อินเตอร์เน็ต
ผลพวงวิกฤต คนไทยท่องเน็ตเพิ่ม ดัน ค้าออนไลน์ ยังโตได้อีก จากข้อมูลของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA รายงานผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ปี 2563 พบว่า มีการใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ยวันละ 11 ชั่วโมง 25 นาที (เพิ่มขึ้นจากปี 2562 จำนวน 1 ชั่วโมง 3 นาที) สอดคล้องกับผลการผลสำรวจฯ ที่ถามถึงการเปรียบเทียบพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตจากปี 2563 จำนวน 78.3% ของผู้ตอบแบบสำรวจฯ ตอบว่า มีการใช้อินเทอร์เน็ตที่เพิ่มมากขึ้น อีกเหตุผลหนึ่งมาจากผลกระทบจากโรคโควิด ที่ถือว่าเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นให้คนไทย หันมาเลือกทำกิจกรรมออนไลน์ แทนการเดินทางจากบ้าน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ โดยเฉพาะในที่สาธารณะ โดยสื่อสังคมออนไลน์ที่ครองใจประชาชนชาวไทย คือ Facebook, YouTube และ LINE โดยผู้ตอบแบบสำรวจฯ ยกให้ Facebook เป็นอันดับที่หนึ่ง คิดเป็น 98.29% รองลงมาคือ YouTube คิดเป็น 97.5% และ LINE คิดเป็น 96.0% ส่วนสื่อสังคมออนไลน์ที่มาแรงในปี 2564 ต้องยกให้ TikTok ซึ่งได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว คิดเป็น 35.8% จากข้อมูลวิจัยด้านเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉ
เหลือแค่ 8 วัน! สิ้นสุดลงทะเบียน ‘ผู้ป่วย’ ใช้กัญชา ทางอินเตอร์เน็ต รีบแจ้งก่อนถูกจับ สิ้นสุดลงทะเบียน ‘ผู้ป่วย’ ใช้กัญชา – เมื่อวันที่ 13 พ.ค. ที่ห้องประชุม 1205 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ รพ.จุฬาลงกรณ์ ในงานแถลงข่าว “การลงทะเบียนการใช้กัญชาทางอินเตอร์เน็ตเพื่อผู้ป่วยก่อนสิ้นวันนิรโทษกรรม” ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ รพ.จุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า การแจ้งครอบครองกัญชาโดยไม่ต้องรับโทษ จะสิ้นสุดตามกฎหมายในวันที่ 21 พ.ค. 2562 ซึ่งเหลืออีกประมาณ 8 วัน หากยังไม่มาแจ้งครอบครองอาจกลายเป็นผู้กระทำผิดตามกฎหมาย ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนให้กับผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าว รพ.จุฬาฯ สภากาชาดไทย จึงร่วมกับสภาเกษตรกรแห่งชาติ และจิตอาสาภาคประชาชน พัฒนาระบบลงทะเบียนการใช้กัญชาทางอินเตอร์เน็ตเพื่อผู้ป่วยขึ้น คือ www.cbd-oss.org ซึ่งจะมีการกรอกข้อมูลทั้งบัตรประชาชน ใบรับรองแพทย์ โดยข้อมูลหลักฐานต่างๆ จะถูกเก็บเป็นความลับ “เราไม่ใช่องค์กรทางกฎหมายที่จะอนุมัติการครอบครอง แต่เป็นการอำนวยความสะดวก เพราะสามารถลงทะเบียนจากที่ไหนก็ได้ สามารถทำเองที่บ้านได้ หรือหากเป็น
นักเรียนเศรษฐศาสตร์จะคุ้นกับประโยคที่ว่า “There’s no free lunch….โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี” ใครเล่นเฟสบุ๊ก แอพพลิเคชั่นโซเชียลออนไลน์ที่ดูเหมือนจะฟรี ก็ไม่ฟรีเสียแล้ว ปัจจุบัน เมื่อเปิดเฟสบุ๊ก เลื่อนดูนิวส์ฟีด จะพบสเตตัสที่เราไม่เคยกดไลค์เพจดังกล่าว โผล่ขึ้นมามากขึ้นเรื่อยๆ แทรกอยู่กับสเตตัส เพื่อนๆของเรา มันคือการโฆษณาของเฟสบุ๊กนั่นเอง ซึ่งเพจต่างๆต้องจ่ายเงินให้กับเฟสบุ๊ก เพราะมาถึงทุกวันนี้ เราประจักษ์ชัดแล้วว่า การโฆษณาในเฟสบุ๊กได้ผลพอสมควร เพราะคนไทยใช้เฟสบุ๊กเยอะ แถมยังเป็นการสื่อสารสองทาง ที่สำคัญการซื้อโฆษณาก็แสนง่ายดาย แล้วทำไมเราต้องไปทำการตลาดด้วยวิธีการอื่นให้วุ่นวายด้วย ผู้เขียนมีโอกาสมาเที่ยวงานวันยางพาราบึงกาฬ ซึ่งมีการอบรมเทคนิคเกี่ยวกับการทำอาชีพและการหารายได้ หนึ่งในหัวข้อสำคัญ ที่มีการนำมาพูดถึงกันคือเรื่องเกี่ยวกับการใช้อินเตอร์เน็ตขายของ ว่ากันว่า ทุกอย่างขายได้ถ้ามีอินเตอร์เน็ต ฉะนั้น เราจึงควรที่จะเรียนรู้เทคนิคการขายของอย่างมืออาชีพไว้บ้าง กัญสพัฒน์ อัศวรุจานนท์ (มุก) ปัจจุบันเป็น Creative Copywriter และ Blogger ให้กับบริษัทด้าน Tech Startup และ กิตติ กีระพงษ์ Marketin
เว็บไซต์ xda-developers รายงานว่า OpenSignal บริษัทศึกษาและจัดทำข้อมูลด้านคลื่นการสื่อสารข้อมูลจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เปิดเผยรายงานการศึกษาข้อมูลโครงข่ายการสื่อสารยุคที่ 4 หรือ 4G LTE ประจำปี 2016 โดยรวบรวมข้อมูลจากผู้ใช้กว่า 500,000 คนทั่วโลก และการวิเคราะห์กว่า 1.7 หมื่นล้านครั้ง ผลปรากฏว่า ประเทศสิงคโปร์ เป็นชาติที่มีอัตราเร็วการส่งผ่านข้อมูลบนโครงข่าย 4G LTE ที่รวดเร็วที่สุดในโลก ด้วยค่าเฉลี่ยถึง 45.9 เมกะบิตต่อวินาที (Mbps) ขณะที่เกาหลีใต้ตามมาติดๆ ด้วยค่าเฉลี่ย 45.8 Mbps อันดับที่ 3 คือ ประเทศฮังการี ด้วยค่าเฉลี่ย 40.6 Mbps โรมาเนีย 35.6 Mbps และนิวซีแลนด์ 34.9 Mbps ส่วนประเทศไทยมีค่าเฉลี่ยอัตราเร็วอยู่ที่ 15.73 Mbps อันดับที่ 63 จากทั้งหมด 78 ประเทศทั่วโลกโดยค่าเฉลี่ยของไทยนั้นเกือบเท่ามาเลเซียที่ได้อันดับที่ 62 ค่าเฉลี่ย 15.80 Mbps ขณะที่สหรัฐอเมริกาอยู่อันดับที่ 68 มีค่าเฉลี่ยที่ 13.03 Mbps ส่วนอันดับสุดท้ายได้แก่ คอสตาริกา ค่าเฉลี่ยที่ 5.82 Mbps การศึกษายังรวมไปถึงความครอบคลุมของโครงข่าย 4G ในประเทศด้วย โดยอันดับหนึ่งของโลก คือ เกาหลีใต้ ครอบคลุมพื้นที่ร้อยละ 95.71 ตามมาด
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า การโจมตีทางไซเบอร์หลายระลอกที่ประสบความสำเร็จ ทำให้อินเตอร์เน็ตล่มเป็นวงกว้างเมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ใช้หลายล้านคนทั้งในสหรัฐอเมริกาและที่อื่นๆ ไม่สามารถเข้าถึงเว็บไซต์ยอดนิยมจำนวนมาก รวมถึงทวิตเตอร์และเน็ตฟลิกซ์ได้ ข่าวระบุว่า เกิดการโจมตีหลายครั้งขึ้นในวันเดียวทำให้ระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของอินเตอร์เน็ตใช้การไม่ได้ โดยผู้ใช้ต้องประสบความยากลำบากหรือไม่สามารถเข้าถึงเว็บไซต์หลายๆ แห่งได้ เป็นการเปิดเผยให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบอินเตอร์เน็ตโดยรวม ซึ่งเรื่องนี้หน่วยงานระดับสูงของสหรัฐหลายแห่งรวมถึงกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (ดีเอชเอส) และสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) เข้ามาตรวจสอบแล้ว “ดีเอชเอสและเอฟบีไอรับรู้เรื่องนี้แล้วและกำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุ” โฆษกหญิงของรัฐบาลสหรัฐรายหนึ่งกล่าว โดยการล่มของระบบเป็นวงกว้างทำให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตไม่สามารถโพสต์ข้อความ สั่งซื้อของออนไลน์ ดูวิดีโอ และเล่นเกมออนไลน์ เป็นระยะเวลาส่วนใหญ่ตลอดทั้งวัน ผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งที่ใช้ชื่อบัญชีว่า ไทเลอร์เดอะแบดวูล์ฟ (@tylerthebadwolf) ทวีตข้อความ
