อัพสกิล2024
ขายหมูสะเต๊ะออนไลน์ หวังปลดหนี้ครอบครัว ชูจุดขายเนื้อนุ่ม หอมกะทิ ราว 2 ปีก่อน มาเปิดตัวธุรกิจกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ด้วยเรื่องราวสุดดราม่าของสาวน้อยยอดกตัญญู ที่ขวนขวายขายหมูสะเต๊ะออนไลน์ หวังหาเงินมาลดหนี้ก้อนโตให้กับครอบครัว กระทั่งรายการโทรทัศน์ช่องดัง เชิญเธอไปสัมภาษณ์ หลังจากนั้นไม่นาน ชื่อเสียงกิจการ แม่ หมูสะเต๊ะ ก็ถูกพูดถึงเป็นวงกว้างเรื่อยมา อ่านเรื่องราว : สาวน้อยม.ปลาย ช่วยสางหนี้ 20 ล้านของครอบครัว ด้วย หมูสะเต๊ะออนไลน์ และด้วยความสามารถในการรักษาคุณภาพและมาตรฐานของสินค้า ปัจจุบัน แม่ หมูสะเต๊ะ ยังยืนระยะอยู่ในตลาดได้อย่างสง่าผ่าเผย “เลือกใช้เนื้อหมูวัยกลาง เพราะเนื้อนุ่มกว่าหมูแก่ แต่แน่นกว่าหมูเด็ก ซึ่งต้องไปดีลกับที่โรงผลิตตั้งแต่แรกว่าจะเอาแบบนี้ จุดเด่นอีกอย่างคือกะทิ เพราะใช้หัวกะทิในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การหมักหมู การชุบย่างหมู หรือแม้แต่น้ำจิ้ม เพราะจะทำให้หมูนุ่มและหอมมากกว่าเดิม ถ้าลองเอาหมูสะเต๊ะของเราไปวางทิ้งไว้นานๆ หรือเอาเข้าตู้เย็นแล้วเอามาเวฟอีกที บอกเลยยังนิ่มอยู่” คุณเจน-สมิทธานันท์ ธนาภิวงศ์ เจ้าของกิจการ แม่ หมูสะเต๊ะ เคยเผยเทคนิคเฉพาะตัวให้ทราบไว้อย่าง
ไม่อยากให้ลูกลำบาก อดีตผู้ตรวจสอบภายใน ขายไส้กรอกอีสาน หารายได้ เมื่อราว 3 ปีที่แล้ว เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ คือสื่อแรกที่มีโอกาสสนทนากับ คุณโมเช่-สมิทธิ กาญจนโภคิน ซึ่งเวลานั้น ขายไส้กรอกอีสานพรีเมียมเกรด ใช้ชื่อแบรนด์ ไส้กรอกอีสานลุงเช่ ได้ไม่นานนัก คือ เป็นพ่อค้ามือใหม่ ที่ต้องหันมาค้าขาย เนื่องจากมีความจำเป็นไม่อาจหลีกเลี่ยง คุณโมเช่ เล่าให้เราฟังแบบเปิดอก เริ่มด้วยย้อนประวัติส่วนตัวให้รู้จัก เรียนจบสาขาบัญชีจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เคยทำงานเป็นผู้ตรวจสอบภายใน ประจำหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและองค์การมหาชน มานานกว่า 20 ปี ล่าสุดทำงานเป็นที่ปรึกษาบริษัทรักษาความปลอดภัยแห่งหนึ่ง ทำหน้าที่ดูแลระบบตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ แต่ต่อมาบริษัทที่ทำงานอยู่ ประสบปัญหาด้านการเงิน อันเป็นผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 จึงถูกขอให้ลดวันทำงาน เป็นสัปดาห์ละ 1 วัน และลดเงินเดือนเหลือ 25 เปอร์เซ็นต์ เลยคิดว่าต้องหารายได้มาเติมให้ได้จำนวนเท่ากับที่เคยได้ แต่ครั้นจะไปสมัครงานใหม่ รู้สึกเบื่อ หันซ้ายหันขวาอยู่ไม่นาน จึงตัดสินใจทำ ไส้กรอกอีสานขาย “เป็นเมนูที่ลูกสาวชอบทาน ประกอบกับเมื่อประมาณปี 2540 ช่วงฟองสบู่แ
สารพัดปัญหา ดราม่าไม่เว้นวัน ชีวิตแม่ค้า “ปูนาฟ้าใส” รับมืออย่างไร “ปูนาฟ้าใส” คือ แบรนด์สินค้าของกินพื้นบ้านทางภาคเหนือ อย่าง อ่องมันปูนา น้ำปู หรือกะปิที่ทำมาจากปู และ ปูดองน้ำปลากวน ที่เริ่มต้นจากแม่บ้านธรรมดาๆ ท่านหนึ่ง ที่เคยคิดจะไม่ทำงานหาเลี้ยงชีพอะไร ขอเกาะสามีกินอย่างเดียว “เมื่อก่อนเคยคิดว่าตัวเอง ทำอะไรก็ไม่ได้ แต่ปัจจุบันนี้เราเป็นเจ้าของแบรนด์ มีรายได้เป็นของตัวเอง มีเผื่อแผ่คนข้างๆ คนในชุมชนมีรายได้จากการเลี้ยงปูนาของเรา จึงอยากฝากถึงหลายๆ ท่านที่กำลังท้อ กำลังตกงาน หรืออยากทำอะไรสักอย่าง ให้ลงมือทำเถอะ ใจเรารักสิ่งไหน ให้เราตัดสินใจทำ ในบางครั้งอาจจะมาช้ากว่าคนอื่นแต่เราจะภูมิใจ” คือคำพูดน่าคิด จาก คุณบีม-รชต คำรอด หรือ คุณบีม-ปูนาฟ้าใส ปัจจุบัน แม้กิจการ ปูนาฟ้าใส ของคุณบีม จะได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง สามารถส่งได้ทั่วไทยส่งไกลถึงต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเกาหลี ญี่ปุ่น โซนยุโรป หรือสหรัฐอเมริกา แต่กว่า เจ้าปูตัวจ้อย จะเดินทางมาถึงวันนี้ บอกเลยมีดราม่า ไม่น้อย โดยคุณบีม เล่าว่า เดิมทีเป็นคนต่างจังหวัดที่เข้ามาอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ กับสามี ด้วยความที่เป็นคนชื่นชอบการกินอ่อง
