อาหารสัตว์
ไทยส่งออกอาหารสัตว์เป็นอันดับ 4 ของโลก และเป็นอันดับ 3 ในตลาดจีน ส่วนแบ่งในตลาดจีนมีโอกาสการค้าสูง นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อํานวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สนค. ได้ติดตามสถานการณ์การค้าและแนวโน้มของสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงซึ่งไทยเป็นประเทศผู้นำด้านการส่งออกสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงของโลก โดยในปี 2566 ไทยเป็นผู้ส่งออกอันดับที่ 4 ของโลก มีส่วนแบ่ง 8.39% ของมูลค่าการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงโลก รองจากเยอรมนี 13.07% สหรัฐอเมริกา 9.81% และฝรั่งเศส 9.77% ทั้งนี้ อาหารสัตว์เลี้ยงในจีนเป็นตลาดศักยภาพที่ไทยน่าจะมีโอกาสขยายส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเติม โดยในปี 2566 จีนนำเข้าสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงจากไทย เป็นอันดับที่ 3 ส่วนแบ่ง 8.02% รองจากสหรัฐอเมริกา ที่มีส่วนแบ่งสูงถึง 65.66% และนิวซีแลนด์ 13.34% สนค. ได้ศึกษาข้อมูลของกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (USDA) ที่เผยแพร่รายงาน เรื่อง ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ระบุว่า ในปี 2566 สุนัขและแมวในเขตเมืองทั่วประเทศจีน มีจำนวนมากกว่า 120 ล้านตัว เพิ่มขึ้น 4% จากปี 2565 โดยแมวมีถึง 70 ล้านตัว เพิ่มขึ้น 7% สุนัข
Pet Us จับมือพันธมิตรแบรนด์อาหารสัตว์ชั้นนำ จัดกิจกรรม “Pet Us พันธุ์ทาง พันธุ์เท่” เปิดพื้นที่ชวนคนรักสัตว์ส่งต่อสิ่งดีๆ ให้มูลนิธิสงเคราะห์สัตว์เลี้ยง Pet Us (เพ็ทอัส) ธุรกิจเพื่อสัตว์เลี้ยงครบวงจร ภายใต้ “โลตัส” จับมือพันธมิตรแบรนด์อาหารสัตว์ชั้นนำ จัดกิจกรรม “Pet Us พันธุ์ทาง พันธุ์เท่” สานต่อความมุ่งมั่นในการส่งมอบสินค้าและบริการที่ครบวงจรให้กับสัตว์เลี้ยง ตอกย้ำจุดยืนการให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงทุกรูปแบบ พร้อมร่วมส่งเสริมการส่งต่อสิ่งดีๆ ให้กับมูลนิธิสงเคราะห์สัตว์ ทั้ง 8 แห่ง ครอบคลุมทุกภูมิภาคในไทย ผ่านการเปิดพื้นที่ให้คนรักสัตว์ ได้ซื้อสินค้าในราคาพิเศษจากแบรนด์พันธมิตร เพื่อร่วมบริจาคอาหารและอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง ให้กับมูลนิธิฯ ผ่านร้านเพ็ทอัสได้ตลอดทั้งปี นอกจากนี้ เพ็ทอัส ยังได้จัดกิจกรรมพิเศษมากมาย อาทิ การบริการฉีดวัคซีนฟรีให้กับน้องหมาและน้องแมวในชุมชนกว่าร้อยตัว การบริการตัดขนสุนัขพันธุ์ การบริการหาบ้านให้น้องหมาน้องแมวจร และสินค้าสัตว์ราคาพิเศษจากพันธมิตร รวมถึงชวน 2 อินฟลูเอนเซอร์หัวใจรักสัตว์ “บูม เทยกะทะ” และ “คุณแอ๊ดดี้ เทพบุตรหมาจรจัด” มาร่วมมอบความสนุกพูดคุยกับคนรั
สี่มุมเมือง เปลี่ยนขยะอินทรีย์ในตลาด เป็นอาหารสัตว์ ช่วยเกษตรกร ลดต้นทุน ในช่วงที่ผ่านมา ต้นทุนอาหารสัตว์ มีการปรับเพิ่มสูงขึ้น ด้วยหลายปัจจัย เช่น ข้าวโพด เมื่อก่อนกิโลกรัมละ 6-8 บาท ขณะนี้ 11-12 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนข้าวสาลี ก็มีราคาปรับสูงเช่นกัน เพราะแหล่งผลิตข้าวสาลีรายใหญ่ของโลกคือ ยูเครน กำลังอยู่ในภาวะสงครามกับรัสเซีย ลองมาดูแนวคิดการเปลี่ยนขยะอินทรีย์ ในสี่มุมเมือง สู่อาหารโคและอาหารปลา สามารถช่วยเกษตรกรลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ได้หลายบาท และเป็นแนวทางให้ตลาดอื่นๆ นำไปปรับใช้ในช่วงนี้ “สี่มุมเมือง” เป็นตลาดค้าส่งผักผลไม้ ที่เผชิญปัญหาใหญ่ คือการกำจัดขยะ 230 ตันต่อวัน ทำให้มีภาระต้นทุนฝังกลบกำจัดขยะ สูงถึงปีละ 35 ล้านบาท โดยตลาดได้ทำการเปลี่ยนขยะอินทรีย์ เป็นอาหารสัตว์ จนสามารถลดต้นทุนการกำจัดขยะได้มากถึงปีละ 4 ล้านบาท และสร้างรายได้เพิ่ม นอกจากนี้ ยังช่วยให้ผู้ประกอบการ บ่อปลา ฟาร์มโค ประหยัดต้นทุน ได้อาหารสัตว์คุณภาพดี 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ปนเปื้อนขยะอื่นๆ สามารถนำไปให้เป็นอาหารสัตว์ได้เลย อีกทั้งยังช่วยสร้างวินัย การร่วมแรงร่วมใจจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาด ตั้งแต่ขั้นตอนการคัด
จุรินทร์ สั่ง พาณิชย์-เกษตร เร่งดูต้นทุนอาหารสัตว์ ลดผลกระทบ สงคราม รัสเซีย-ยูเครน วันที่ 14 มีนาคม 2565 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้กรมการค้าภายใน รายงานราคาสินค้าทุกวัน โดยเฉพาะสินค้าที่สำคัญต่อการอุปโภคบริโภค 18 หมวด ล่าสุด สินค้าส่วนใหญ่เกือบทั้งหมด ราคาทรงตัว โดยเฉพาะหมวดอาหารสด ราคาหมูเนื้อแดง ทรงตัวเป็นสัปดาห์ ราคาเฉลี่ยทั่วประเทศ ประมาณ 150 บาท/กก. ที่ห้างสำคัญ เช่น แม็คโคร โลตัส และบิ๊กซี ที่เป็นราคานำตลาดวานนี้ (13 มี.ค. 65) หมูเนื้อแดงต่ำสุดราคา 134 บาท/กก. ราคาไก่ ยังทรงตัว และเมื่อเทียบกับเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา เดือนนี้ราคาปรับลดลง ราคาไข่ไก่ เฉลี่ยอยู่ที่ราคา 3.46 บาท/ฟอง สำหรับไข่ไก่เบอร์ 3 บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไม่มีการปรับราคาขึ้น ซึ่งเป็นการปรับกระบวนการทางการตลาดภายในของบริษัทบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แต่ราคาปลีกยังอยู่ที่ซองละ 6 บาท หมวดอาหารกระป๋อง ยังไม่อนุญาตให้ปรับขึ้นราคา แต่ต้องยอมรับความจริงว่าต้นทุนกระป๋องสูงขึ้น เพราะราคาเหล็กสูงขึ้น 40-45% โดยประมาณ ซึ่งเป็นการปรับขึ้นของราคาเหล็กในตลาดโลก มีผลมาจากสง
เผยสูตรอาหารสัตว์ต้นทุนต่ำ ช่วยให้ลูกหมูโตเร็ว ขายได้น้ำหนักดี อาหารสัตว์มีความสำคัญ และจำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิตของสัตว์ อาหารของสัตว์อาจเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือเกิดขึ้นจากการแปรรูปพืชและสัตว์ ในยามนี้ หากใครเลี้ยงสัตว์เชิงการค้า โดยอาศัยอาหารสัตว์ที่มีขายในท้องตลาดเป็นหลัก อาจมีภาระต้นทุนการผลิตสูง เพราะอาหารสัตว์ส่วนใหญ่มีราคาแพง สำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู หากใครสนใจอยากลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ ขอแนะนำสูตรอาหารสัตว์จากภูมิปัญญาชาวบ้านและงานวิจัย จำนวน 3 สูตร ที่ใช้วัตถุดิบที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นมาดัดแปลงเป็นอาหารสัตว์ ช่วยให้หมูเติบโตแข็งแรง และขายได้น้ำหนักดี เทคนิคเลี้ยงหมูแบบชีวภาพ คุณนรงค์ สุรธรรม อยู่บ้านเลขที่ 278 หมู่ที่ 1 บ้านอาฮี ตำบลอาฮี อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย เริ่มต้นเลี้ยงหมูหลุม แบบโบราณก่อนจะพัฒนาเป็น การเลี้ยงหมูแบบชีวภาพ เพื่อลดต้นทุนการเลี้ยง คุณนรงค์ เลี้ยงหมูแบบชีวภาพ โดยนำอาหารวัตถุดิบที่หาง่ายในท้องถิ่น เช่น กล้วยดิบ มันสำปะหลัง มะละกอ ใบกระถิน มาใช้เลี้ยงหมูแล้ว ยังสามารถใช้เลี้ยงวัวและปลาได้อีกด้วย พบว่า หมูเจริญเติบโตดีมาก 5 เดือน ก็จับขายได้แล้ว
การส่งออกสินค้าปศุสัตว์ของไทยขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2559 มีมูลค่า 3,059 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 1.51% จากปี 2558 และในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ส่งออก 1,554 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 5.62% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนส่งผลดีต่อธุรกิจ “ธุรกิจอาหารสัตว์” ซึ่งเป็นต้นน้ำของกลุ่มปศุสัตว์ได้มีกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมาก ปัจจัยบวกของธุรกิจอาหารสัตว์ไม่ใช่เพียงความต้องการใช้อาหารสัตว์ที่เพิ่มตาม “ปริมาณตัวกิน” เท่านั้น แต่สิ่งสำคัญมาจาก “ต้นทุนวัตถุดิบ” ที่ปรับลดลง โดยเฉพาะการนำเข้าวัตถุดิบราคาถูกจากต่างประเทศ โดยเฉพาะข้าวสาลี และกากข้าวสาลี (DDGS) ในปี 2559 มีปริมาณสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 4.57 ล้านตัน จนทำให้เกษตรกรขาดทุนราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศลดลง กิโลกรัมละ 4-5 บาท นำมาสู่ ข้อเรียกร้องให้ “ขึ้นภาษีนำเข้ากากข้าวสาลีจาก 0% เป็น 27%” ตามเดิม เพื่อจำกัดปริมาณการนำเข้าข้าวสาลี อย่างไรก็ตาม ขณะที่ผู้ผลิตอาหารสัตว์ยืนยันว่า จำเป็นต้องใช้ข้าวสาลี และ DDGS เพราะผลผลิตข้าวโพดในประเทศมีเพียงปีละ 4.5 ล้านตัน ไม่เพียงพอต่อดีมานด์ที่ต้องการ 8 ล้านตัน ต้องนำเข้า นำเข้าข้าวสาลี 2 แสนตัน กระทรวงพาณิชย์จึง
