อันตราย
รู้หรือไม่? “เครื่องถ่ายเอกสาร” ถือเป็นภัยเงียบ ทำลายสุขภาพเหมือนกันนะ เครื่องถ่ายเอกสาร – มนุษย์เรามีการคิดประดิษฐ์อุปกรณ์ เพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันมากมาย ไม่ว่าจะอุปกรณ์ในบ้านหรือสำนักงาน อุปกรณ์เครื่องใช้ที่จำเป็น อย่าง “เครื่องถ่ายเอกสาร” ก็เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่แทบทุกคนจะต้องใช้กันเป็นประจำ แต่รู้หรือไม่ว่า เครื่องถ่ายเอกสาร ก็สามารถทำลายสุขภาพของเราได้เหมือนกันนะ! โดยข้อมูลจากเว็บไซต์ AnamaiMedia ได้บอกว่า ร่างกายของคนเรา จะได้รับสารเคมีต่างๆ จากการใช้งานเครื่องถ่ายเอกสารโดยไม่รู้ตัว! ซึ่งอันตรายจากสารเคมีที่ว่านั้นมีอยู่ด้วยกันดังนี้ โอโซน (Ozone) การใช้เครื่องถ่ายเอกสารจะทำให้เราระคายเคืองตา จมูก คอ หายใจสั่น หรือ วิงเวียนและปวดศีรษะ มีอาการล้า และสูญเสียการรับรู้กลิ่นได้ หากได้รับโอโซนความเข้มข้น 0.25 ppm ขึ้นไป ผู้ที่มีโรคระบบหายใจ เช่น โรคหอบหืด ไม่ควร สัมผัสโอโซนเป็นอย่างยิ่ง 2. รังสีUV จากหลอดไฟฟ้าพลังงานสูง ในห้องถ่ายเอกสารจะทำให้มีอาการปวดศีรษะ แสบตา กระจกตาอักเสบ เกิดผื่นคันตามผิวหนัง เนื่องจากแสงรังสี UV จากหลอดไฟฟ้าในเครื่องถ่ายเอกสาร นั่นเอง 3. ผงหมึกใน
แพทย์ชี้! “น้ำปัสสาวะ” ดื่มแล้วเสี่ยงเชื้อโรค-ความดันสูง-หัวใจวาย ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา มีข่าวการรักษาโรคด้วย “น้ำปัสสาวะ” ออกมาหลายข่าว ทั้งการดื่ม การหยอด หรือการทา จนกลายเป็นกระแสบนโลกโซเชียล ทำให้หลายๆ คนเข้าใจไปในทางที่ผิด เพจ สำนักงานกองสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ได้ออกมาให้ความรู้เกี่ยวกับประเด็นการรักษาโรคด้วยน้ำปัสสาวะ โดย คุณสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เผยว่า หลังจากที่มีกลุ่มบุคคลเปิดเผยตนเอง ว่า ดื่มน้ำปัสสาวะเป็นประจำแล้วรู้สึกว่าสุขภาพดีขึ้น จึงเกิดกระแสตื่นตัวทางโลกออนไลน์ขึ้น ว่าการดื่มน้ำปัสสาวะ เสมือนยาอายุวัฒนะ บำบัดโรคร้ายได้นั้น ความจริงแล้วการใช้น้ำปัสสาวะบำบัด ไม่มีงานวิจัยทางการแพทย์และคลินิกที่น่าเชื่อถือรองรับ ซึ่งหากนำมาใช้โดยไม่ระวังอาจเกิดอันตรายต่อร่างกาย ซึ่งปัจจุบันวิทยาการและเทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ประชาชนจึงมีทางเลือกในการรักษาโรคหลากหลายช่องทาง ทั้งแพทย์แผนปัจจุบันและการแพทย์ทางเลือก ดังนั้นจึงควรตัดสินใจอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพการรักษาเป็นสำคัญ กระทรวงสาธารณสุขมีเป้าหมายมุ่ง
ประมงเตือน! หน้าร้อนอันตราย เลี้ยงปลาในกระชัง เสี่ยงตายหมู่ขาดทุนยับ วันที่ 12 มี.ค. นายอัตรา ไชยมงคล นักวิชาการประมงชำนาญการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 สงขลา เปิดเผยว่า ขอเตือนเกษตรกรที่ เลี้ยงปลาในกระชัง ช่วงหน้าร้อนเพราะอุณหภูมิจะสูงขึ้น ระดับน้ำจะต่ำกว่าปกติ เสี่ยงปลาตายยกกระชัง เพราะขาดออกซิเจนในน้ำ นายอัตรา กล่าวแนะนำว่า ลดจำนวนความหนาแน่นของปลาที่อยู่ในกระชัง ถ้ามีขนาดที่จับขายได้ให้รีบจับขายก่อน และการให้อาหารก็ให้ในปริมาณที่พอเพียงอย่าให้เหลือมากเกินไป เพราะอุณหภูมิหน้าร้อนจะทำให้อาหารเน่าเสียได้ง่าย โดยเฉพาะอาหารสด ถ้าหลีกเลี่ยงได้ก็ควรหลีกเลี่ยง เพราะจะเน่าเสียได้ง่ายกว่าอาหารสำเร็จรูป ควรติดตั้งเครื่องให้อากาศในกรณีฉุกเฉินเพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจนในน้ำ ส่วนเรื่องโรค ให้สังเกตอาการถ้าปลามีอาการผิดปกติให้รีบเอาตัวอย่างปลาส่งให้ศูนย์วิจัยสุขภาพสัตว์น้ำชายฝั่งสงขลา ตรวจสอบ ที่มา ข่าวสดออนไลน์
เฟซบุ๊กซีซีทีวีของจีนรายงานเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา ถึงชายชาวบราซิล รายหนึ่งที่มีกล้ามใหญ่กว่าปกติจนดูน่ากลัว พร้อมเปิดเผยวิธีการสร้างกล้ามที่ไม่ควรทำตามด้วยการฉีดสารที่มีชื่อว่า “ซินโธล” เข้าไปในกล้ามเนื้อ รายงานระบุว่า วัลเดอร์ เซกาโต พนักงานก่อสร้างชาวบราซิล วัย 48 ปีมีกล้ามแขนที่มีขนาดวัดโดยรอบ 23 นิ้ว ทว่านั่นยังไม่พอ เพราะเซกาโต ต้องการให้กล้ามใหญ่ขึ้นไปอีก พร้อมเปิดเผยวิธีการสุดอันตรายด้วยการฉีดน้ำมันเข้าไปในกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย “เมื่อคุณมองไปที่ร่างกายคุณและเห็นว่ามันเติบโตขึ้น คุณก็จะต้องการให้มันโตขึ้นอีก” เซกาโตระบุ และว่า ตนเพิ่มขนาดกล้ามเนื้อต้นแขนด้านในขึ้นมาสองเท่าเป็น 60 เซ็นติเมตร แต่ก็ยังคงอย่างให้มันใหญ่ขึ้นไปอีก เซกาโต เล่าว่าตนเคยเป็นเด็กติดยาที่ผอมแห้งแรงน้อย ช่วงเวลาที่เซกาโต ระบุว่าเป็นช่วงชีวิตที่ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งผิด “ผมมองที่ร่างผอมแห้งของตัวเอง ขณะที่ผู้คนเริ่มเรียกผมด้วยชื่ออย่าง ไอ้หมาผอม และไอ้โครงกระดูก นั่นทำให้ผมตัดสินใจเปลี่ยนชีวิตตัวเอง”เซกาโต ระบุ เซกาโต ตัดสินใจเข้ายิมแต่ก็ต้องการให้มีผลที่สุดโต่งด้วยการใช้สาร “ซินโธล”สารประกอบด้วยน้
