อาชญากรรม
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยสถิติแจ้งความออนไลน์ คดีอาชญากรรมไซเบอร์ กว่า 5.7 แสนเรื่อง! พบ 64% เป็นผู้หญิงวัยทำงาน เสียหายเฉลี่ยวันละกว่า 80 ล้านบาท เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อาจได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะอาชญากรรมไซเบอร์ ซึ่งจากสถิติการรับแจ้งความออนไลน์ คดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในห้วงวันที่ 1 มีนาคม 2565 ถึง 30 มิถุนายน 2567 พบว่า มีการแจ้งความผ่านระบบแจ้งความออนไลน์ทั้งหมด 575,507 เรื่อง มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 65,715 ล้านบาท เฉลี่ยความเสียหายวันละกว่า 80 ล้านบาท และจากสถิติดังกล่าว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังพบอีกว่า เหยื่อส่วนใหญ่ของคดีอาชญากรรมไซเบอร์นั้น ร้อยละ 64 เป็นผู้หญิง และอีกร้อยละ 36 เป็นผู้ชาย ซี่งส่วนใหญ่จะอยู่ในวัยทำงาน โดยจำแนกรายละเอียดตามกลุ่มอายุดังต่อไปนี้ • กลุ่มอายุ 11-14 ปี : ร้อยละ 0.12 • กลุ่มอายุ 15-17 ปี : ร้อยละ 0.78 • กลุ่มอายุ 18-21 ปี : ร้อยละ 6.22 • กลุ่มอายุ 22-29 ปี : ร้อยละ 25.33 • กลุ่มอายุ 3
นักพยากรณ์ ศก. ชี้ “ฆ่าตัวตาย-อาชญากรรม” มาจากหลายปัจจัย ไม่ใช่แค่เศรษฐกิจ จากสภาวะสังคมในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่ามีข่าวประชาชนฆ่าตัวตายให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง สร้างความสะเทือนใจไม่น้อย ตลอดจนเกิดปัญหาอาชญากรรม เช่น เหตุการณ์ล่าสุด โจรบุกเดี่ยวปล้นร้านทองที่จังหวัดลพบุรี ทั้งหลายเหล่านี้ เกิดเป็นคำถามว่า สภาวะเศรษฐกิจคือมูลเหตุที่ทำให้ “คนฆ่าตัวตาย และ ก่ออาชญากรรม” ใช่หรือไม่ ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ให้ความเห็นว่า เป็นเรื่องที่พูดยาก เหตุการณ์เหล่านี้ ถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ แต่ถามว่าเกิดมากขึ้นหรือไม่ ต้องไปดูตัวเลขสถิติของตำรวจ แต่จากข่าวที่นำเสนอ จะเห็นว่าเกิดบ่อยมากขึ้น ซึ่งไม่ได้แปลว่าสถิติสูงขึ้น แต่เป็นเพราะ สื่อมวลชนทำหน้าที่นำเสนอข่าวได้ดีขึ้น “ต้องยอมรับว่าสื่อมวลชนทำงานดีขึ้น อย่างพ่อฆ่าลูก ลูกฆ่าพ่อเมื่อก่อนก็มี แต่อาจจะไม่ได้เป็นข่าว เคยมีการทำสถิติว่า เมืองใหญ่มักจะมีอาชญากรรมมากกว่าเมืองเล็กๆ อย่างในกรุงเทพฯ มีข่าวอาชญากรรมมากกว่า เพราะเศรษฐกิจดีกว่าจังหวัดอื่น แล้วอาชญากรรมที่
วันนี้ (9 พ.ย.) นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ จิตแพทย์กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข โพสต์เฟซบุ๊กเตือนคนไทยในสหรัฐฯ จับตาอาชญากรรมจากความเกลียดชัง หรือ “hate crime” ว่า นโยบายของท่านประธานาธิบดีทรัมป์(ช่วงหาเสียง) บางส่วนมีความคล้ายคลึงกับการโหวต Brexit ใน Referendum ที่ผ่านมาของสหราชอาณาจักร โดยเฉพาะในเรื่องแนวคิดการกีดกันคนพลัดถิ่นทั้งหลาย และความรู้สึกเกลียดชังจากการถูกแย่งงานโดยคนกลุ่มนี้ ทุกการโหวตมีชนะและแพ้ ตามหลักจิตวิทยาสังคมแล้ว คนที่อยู่ข้างโหวตชนะมักจะเกิดความเชื่อว่า…ชุดความคิดของตัวเองนั้นถูกต้อง และเป็นชุดความคิดของคนส่วนมากในประเทศ สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นคือ การแสดงออกชุดความคิดนี้ในที่สาธารณะอย่างอิสระ และเผลอคิดไปว่าสังคมภายนอกจะเห็นด้วยเสมอ นี่คือที่มาของ hate crime หรือ อาชญากรรมแห่งการเกลียดชัง เหยียดชนชาติ เหยียดผิว เหยียดเพศ ที่สูงขึ้นอย่างมหาศาลในอังกฤษหลังจากการโหวต Brexit หลังจากผลโหวตให้อังกฤษออกจากอียู นั้น hate crime ในอังกฤษกระโดดขึ้น 41% ในเดือนกรกฎาคมปีนี้เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และทำให้ภาพรวมทั้งปีสูงขึ้น 19% เมื่อเทียบกับปีก่อน (ข้อมูลจาก BBC) แม้เหยื่อมักจะเป
