออฟฟิศซินโดรม เหตุนี้เอง จึงทำให้เธอได้คิดว่า “สุขภาพ” สำคัญที่สุด จึงหันมาเริ่มต้นการเป็นเจ้านายตัวเอง ผุดไอเดีย นำมะปี๊ดมาแปรรูปเป็นทั้งเครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์อุปโภค มะปี๊ดที่เอามาทำ เป็นมะปี๊ดปลูกเอง เนื่องจากครอบครัวทำสวนเกษตรอินทรีย์ เป็นศูนย์กสิกรรมธรรมชาติโป่งแรด อ.เมือง จ.จันทบุรี มะปี๊ดของเธอจึงเป็นผลิตผลธรรมชาติ 100% ผลิตภัณฑ์แรกที่เธอเลือกนำมะปี๊ดมาแปรรูป คือ “น้ำมะปี๊ด” โดยวางขายเป็นเมนูเด่นประจำร้านกาแฟ ที่เป็นธุรกิจของครอบครัวอีกอย่างหนึ่ง น้ำมะปี๊ดของเธอ เป็นที่ถูกอกถูกใจของลูกค้าเป็นอย่า
