อิ่มอร่อย
‘หอยกาบผัดเผ็ด’ อาหารพื้นบ้าน จานเด็ด โดย กฤช เหลือลมัย ความสนุกรื่นรมย์ของคนชอบเดินตลาดสดหลายๆ คน (รวมทั้งผมด้วย) อยู่ที่การได้พบว่า ตัวเองยืนอยู่ท่ามกลางตลาดเช้าที่มีร้านรวงคับคั่ง อากาศเย็นสบาย ข้าวของที่สรรหามาขายมีทั้งที่เคยคุ้นและแปลกตา และเมื่อเอ่ยปากถามไถ่ ก็ได้รับคำอธิบายถึงที่มาที่ไป รวมทั้งวิธีทำกินอย่างละเอียดลออ ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มของบรรดาพ่อค้าแม่ค้า ตลาดเช้าริมน้ำน่าน ในตัวอำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ เป็นอย่างที่ว่านี้ครับ จากที่ไม่ได้แวะเวียนไปนาน เมื่อผ่านไปอีกครั้ง ก็พบว่ายังมีปลาน้ำจืดพันธุ์แปลกๆ สดๆ ให้เลือกซื้อหามากมายเช่นเดิม ทั้งปลาเนื้ออ่อน ปลาน้ำเงิน ปลาแดง ปลาเบี้ยว ปลากด ปลาหลด แถมคราวนี้ผมเห็นถุงใส่เนื้ออะไรสักอย่าง ที่ต้มสุกเสร็จสรรพแล้ววางขายในราคาถุงละสี่สิบบาท “หอยกาบจ้ะ นี่แกะเนื้อมาเรียบร้อยแล้ว เอาไปต้มก็ได้ ลาบก็ดี ผัดเผ็ดก็อร่อย” แม่ค้าว่าเสียงแจ๋วๆ ทีเดียว หอยกาบ (Clams) เป็นหอยน้ำจืดแบบสองเปลือกประกบ ตัวใหญ่ เนื้อมาก ชาวบ้านกินต้มจิ้มน้ำจิ้ม หรือแกะเนื้อไปผัดเผ็ดรสจัดๆ มันก็เหมือนหอยเนื้อแน่นชนิดอื่นๆ ที่คนชอบเอามาทำกับข้าวนั่นแหละครับ อย่างหอยหวา
มีกับข้าวมังสวิรัติมาชวนทำครับ เป็นสตูผักนุ่มๆ รสอ่อนๆ ที่ปลอดเนื้อสัตว์โดยสิ้นเชิง มันก็แปลกดี ผมทำสตูหม้อนี้กินมายี่สิบปีแล้วเห็นจะได้ แต่ก็นึกไม่ออก ว่าไปเอาสูตรมาจากไหน จำต้นเหตุไม่ได้เลยว่าไปแอบครูพักลักจำของใครเขามา ดังนั้นถ้าเกิดไปเหมือนสูตรเก่าแก่ของบ้านใครเข้า ก็ขออภัยนะครับ ไม่ได้จงใจจะลอกโดยไม่อ้างอิงเลยแหละ ถ้าวันนี้พรุ่งนี้ตั้งใจจะกินผักสไตล์ออกฝรั่งๆ หน่อย คว้าตะกร้าไปตลาดกันเดี๋ยวนี้เลยครับ สำหรับสตูหม้อนี้ ผักที่ผมใส่เป็นหลักๆ เลย ก็มีแครอต หอมใหญ่ มะเขือเทศ บร็อกโคลี กะหล่ำดอก หน่อไม้ฝรั่ง (asparagus) เซเลอรี พริกหวาน (bell pepper) กระเจี๊ยบเขียว ส่วนเห็ด ก็มีเห็ดฟาง เห็ดหอมสด เห็ดเข็มทอง เครื่องปรุงกลิ่นที่จำเป็น ก็คือใบเบย์ (bay leaf) และผักชีฝรั่ง (parsley) แห้งหรือสดก็ได้ ตัวทำความข้น ผมใช้แป้งสาลีอเนกประสงค์ น้ำมันมะกอก extra virgin พริกไทยดำป่นและผงพริกปาปริก้า (paprika)นี่ว่าเฉพาะที่ใส่ปกตินะครับ ดังนั้น ถ้าใครพิสมัยของอื่นที่เข้ากันได้ เช่น กะหล่ำดาว (brussels Sprouts) กะหล่ำปลีม่วง ฟักทองญี่ปุ่น หรือเห็ดโคน เห็ดตีนแฮด เห็ดแชมปิญอง ฯลฯ ก็ปรับใช้ใส่ได้ตามใจชอบเล
The Printing House Poshtel Bangkok (เดอะ พรินติ้ง เฮาส์ โฮสเทล) เป็น โฮสเทลแนวใหม่บนถนนดินสอ กรุงเทพฯ นอกจากเป็นที่พักแล้ว ยังมีห้องอาหารในราคาเบาๆ ที่มีชื่อว่า The Letter Press Cafe & Restaurant พื้นที่ของห้องอาหารจะมีทั้งชั้น 1 ชั้น 2 และชั้นดาดฟ้าของโรงแรม บริการทั้งอาหารไทย อาหารฝรั่ง ที่สร้างสรรค์เมนูอาหารได้อย่างลงตัว จากเชฟมืออาชีพระดับสากล มีอาหารให้เลือกลิ้มลองหลากหลาย สำหรับเมนูแนะนำสุดเด็ด อาทิ สเต๊กซี่โครงหมู ที่ได้คัดสรรซี่โครงหมูมาหมัก ข้ามวัน แล้วอบด้วย ไฟอ่อนประมาณ 1-2 ชั่วโมง รสชาติเผ็ดร้อน หวาน จัดจ้าน นุ่มเปื่อย 1 จานกินได้ 1-2 คน ราคาชุดละ 300 บาท หอยลายอบชีส เสิร์ฟพร้อมขนมปังกระเทียม และผักสลัด อัดแน่นไปด้วยเนื้อหอย ชีสเต็มๆ คำ 1 ชุดกินได้ 1-2 คน ส่วนเมนูอาหารไทยทางร้านแนะนำ ผัดไทยโบราณ กุ้งสด สูตรน้ำซอสผัดไทยเป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน เคี่ยวน้ำซอสด้วย ไฟอ่อน ประมาณ 20-30 นาที รสชาติจะออกโบราณ ห่อด้วยไข่ หอมกลิ่นถั่วลิสงคั่ว กินคู่กับผักแกล้ม ถั่วงอก 1 จานกินได้ 1-2 คน สปาเกตตีผัดไส้กรอกอีสาน เป็นเมนูอาหารที่ผสมผสานระหว่างอาหารอิตาเลียน ผสมอาหารไทยอีสาน รส
