อาชีพเสี่ยง
ช่างภาพอิสระ กระทบหนัก คิวงานถูกยกเลิก จากที่เคยได้ 5 หมื่น ตอนนี้เหลือศูนย์บาท คุณสุตินันท์ เสาศิริ ตากล้องหนุ่ม ที่ยึดอาชีพนี้มานาน 8 ปี เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ถือเป็นวิกฤตใหญ่ที่สุดในชีวิตเท่าที่เคยเจอมา หนักกว่าตอนน้ำท่วมปี 2554 เสียอีก “ปี 54 ผมยังทำงานประจำควบคู่กับถ่ายภาพ เลยยังมีเงินเดือนใช้ บวกกับสถานการณ์คลี่คลายเร็ว ทำให้ไม่หนักเท่าช่วงนี้ที่โควิด-19 ระบาด ยังมองไม่เห็นทางเลยว่าจะฟื้นตัวเมื่อไหร่ เหมือนเป็นภัยที่เรามองไม่เห็น เพราะมองไปข้างนอกฟ้ายังสวยอยู่เลย” ตากล้อง กล่าว คุณสิตินันท์ เผยต่อว่า ผลกระทบจากวิกฤตครั้งนี้เรียกว่าหนักที่สุด เพราะคิวงานช่วงกลางปีถูกยกเลิกหมด ส่วนปลายปียังพอมีลุ้นอยู่บ้าง “ตอนนี้ผมรับฟรีแลนซ์ ไม่มีงานประจำเหมือนแต่ก่อนรายได้จึงมาจากอาชีพนี้ทางเดียว งานที่รับส่วนใหญ่คือถ่ายภาพเวดดิ้ง งานแต่ง งานรับปริญญา งานอีเว้นต์ต่างๆ ช่วงนี้ไม่มีใครจัดงาน เพราะรัฐบาลให้งดจัดกิจกรรมที่เป็นการรวมตัว งานจึงถูกยกเลิก จากที่เคยได้ 5 หมื่นบาทต่อเดือน สองเดือนที่ผ่านมานี้รายได้ไม่มีเลย เป็นศูนย์ อาศัยเอาเงินส
‘บางวันได้แค่ร้อยกว่าบาท ถ้าไม่ออกก็ไม่มีเงินใช้’ เสียงจากแท็กซี่สาว อาชีพเสี่ยงสู้โควิด-19 อีกหนึ่งอาชีพน่าเห็นใจในวิกฤตเช่นนี้ คือ คนขับแท็กซี่ ที่ต้องพบเจอผู้โดยสารเป็นประจำ แต่เมื่อเกิดโรคโควิด-19 ผู้โดยสารหลีกเลี่ยงการขึ้นแท็กซี่ สถานที่ที่เคยเป็นจุดจอดรับปิดชั่วคราว ส่งผลให้ลูกค้าหายไปอย่างน่าใจหาย คุณแก้ว-วรรณกวี อยู่วัฒนา แท็กซี่สาววัย 37 ปี เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ช่วงแรกที่มีข่าวการแพร่ระบาดยอมรับว่ากังวลเล็กน้อย แต่ไม่ได้ตื่นตระหนกขนาดเก็บตัวเองอยู่ที่บ้าน ด้วยอาชีพขับแท็กซี่ต้องออกไปเจอคน จึงเลี่ยงไม่ได้ “ต้องป้องกันและดูแลตัวเองอย่างดีที่สุด ใส่แว่นตา หน้ากากอนามัย หมวกคลุมผม ใส่ถุงมือ พกเจลล้างมือของตัวเอง รับเงินปุ๊บเช็ดมือทันที ให้ลูกค้าใช้เจลล้างมือทุกครั้งที่ขึ้นรถ เมื่อส่งลูกค้าเสร็จจะฉีดสเปรย์ทำความสะอาดทันที เวลาขับผ่านโรงพยาบาลจะแวะให้คุณหมอวัดไข้บ้าง ช่วงสองเดือนที่ผ่านมาจึงไม่เจอปัญหาอะไร” แท็กซี่สาว เผย แม้ในช่วงที่มีข่าวว่าแท็กซี่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จากผู้โดยสาร คุณแก้ว เผยว่า จากที่ป้องกันตัวเองอยู่แล้ว ต้องเพิ่มความปลอดภัยให้ผ
