อาหารจานเดียว
ซื้อง่าย ขายคล่อง อาหารจานเดียว ยอดนิยมของไทย ใส่ใจคุณค่าโภชนาการ การบริการอาหารจานเดียว ควรจัดให้ครบคุณค่าทางโภชนาการ คือมีสัดส่วนของแป้งประมาณ 40% เนื้อสัตว์ 40% ผัก 20% เช่น ข้าวกะเพราไก่ไข่ดาว ควรมีผักสด แตงกวา มะเขือเทศ ผักสลัด อาหารจานเดียวยอดนิยมของไทย เช่น ผัดไทย นิยมจัดผักเคียงเป็น หัวปลี ใบบัวบก ถั่วงอก ใบกุยช่าย ข้าวคลุกกะปิ ต้องมี ไข่เจียวฝอย กุ้งแห้งทอด หอมแดง มะม่วงเปรี้ยวซอย หมูหวาน ข้าวผัดแบบไทย นิยมใส่ หอมใหญ่ มะเขือเทศ คะน้า ไข่ใส่หลังผัดข้าว นิยมให้ไข่เป็นแผ่นเล็กน้อยเกาะกับข้าวและผัก การผัดข้าวต้องผัดเร็ว ผัดไว คุมไฟแรง ไฟกลาง ให้เหมาะกับจังหวะการผัด กุ๊กมือใหม่มักจะผัดข้าวนาน ผัดแล้วผัดอีก จนข้าวฉำแฉะ ติดกระทะ ไหม้ ขนมจีนซาวน้ำ ได้ชื่อตามวิธีการทำขนมจีนคือต้มเส้นและซาว (จับเป็นเส้น) ด้วยไม้แหลม และไปซาวในน้ำเย็นให้อยู่ตัวอีกที เครื่องซาวน้ำมี กะทิต้มสุก แจงลอน (ลูกชิ้นปลาปั้นคล้ายลูกรักบี้) กระเทียมไทยซอยตามยาวกลีบ ขิงซอยเส้นยาว กุ้งแห้งป่น พริกน้ำปลา สับปะรดสับเป็นเส้น เวลากินผสมทุกอย่างคลุกเคล้าให้เข้ากัน ขนมจีนน้ำยา เครื่องแกงหลักคือ พริกแห้ง ตะไคร้ หอม กระเทียม
หลัง 2475 “อาหารจานเดียว” กินเพื่อความเท่าเทียม สลายค่านิยม และการแบ่งชนชั้น “การกินอาหารในยุคก่อนปฏิวัติมีความเป็นชนชั้นกำกับ แต่หลัง 2475 มันเปลี่ยนไป” หากพูดถึงเรื่องอาหารการกิน ได้มีการเปลี่ยนแปลงด้านวัฒนธรรมอาหาร อันเป็นผลพวงมาจากความเปลี่ยนแปลงในการปฏิวัติ พ.ศ. 2475 ที่ทำให้อาหารที่เป็นการแบ่งแยกชนชั้น ค่อยๆ กลายเป็นครัวสมัยใหม่ เปิดกว้างมากขึ้น เน้นย้ำความเท่าเทียมและหลักโภชนาการ อาหารการกินก่อน พ.ศ. 2475 เป็นอาหารทางชนชั้น ซึ่งชนชั้นสูงจะกินอีกแบบหนึ่ง ชนชั้นล่างจะกินอีกแบบหนึ่ง ชนชั้นแรงงานหรือชาติพันธุ์ ก็จะมีอาหารเป็นของตนเอง อาหาร จะเป็นตัวแสดงออกถึงชนชั้นหรือสถานะของคนกินอีกด้วย ดังนั้น เป้าหมายของคณะราษฎร คือต้องการทำให้ชนชั้นของอาหาร หายไปจากสังคม ผศ.ดร.ชาติชาย มุกสง เจ้าของผลงาน “ปฏิวัติที่ปลายลิ้น” ได้กล่าวบนเวที “เสวนา ศิลปวัฒนธรรมสเปเชียล” ที่งานสโมสรศิลปวัฒนธรรม สเปเชียล “๒๔ มิถุนาฯ วันมหาศรีสวัสดิ์” ในหัวข้อ “เมนูสร้างชาติ ราษฎรยุค 2475” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อปี 2566 ไว้ว่า “สมัยก่อนจะมีสำรับกับข้าว ชนิดที่เรียกว่า ต้ม ผัด แกง ทอด ตำน้ำพริก มีข้าวเป็นอาหารหลักอยู่ตรงกลาง
กระเป๋าฉีก! อาหารจานเดียว แพงขึ้น 6.7% ข้าวกะเพรา หนึ่งจานทะลุ 60 บาท LINE MAN Wongnai เปิดรายงานดัชนีราคาอาหารจานเดียวทั่วประเทศไทย ระหว่างปี 2563-2565 เพื่อเป็นข้อมูลเปรียบเทียบกับสถานการณ์เงินเฟ้อและค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน โดยใช้ข้อมูลราคาที่ขายจริงจากร้านอาหารกว่า 7 แสนร้านที่ขายดีลิเวอรี่บนแพลตฟอร์ม LINE MAN ทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย ราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวทั่วไทย ระหว่างปี 2563-2565 LINE MAN Wongnai รายงานความเปลี่ยนแปลงราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียว เช่น ก๋วยเตี๋ยว สุกี้ ข้าวผัดกะเพรา อาหารตามสั่ง ข้าวผัด ข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง ข้าวขาหมู ราดหน้า ฯลฯ ที่ขายในแต่ละเดือนระหว่างปี 2563-2565 พบว่า ราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวในปี 2563 อยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 2564 โดยตัวเลขของปี 2564 น้อยกว่าของปี 2563 อยู่เล็กน้อย ซึ่งอาจเป็นเพราะสภาพเศรษฐกิจจากสถานการณ์โควิด-19 อย่างไรก็ตาม ราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวของปี 2565 กลับเพิ่มขึ้นจากปี 2564 อย่างชัดเจน ราคาเฉลี่ยในเดือนมกราคม 2565 อยู่ที่ 55.33 บาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2564 ที่ 53.33 บาท (แพงขึ้น 2 บาท) และถ้าดูตัวเลขในเดือนพฤษภาคม 256
สปาเกตตีผัดแหนมเบคอน อาหารจานเดียวทำง่าย รับรองอร่อยชัวร์ วันก่อนได้แหนมเบคอนมา เลยจับมาทำสปาเกตตีผัดแหนมเบคอนทานง่ายๆ แหนมร้านนี้เขาใส่กระเทียมและพริกขี้หนูเยอะมาก ไม่ต้องเตรียมกระเทียมกับพริกแห้ง เรียกว่าพร้อมในตัวเลยค่ะ เพื่อให้จานนี้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น เลยเจียวเบคอนเพิ่ม นำมาโรยหน้า ทำให้รสสัมผัสมีทั้งเปรี้ยวจากแหนม เค็มจากเบคอน นุ่มและกรอบผสมผสานกันจานนี้อร่อยค่ะ! ส่วนผสม สปาเกตตี เกลือ แหนมเบคอน พริกไทยดำโขลก เบคอน น้ำมันพืช ใบโหระพา วิธีทำ ลวกเส้นสปาเกตตีในน้ำเดือด ใส่เกลือเล็กน้อย ต้มตามเวลาที่กำหนดข้างซอง 2. ตักเส้นใส่กระชอนล้างผ่านน้ำเย็นเพื่อหยุดความร้อน เคล้าเนยพักไว้ 3. คั่วเบคอนที่ตัดเป็นท่อน นำขึ้นพักไว้ 4. นำแหนมที่หั่น ลงไปผัดในน้ำมันที่เจียวเบคอนให้เหลือง 5. ใส่เส้นสปาเกตตี เติม เกลือ พริกไทยโขลกหยาบ เคล้าให้เข้ากัน ชิมรส 6. จัดใส่จานโรยเบคอน แต่งด้วยใบโหระพา อาหารจานเดียว เมนูนี้ทำง่ายค่ะ นำของที่มีในบ้านมาผัด ถ้าปลูกผักสวนครัวอยู่แล้ว ยิ่งสะดวกค่ะ เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2563
รู้ก่อนขาย! วิธีอัพเกรด อาหารจานเดียว ให้ดูว้าว แถมอัพราคาได้แบบไม่น่าเกลียด เพจ แม็คโครโฮเรก้าอคาเดมี มีข้อมูลน่าสนใจ เกี่ยวกับเทคนิค “อัพเกรด” เมนูอาหารจานเดียว ให้กลายเป็น จานไม่ธรรมดา อัพราคาได้แบบไม่น่าเกลียด และคิดว่าพ่อค้าแม่ขาย ทั้งหลาย น่าจะทำตามได้ไม่ยาก โดยเริ่มจาก เติมความไม่ธรรมดาด้วยวัตถุดิบ การจะอัพเกรดเมนูจานเดียวธรรมดาให้ดูพิเศษขึ้น วัตถุดิบที่ใช้ก็ต้องมีความพิเศษแตกต่าง เช่น เนื้อสัตว์ที่นำมาใช้ปรุง ลองนึกถึงเมนูกระเพราหมูดำคุโรบูตะภูพาน ที่มาพร้อมเรื่องราวให้เล่าถึงความเป็นมาของหมูดำโครงการพระราชดำริ ได้ทั้งความแตกต่างและเรื่องราว หรือ กระเพราเนื้อวากิว กระเพราแซลมอน กระเพราปู เท่านี้ก็ไม่ธรรมดาแล้ว เพิ่มความพิเศษด้วยความหลากหลาย แม้จะเป็นเมนูจานเดียว แต่ก็สามารถเพิ่มความหลากหลายเข้าไปให้เกิดตัวเลือกมากขึ้นไม่จำเจเป็นเมนูสิ้นคิด เช่น สารพัดเมนูผัดดกระเพรา ไม่ใช่มีแต่ หมู ไก่ เนื้อ ต้องมีทั้งเมนูธรรมดาที่ลูกค้าคุ้นชิน และ เมนู Wow Wow ที่ลูกค้าคาดไม่ถึงว่าจะมี เพื่อเป็นจุดขายให้ลูกค้าช่วยบอกต่อ เติมความไม่ธรรมดาด้วยหน้าตาจัดเสิร์ฟ เมื่อวัตถุดิบแตกต่าง มีจุดขายแล้ว ภาช
เปิดสูตร “อีหมี่ไก่ แฮม” อาหารจีนทานคู่ซอสเปรี้ยวหรือจิ๊กโฉ่ โรยพริกไทยขาวอร่อยจริงๆ หนึ่งในอาหารจานเดียวที่ชอบ คือ อีหมี่ อีหมี่เป็นอาหารจีนที่ใช้บะหมี่ไข่ไปลวก บางคนเอาไปทอดกรอบทั้ง 2 ด้านก็อร่อย แต่คราวนี้จะทอดในกระทะให้ด้านล่างกรอบเกรียมติดก้นกระทะนิดหนึ่ง ด้านบนจะนุ่ม โรยด้วยอกไก่ฉีก แฮมและกุยช่ายขาว รับประทานกับซอสเปรี้ยวหรือจิ๊กโฉ่ โรยด้วยพริกไทยขาว อร่อยจริงๆ ค่ะ ส่วนผสม บะหมี่ไข่ น้ำซุปไก่ ซีอิ๊วดำ น้ำมันพืช อกไก่ แฮม เห็ดหอม กุยช่ายขาว ซอสเปรี้ยว พริกไทย วิธีทำ หยีบะหมี่เบาๆ ให้เส้นกระจาย เคาะแป้งออกจากเส้นบะหมี่ เวลาทอดจะได้ไม่ไหม้และขม ลวกบะหมี่ให้เกือบสุก แช่น้ำเย็น สะเด็ดน้ำพักไว้ เด็ดก้านเห็ดหอม แช่น้ำ ซอยบางๆ พักไว้ ผสมน้ำซุป ซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว พริกไทยป่นให้เข้ากัน เห็ดหอม นำไปเคล้ากับเส้นบะหมี่ นำน้ำมันใส่หม้อ/กระทะที่จะอบบะหมี่เล็กน้อย นำบะหมี่ที่ลวกแล้วลงไปทอดในหม้อที่จะอบให้เส้นกรอบด้านหนึ่งค่อนข้างกรอบ ปิดฝาให้ระอุ สุกแล้ว ใส่อกไก่ต้มที่ฉีกเป็นเส้นและแฮมที่หั่นเป็นเส้น โรยกุยช่ายขาว เสิร์ฟด้วยซอสเปรี้ยวและพริกไทยขาว เคล็ดลับการต้มไก่ เวลาต้มอกไก่ จะ
เขาว่าคนแก่ชอบกินของขม จริงหรือคะ? ฉันว่าฉันชอบกินของขมมาตั้งแต่ละอ่อน หรือว่าจะแก่แดดแก่ลม แต่ไม่ต้องขมขนาดบอระเพ็ดนะคะมันขมเกินไป ไม่ใช่แต่ชาวไทยที่ชอบกินของขม เพื่อนบ้านรอบตัวเราก็ล้วนกินพืชผักรสขมกันทั้งสิ้น ที่นึกออกอย่างแรกเลยคือ มะระ ตามด้วยใบขี้เหล็ก ใบยอ และสะเดา มะระเท่าที่เห็นประเทศในอาเซียนกินกันทุกประเทศคงได้รับอิทธิพลจากชาวจีนกันไปถ้วนทั่ว อย่างอื่นๆ ก็แล้วแต่ความนิยมในแต่ละท้องถิ่น เมื่อย่างเข้าปลายปีก็เป็นฤดูของสะเดาที่เป็นพืชพื้นถิ่นในแถบเอเชีย เป็นไม้ยืนต้นที่ขึ้นได้ทั่วไปตามป่าเบญจพรรณ นับเป็นพืชที่ใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วนของต้น ส่วนที่เรานำมากินก็จะเป็นส่วนยอดอ่อนและดอก มีรสขมมัน ใครชอบขมมากก็กินพันธุ์พื้นเมืองคือ สะเดายอดแดง ส่วนที่ชอบขมน้อยก็กินสะเดามันยอดสีเขียวอ่อน ช่วงปลายปีถึงต้นปีสะเดาจะออกช่อแตกใบอ่อนติดดอกน่านำมาลวกจิ้มกับน้ำปลาหวานและปลาดุกย่าง เสียเหลือเกิน ถ้าจะดีกว่านั้นต้องเป็นกุ้งแม่น้ำเผา นั่นเป็นเวอร์ชั่นไทยยอดนิยม ส่วนชาวเขมรก็นิยมนำสะเดามาลวกจิ้มน้ำพริกที่เรียกว่า “ตึกเกรือง” และนำมายำที่เรียกว่า “ญวมสะเดา” (ញាំស្ដៅ) โดยเขาจะนำสะเดามาลวก แล้วยำกับผัก
