อาชีพเกษตร
ปลูกผักในเมืองกรุง พื้นที่จำกัด ก็ปลูกกิน-ขายได้ หลักคือ ต้องทำน้อยให้ได้มาก จากเส้นทางดนตรีสู่อาชีพเกษตรกรรมกลางกรุง คุณธรรมศักดิ์ ลือภูวพิทักษ์กุล หรือ คุณโอ๋ อดีตนักร้องหนุ่ม วง P2WARSHIP วัย 41 ปี ที่เปลี่ยนชีวิตและสนามฟุตบอลเป็นพื้นที่ทำการเกษตร ตามรอยเท้าในหลวง โดยใช้ชื่อว่า “ฮิพอินทรีย์ ฟาร์มวิลล์พอเพียง” บนเนื้อที่ 1 ไร่ ในซอยลาดพร้าว 71 นาคนิวาส 30 น้ำท่วมใหญ่ เปลี่ยนแนวคิด เปลี่ยนสนามบอล เป็นฟาร์ม คุณโอ๋ ย้อนเล่าให้ฟังว่า “ก่อนหน้าจะมาปลูกต้นไม้ ปลูกผัก เปลี่ยนพื้นที่ที่มีมาทำการเกษตรอย่างทุกวันนี้นั้น พื้นที่ 1 ไร่ตรงนี้เคยเปิดเป็นสนามฟุตบอลให้เช่ามาก่อน แต่พอช่วงปี 2554 ที่เกิดน้ำท่วมทั่วกรุงเทพฯ ช่วงนั้นทำให้คุณพ่อ คุณแม่และญาติๆ ต้องย้ายจากมีนบุรีมาอาศัยอยู่ที่นี่ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ชีวิตมีความสุขมาก เพราะคุณแม่ตื่นเช้าเก็บผักริมรั้วที่ปลูกไว้มาทำกับข้าว ทำอาหารทานกันเองซึ่งมันอร่อยและรู้ว่าสุขภาพดีมาก ตอนนั้นมีเงินก็ไม่สามารถซื้อได้นะ” พอเล่าถึงจุดเริ่มต้นที่หันมาทำเกษตร คุณโอ๋ บอกว่า พอหลังจากช่วงน้ำท่วมผ่านไป ก็คิดเริ่มที่จะลงมือทำเลย เพราะตอนน้ำท่วม เรามีผักที่ดีทาน ส
หลายคนมีความฝันถึงอนาคตว่าต้องการมีชีวิตแบบบ้านไร่ ทำสวน ปลูกต้นไม้ ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับธรรมชาติ และยึดอาชีพเป็นเกษตรกร สามารถเลี้ยงชีพตัวเองได้ สร้างรายได้ยั่งยืนและมีความสุข บนพื้นที่ของตัวเอง คุณสายสุนีย์ สุวรรณดี หรือ ป้าน้อย เจ้าของฟาร์มสายทอง แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่ ของจังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นสวนที่ปลูกมัลเบอร์รี่หรือลูกหม่อนสด ปลอดสารเคมี พร้อมการแปรรูปครบวงจร เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของคนทำตามความฝันจนประสบความสำเร็จ ป้าน้อย เล่าว่า เดิมเป็นคนกรุงเทพฯ ไม่ได้มีความรู้เรื่องการเกษตร อยู่กรุงเทพฯ ก็ทำอาศัยเลี้ยงชีพด้วยธุรกิจค้าขาย แต่ความฝันของป้าน้อยคืออยากเป็นคาวเกิร์ล เพราะชอบดูหนังคาวบอยของตะวันตก เมื่อ 30 ปีก่อน จึงตัดสินใจซื้อที่ดิน แถวจังหวัดสระบุรี ก่อนจะย้ายมาทำเกษตรในพื้นที่แห่งนี้ ซึ่งก่อนที่จะมาปลูกมัลเบอร์รี่ ปลอดสารเคมีแบบนี้ พื้นที่นี้ก็เคยผ่านการปลูกกระถิ่น การเลี้ยงโคนม มาก่อน แต่การเลี้ยงโคนม เป็นอาชีพที่เหนื่อยมากซึ่งก็ทำมาหลายปีกว่าจะหยุดลง แล้วหันมาปลูกมัลเบอร์รี่แทน โดยเริ่มจากมีต้นแม่พันธุ์อยู่แค่เพียง 2 ต้นเท่านั้น ซึ่งลูกสาวซื้อมาให้จากเชียงใหม่ เอามาป
เรื่องราวของการกลับไปทำเกษตรกรรมของคนรุ่นใหม่ หรือสานต่องานเกษตรของครอบครัว โดยการนำความรู้จากการศึกษาเรียนรู้ระดับที่สูงขึ้นมาบริหารจัดการ มีมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีหลังนี้ จะพบว่ามีเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนที่อยากเป็นเกษตรกร หรืออยากกลับบ้านไปทำงานเกษตรกรรมก็มีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับเรื่องราวของ คุณวีรพล ค้อศุภฤกษ์สกุล หรือ คุณพล เจ้าของไร่สตรอว์เบอร์รี่ที่รัก อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ชายหนุ่มผู้ที่จบการศึกษาจากรั้วมหาวิทยาลัยแม่โจ้ อีกคนที่หันหลังให้กับงานประจำและกลับมาสานต่อการทำงานเกษตรของครอบครัว โดยนำเอาความรู้กลับมาพัฒนาบ้านเกิดของตนเอง คุณพล ย้อนความหลัง เล่าให้ฟังว่า “ผมจบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านการเกษตร ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ แล้วก็เข้าทำงานเป็นพนักงานประจำ อยู่ในบริษัทประมาณ 3 ปีได้ แต่ช่วงระหว่างทำงาน ผมก็กลับมาบ้านที่เขาค้อบ่อยมาก ในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ เพราะต้องกลับมาช่วยที่บ้านทำไร่สตรอว์เบอร์รี่ แล้วก็ทำไร่ ปลูกพืชการเกษตรทั่วไป จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำ แล้วมาทำไร่สตรอว์เบอร์รี่ที่รัก เพราะพบว่าการกลับบ้านมาทำไร่ในช่วงเสาร์-อาทิตย์ไม่เพีย
อาชีพการเกษตรเป็นอาชีพที่มีเสน่ห์ จึงเป็นแรงดึงดูดใจให้ผู้คนหลากหลายอาชีพหันมาสนใจ แม้แต่พยาบาลสาว ยังต้องลาออกมาทำการเกษตร อย่างเช่น คุณการต์รวี บัวบุญ หรือ น้องอ้น อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37 หมู่ที่ 7 ตำบลหนองทุ่ม อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม 44120 โทร. (085) 421-7734 อีเมล [email protected] ให้ข้อมูลว่า เดิมมีอาชีพรับราชการเป็นพยาบาล โดยจบการศึกษาจากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสระบุรี พยาบาลวิชาชีพ (4 ปี) จากนั้นรับราชการอยู่หลายแห่งเป็นเวลารวม 8 ปี (ศูนย์มะเร็งลพบุรี 2 ปี, โรงพยาบาลวาปีปทุม 3 ปี, โรงพยาบาลมหาสารคามอินเตอร์ 1 ปี, คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 2 ปี) จบปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม และกำลังศึกษาระดับปริญญาเอกสาขาเดียวกันและที่เดียวกัน และเพิ่งลาออกจากพยาบาลเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา คุณการต์รวี เล่าให้ฟังว่า มีพื้นที่ 22 ไร่ ทำนา 10 ไร่ สระน้ำ 4 ไร่ ที่เหลือเป็นที่ดอน โดยได้ทำการเกษตรหลายอย่าง ดังนี้ 1. เลี้ยงเป็ดไข่ (พันธุ์กากีแคมป์เบล, ซีพีซุปเปอร์) 500 ตัว ให้ไข่แล้ว 200 ตัว ซื้อวัตถุดิบมาผสมอาหารเอง เช่น กากปาล์มน้ำมัน กากถั่วเหลื
ปลายปีที่ผ่านมา ผู้เขียนมีโอกาสไปเยือนเมืองน่านอีกครั้ง ตามคำเชิญของ บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด ในเครือฟิลลิป มอร์ริส อินเตอร์เนชั่นแนล อิงก์ (พีเอ็มไอ) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์บุหรี่ในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 เป้าหมายการเดินทางในครั้งนี้ เพื่อเยี่ยมชมกิจการใบยาสูบ พืชเศรษฐกิจสำคัญที่มีบทบาทต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของเกษตรกรชาวจังหวัดน่าน “ยาสูบ” พืชทำเงิน สร้างอาชีพของเกษตรกรไทย ข้อมูลจากกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง ระบุว่า ปัจจุบัน มีเกษตรกรไทยยึดอาชีพปลูกยาสูบ จำนวน 34,000 ครอบครัว เนื้อที่ปลูกยาสูบ จำนวน 132,000 ไร่ มีผลผลิต 40,700 ตัน ซึ่งพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง จำนวน 10 จังหวัด ปลูกใบยาสูบพันธุ์เวอร์จิเนีย จำนวนเกษตรกร 5,800 ครอบครัว ผลผลิตรวม 12,000 ตัน ส่วนพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 14,900 ครอบครัว นิยมปลูกยาสูบพันธุ์โอเรียนทอล หรือเตอร์กิช มีผลผลิต 8,800 ตัน ไร่ยาสูบ สายพันธุ์เวอร์จิเนีย จังหวัดน่าน ทุกวันนี้ ยาสูบพันธุ์เบอร์เรีย มีแหล่งปลูกสำคัญอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ สร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกรชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ จ
ในวงการเกษตรไส้เดือนถือเป็นสัตว์ที่ทำประโยชน์ให้มากมาย การคืบคลานชอนไชในดินของสัตว์ชนิดนี้ช่วยทำให้ดินร่วนซุย การถ่ายเทน้ำและอากาศดี ดินอุ้มน้ำได้ดีขึ้น เพิ่มช่องว่างในดินทำให้รากพืชหาอาหารได้ง่าย ไม่เพียงเท่านั้นไส้เดือนยังเหมือนเครื่องชี้วัดสารเคมีในดิน เพราะถ้าดินบริเวณนั้นมีสารเคมีตกค้าง จะไม่พบไส้เดือนสักตัว อาจกล่าวได้ว่าบริเวณใดมีไส้เดือน บริเวณนั้นมีความอุดมสมบูรณ์ สำหรับนักตกปลาแล้วไส้เดือนถือเป็นอาหารอันโอชะของบรรดาปลาทุกชนิด อีกทั้งยังพบว่าในตัวไส้เดือนมีปริมาณเปอร์เซ็นต์โปรตีนที่สูงมากหากนำมาใช้เลี้ยงสัตว์ จะช่วยลดค่าใช้จ่าย ถ้าใช้ไส้เดือนเป็นอาหารแก่นกแข่งเสียงแล้วจะทำให้มีเสียงไพเราะ มีขนสวย หรือถ้านำไปเลี้ยงหมูแล้วพบว่าคุณหมูทั้งหลายจะมีการผสมพันธุ์ที่ดี ไม่เพียงเท่านั้นมูลไส้เดือนยังเกิดประโยชน์ต่อวงการเกษตรด้วย ด้วยเหตุผลทั้งหลายทั้งปวงจึงเกิดมีอาชีพเพาะ-เลี้ยงไส้เดือนขึ้นเพราะต้องการนำไปใช้เป็นอาหารสัตว์ และนำมาใช้ย่อยสลายวัสดุเหลือทิ้งจากภาคการเกษตรและอาหาร เช่น เศษผัก ผลไม้หรือมูลสัตว์ เพื่อผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์ “ฟาร์มไส้เดือนเดช” ตั้งอยู่เลขที่ 3 หมู่ที่ 11 ตำบลอ้อม
“เมืองไพลิน” ในอดีตเคยเป็นค่ายอพยพของเขมรแดง เรียกว่า “ฐานภูลำเจียก” และเคยเป็นเหมืองพลอยสีน้ำเงิน (บลู แซฟไฟร์) หรือ “พลอยไพลิน” ที่มีชื่อเสียงติดอันดับโลก แต่ทุกวันนี้เมืองไพลินไม่เหลือพลอยให้ขุดอีกแล้ว เมืองไพลินได้เปรียบในด้านทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางหุบภูเขาสูง มีแหล่งน้ำอุดมสมบรูณ์ มีสภาพภูมิอากาศที่ดี เอื้อต่อการเติบโตของไม้ผล ทำให้เมืองไพลินกลายเป็นแหล่งปลูกลำไยที่สำคัญของประเทศกัมพูชา หลังเก็บเกี่ยวผลผลิต ลำไยสดจะถูกส่งออกผ่านชายแดน ที่ด่านช่องพรม บ้านโอร์สะกรอม เพื่อนำมาขายล้งจีนที่ฝั่งไทย ผ่านทางด่านถาวรบ้านผักกาด อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี โดยใช้ระยะทางขนส่งสินค้า ประมาณ 17 กิโลเมตร หากใครมีโอกาสผ่านไปแถวด่านถาวรบ้านผักกาด คงจะเคยสังเกตเห็นรถบรรทุกจากฝั่งเขมรที่บรรจุสินค้าลำไยสด รวมทั้ง มันสำปะหลัง และข้าวโพด มาส่งขายพ่อค้าในฝั่งไทยแทบทุกวัน ลุงแยม หรือ “ซา จำเจริญ” เกษตรกรชาวกัมพูชา เจ้าของสวนลำไยสองพี่น้อง ในพื้นที่ฝั่งไทยที่อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี และเป็นผู้ปลูกลำไยมากที่สุดในเมืองไพลิน เนื้อที่ปลูกลำไยมากกว่า 125 ไร่ ปัจจุบัน สวนลำไยในเมืองไพลินแห่งนี้ มีต้นทุนก
คุณเจือ พุ่มทับทิม อยู่บ้านเลขที่ 48/4 หมู่ที่ 1 ตำบลน้ำขุม อำเภอศรีนคร จังหวัดสุโขทัย เกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงโชคอนันต์เป็นอาชีพ แม้พื้นที่ปลูกต้องรอน้ำในช่วงฤดูฝนเพียงอย่างเดียว แต่เกษตรกรท่านนี้ก็ยังสามารถปลูกและสร้างเงินให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณเจือ เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่มาทำสวนมะม่วงเหมือนเช่นทุกวันนี้ ได้เน้นการปลูกพืชจำพวก ถั่วเหลือง ฝ้าย และทำนาข้าว ด้วยผลตอบแทนที่ได้รับของการเกษตรในรูปแบบนั้น ยังไม่เป็นที่น่าพอใจมากนัก จึงมีการคิดเปลี่ยนการปลูกพืชชนิดอื่นขึ้นภายในใจ “พืชล้มลุกพวกนั้น ปีหนึ่งปลูก 2 ครั้งเอง ได้เงินมาก็ยังไม่ถึง 5,000 ต่อไร่เลย นี่ยังไม่ได้หักต้นทุนด้วยนะ ก็เริ่มคิดแล้วว่าแบบนี้ไม่ดีแน่ ต้องหาอะไรที่มันได้รายได้มากขึ้น โดยที่เราไม่ต้องมีพื้นที่มากกว่าเดิม แต่รายได้ต้องมีมากกว่าเดิมที่เราทำ ก็ลองปลูกมาหลายอย่าง ช่วงนั้นโชคดีที่ได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับมะม่วงโชคอนันต์ ก็เลยเกิดแรงบันดาลใจที่จะทำขึ้นมาในตอนนั้นเลย” คุณเจือ เล่าถึงความเป็นมาในสมัยก่อน ซึ่งสวนมะม่วงของเขาเป็นมะม่วงแบบระยะชิด เพื่อไม่ให้เปลืองเนื้อที่มากนัก ปลูกประมาณ 150-200 ต้น ต่อไร่ และเน้นต
ตอนนี้หลายคนหันมาสนใจทำการเกษตรเป็นรายได้เสริม และมีไม่น้อยที่ทำเงินได้จนกลายเป็นรายได้หลัก อย่างดาบตำรวจที่พะเยาที่หันมาเลี้ยงไก่งวงออกขาย ปรากฏว่าสร้างรายได้เดือนละหลายหมื่นบาท ตอนนี้กำลังพัฒนาเพื่อส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านด้วย ดาบตํารวจสมบูรณ์ นันทพิศ ตํารวจสังกัดกองบังคับการตํารวจภูธรจังหวัดพะเยา เล่าว่า ตนได้ใช้เวลาว่างจากงานรับราชการตำรวจในวันหยุด หันมาเพาะพันธุ์ไก่งวงออกจําหน่าย ภายในบริเวณบ้าน ในพื้นที่บ้านดอกบัว หมู่ที่ 4 ตําบลบ้านตุ่น อําเภอเมือง จังหวัดพะเยา เพื่อเป็นอาชีพเสริมให้กับตนเองและครอบครัว ซึ่งสามารถจําหน่ายได้เป็นอย่างดี ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด เนื่องจากหากมีการเพาะพันธุ์ออกมาเสร็จแล้ว ลูกของไก่งวงอายุไม่เกิน 1-2 เดือน ก็จะมีคนมาสั่งจองซื้อกันจนหมด ดาบตํารวจสมบูรณ์ ยังกล่าวด้วยว่า ตนเองหันมาเลี้ยงไก่งวงเป็นอาชีพเสริม ได้ปีกว่าๆ แล้ว โดยเริ่มจากพ่อพันธุ์ 2 ตัว แม่พันธุ์ 5 ตัว นํามาเพาะขยายพันธุ์โดยเฉลี่ยแล้ว ภายในระยะเวลา 2-3 เดือน แม่พันธุ์แต่ละตัวจะให้ลูกประมาณ 15-20 ตัว และนํามาเลี้ยงประมาณ 1-2 สัปดาห์ ก็สามารถจําหน่ายได้แล้ว ในราคาเริ่มต้นที่ 2
สวัสดีค่ะ พริก กับคนไทยเป็นของคู่กันมาช้านาน ในสำรับกับข้าวของคนไทยจึงไม่เคยขาดอาหารจานเผ็ด ไม่ว่าจะเป็น ต้ม ผัด แกง แม้แต่ของทอดยังต้องมีน้ำจิ้มรสเผ็ดเป็นของคู่กัน แต่ในวันนี้วันที่คนกินหวาดหวั่นพรั่นพรึงกับสารเคมีที่ปะปนอยู่กับผลผลิตเกษตร พริกที่คนไทยกินใช้กันเยอะก็ถูกตั้งข้อ กังขาไปด้วย ดังนั้น ฉบับนี้รันตีจึงขอนำท่านบุกเข้าไปในแนวป่า ฝ่าถนนลูกรัง ลัดตัดหลังทุ่งเพื่อมุ่งหน้าไปหาสวนพริกที่กาญจนบุรี สวนพริกที่นี่พยายามจะใช้สารอินทรีย์ชีวภาพให้มากขึ้น ลดสารเคมีให้น้อยลง อยู่ในระดับที่สมดุลเพื่อไม่ให้ตกค้างมาถึงคนกินอย่างเราท่าน เกษตรกรผู้ปลูกพริกที่นี่มีดีอย่างไร จึงทำให้รันตีต้องพาหนังหน้าสวยๆ ไปตากแดด ตากลม ก้นระบมกับการนั่งรถ เดี๋ยวจะได้รู้กันค่ะ ปลูกพริกอาศัยน้ำฝน พาท่านมาพบกับ คุณสมยศ นิลเขียว เกษตรกรผู้ปลูกพริกที่บ้านโป่งกะอิฐ ตำบลหนองขาว อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี คุณสมยศ เล่าว่า มีพื้นที่ปลูกพริกอยู่ 3 ไร่ ในแต่ละปีจะปลูกพืชหมุนเวียนคือ ปลูกผักชีสลับกับพริก โดยจะหว่านผักชีก่อนในช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากหว่านแล้ว 45วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวผักชีได้ จากนั้นจึงตัดหญ้าโดยใช้
