อุตสาหกรรมอาหาร
เมื่อวันก่อน กรุณาสละเวลาเป็นเงินเป็นทอง มาพูดคุยแบบกันเอง กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” สำหรับ เชฟหนุ่มคนดัง-เจ้าของตำแหน่งเชฟกระทะเหล็กประเทศไทย อย่าง เชฟอาร์-ธีรภัทร ตียาสุนทรานนท์ ที่ได้วิเคราะห์สถานการณ์ภาพรวมธุรกิจร้านอาหารในบ้านเรา ในอีก 1-2 ปี ข้างหน้า ให้ฟังว่า ถ้าพิจารณาในเรื่องของ Cuisine คาดว่าจะกลับไปสู่ Traditional หรือ ความดั้งเดิม ส่วน ความทันสมัย โมลิกูลาร์หรือความเป็นวิทยาศาสตร์ จะหายไป ผู้บริโภคจะแสวงหาสิ่งเดิมๆ ซึ่งนับเป็นวงจรปกติ ที่เคยเป็นแบบนี้มาแล้ววงหนึ่ง แล้วกลับไปเป็นอีกวงจรหนึ่ง อีก 5-10 ปี ความนิยมความดั้งเดิมจะค่อยๆ หายไป ความทันสมัยในรูปแบบใหม่กลับมาอีก เชฟอาร์ บอกต่อ สำหรับในส่วนของพืชพันธุ์นั้น โปรตีนทางเลือก จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ที่จริงพวกโปรตีนเกษตร โปรตีนทดแทน หรือ เทรนด์ Food Waste เข้ามาในตลาดอาหารก่อนหน้านี้แล้ว แต่ยังโตช้ามาก หากนับจากนี้ ความต้องการจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ อีกประมาณ 3-5 ปี กระแสจะยิ่งแรงขึ้น เพราะโลกจะไม่ไหวแล้ว เมื่อพูดคุยมาถึงในแง่ธุรกิจอาหาร เชฟอาร์ ชี้ว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีแซงคน ไปแล้ว อีกไม่นาน ร้านอาหาร โรงแรม หรือธุรกิจที่เป็น B2
ซีพีแรม เปิดตัว FTEC (Food Technology Exchange Center) ศูนย์ความร่วมมือและแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีอาหาร หวังเพิ่มขีดความสามารถอุตสาหกรรมอาหารของไทย พร้อมผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารโลก บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน เปิดตัว FTEC (Food Technology Exchange Center) ศูนย์ความร่วมมือและแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีอาหารเสริมแกร่งอุตสาหกรรมอาหารของไทย พร้อมผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารโลก ด้วยงบลงทุนกว่า 100 ล้านบาท เป็นศูนย์กลางในการสร้างความร่วมมือและแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีอาหารกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหารทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ตั้งอยู่ที่อาคารฟู้ด เทคโนโลยี ธาราพาร์ค ถนนแจ้งวัฒนะ จังหวัดนนทบุรี นายวิเศษ วิศิษฏ์วิญญู กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด เปิดเผยว่า การเกิดความร่วมมืออย่างไร้พรมแดนได้นั้น ต้องมีศูนย์กลางให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งนักวิจัย นักพัฒนา และนักธุรกิจ ผู้ประกอบการได้มาพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้บูรณาการศาสตร์ต่างๆ กับเทคโนโลยี ระดมความคิด โดยนักวิจั
ซีพีแรม ดีเดย์ เปิดเวที “FINNOVA 2025 : ยกระดับความรู้สู่นวัตกรรมอาหาร” เพิ่มขีดความสามารถอุตสาหกรรมอาหาร ปักหมุดไทยศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารโลก พร้อมมุ่งสู่ความมั่นคงและยั่งยืนทางอาหาร บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผนึกกำลังกับ คณะวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการจัดการอาหาร สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ จัดงาน “FINNOVA 2025 : ยกระดับความรู้สู่นวัตกรรมอาหาร” เพื่อสร้างแพลตฟอร์มใหม่ในการจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และผลักดันนวัตกรรมอาหารไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีโลก โดยการจัดงานครั้งนี้ เปิดโอกาสให้บุคลากรซีพีแรมได้ร่วมแสดงศักยภาพผ่านการประกวดผลงานนวัตกรรมอาหารที่มุ่งเน้นผลลัพธ์เชิงพาณิชย์และความยั่งยืนในทุกมิติ ณ ศาลากมลปัญญา บริษัท ซีพีแรม จำกัด สำนักงานใหญ่ จังหวัดปทุมธานี นายวิเศษ วิศิษฏ์วิญญู กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด กล่าวว่า “FINNOVA มาจากสองคำ Food + Innovation เป็นเวทีที่เปิดกว้างสำหรับพนักงานซีพีแรมทุกคน เพื่อยกระดับความรู้และแบ่งปันผลงานนวัตกรรมอาหารของซีพีแรม โดยทุกโครงการได้มีการยกระดับความเป็นนวัตกรรมโดยใช้ความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย (Creativity
“ไวต้าฟู้ด เอเชีย 2024” จัดงานดินเนอร์ ทอล์ก สร้างแรงบันดาลใจจากผู้นำหญิงในวันสตรีสากล นางสาวรุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ (คนแรกซ้าย) ผู้จัดการทั่วไป-ฟิลิปปินส์ และผู้อำนวยการกลุ่มโครงการภูมิภาคอาเซียน อินฟอร์มา มาเก็ตส์ ผู้จัดงาน “ไวต้าฟู้ด เอเชีย 2024 (Vitafoods Asia 2024)” นำทีมจัดงาน Dinner Talk สร้างแรงบันดาลใจจากผู้นำสตรีผู้มีบทบาทในอุตสาหกรรมอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เนื่องในวันสตรีสากล โดยได้รับเกียรติจาก พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา (คนกลาง) ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวคำปาฐกถา และดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต (ที่ 3 จากขวา) ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ดร.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย (ที่ 2 จากขวา) รองผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ (ที่ 3 จากซ้าย) ผู้อำนวยการสถาบันอาหารอุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิเพื่อสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม ดร.ลลนา นันทการณ์ (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้ก่อตั้งและประธาน บริษัท ไซน์ชายน์ จำกัด และอแมนด้า ออบดัม (คนแรกขวา) มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ประจำปี 2563 ร่วม
โฟร์ ฟูดส์ รุกตลาดต่างประเทศครึ่งปีหลัง รับเศรษฐกิจฟื้นตัว โฟร์ ฟูดส์ นำสินค้าออกบูธรุกตลาดอาหารในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมรับเทรนด์อาหารที่เปลี่ยนแปลงไปในครึ่งปีหลัง 2023 นายสมเจตน์ ปัญจวัฒนางกูร กรรมการผู้จัดการบริษัท โฟร์ ฟูดส์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพสูงให้กับกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารทั้งในและต่างประเทศ เปิดเผยว่า หลังจากที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้คลี่คลายลง ทำให้เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวภายในประเทศกำลังฟื้นตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น เทรนด์อาหารและพฤติกรรมของผู้บริโภคก็เปลี่ยนแปลงไปเช่นเดียวกัน ทางบริษัทฯ จึงได้ปรับตัวเพื่อรับกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยนำสินค้าแบรนด์ไทเชฟ และ GOOD A DAY อาทิ ผงมาซาล่า ผงโรยรสต้มยำ ผงโรยรสชีส น้ำจิ้มซีฟู้ดฟรีซดราย ฯลฯ รุกตลาดต่างประเทศในครึ่งปีหลัง 2023 ได้แก่ ประเทศฟิลิปปินส์ เวียดนาม และกัมพูชา ตามลำดับ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อจากประเทศเพื่อนบ้านได้นำเสนอสินค้าประเภทอาหาร เครื่องดื่ม และอุปกรณ์ต่างๆ ถือเป็นการช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมให้ขยายธุรกิจ และหาช่องทางใหม่ๆ ที่จะเข้าถึง ตอบสนองต่อความต้องก
3 องค์กรด้านอุตฯ อาหาร เผย พิษโควิด-19 ฉุดส่งออกอาหารไทยปี 63 เหลือ 9.8 แสนล้านบาท หดตัว 4.1% วันที่ 19 ก.พ. 64 นางอนงค์ ไพจิตรประภาภรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร หน่วยงานเครือข่ายกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ในการประสานความร่วมมือของ 3 องค์กร ในส่วนของสถาบันอาหารจะทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ภายใต้การดำเนินงานของศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร โดยมีสภาหอการค้าฯ และสภาอุตสาหกรรมฯ ร่วมบูรณาการข้อมูล พบว่าในปี 2563 ภาคการผลิตอุตสาหกรรมอาหารของไทยหดตัวลงร้อยละ 6.5 เป็นผลมาจากการบริโภคภายในประเทศและการส่งออกที่ลดลง เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงจากปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ โดยเฉพาะในกลุ่มมันสำปะหลัง อ้อย (น้ำตาล) และสับปะรด ส่วนภาคการส่งออกสินค้าอาหารไทยในปี 2563 มีมูลค่า 980,703 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 4.1 หรือในรูปดอลลาร์คิดเป็นมูลค่าส่งออก 31,284 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 5.1 ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดโลกของไทยลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 2.32 จากร้อยละ 2.49 ในปี 2562 และอันดับประเทศผู้ส่งออกอาหารของไทยตกลงมาอยู่ในอันดับที่ 13 ของโลก จากอันดับที่ 11 ในปีก่อน “ทั้งนี้ ตลาดส่งออกอาหาร
อุตสาหกรรมอาหารอ่วม 719 โรงงาน ปิดกิจการเซ่นโควิด ตกงานกว่า 3 หมื่น จากกรณีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจจำนวนมาก โดยเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรม ล่าสุด กรมโรงงานอุตสาหกรรม รายงานปี 2563 มีการแจ้งปิดโรงงานไปทั้งหมด 719 แห่ง คนงาน 29,917 คน เงินลงทุนรวม 41,722.30 ล้านบาท คิดเป็นกำลังเครื่องจักรรวม 679,434 แรงม้า โดยประเภทกิจการที่มีการปิดสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์พลาสติก 64 โรงงาน จำนวนแรงงาน 2,119 คน เงินทุน 1,502 ล้านบาท รองลงมาคือ ผลิตภัณฑ์จากพืช 62 โรงงาน แรงงาน 585 คน เงินทุน 1,771 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์โลหะ 58 โรงงาน แรงงาน 1,660 คน เงินทุน 1,923 ล้านบาท อุตสาหกรรมอาหาร 52 โรงงาน แรงงาน 3,500 คน เงินทุน 10,704 ล้านบาท และ ผลิตภัณฑ์อโลหะ 52 โรงงาน แรงงาน 786 คน เงินทุน 798 ล้านบาท นายประกอบ วิวิธจินดา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กล่าวว่า ปี 2563 มียอดขอตั้งโรงงานใหม่และขยายกิจการอยู่ที่ 3,324 โรง มูลค่า 325,393.12 ล้านบาท ใช้แรงงาน 187,088 คน อุตสาหกรรมอาหารมีจำนวนมากที่สุด ซึ่งลดลงต่ำกว่าปี 2562 ที่มีเพียง 200 โรงเท่านั้น จากสถานการณ์ที่แตกต่างกันอ
เต็ดตร้า แพ้ค เปิด 7 เทรนด์ อุตสาหกรรมอาหาร ที่เจ้าของกิจการควรรู้ เว็บไซต์ มติชนออนไลน์ รายงานข่าว นายสุภนัฐ รัตนทิพ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) กล่าวว่า เต็ดตรา แพ้ค ได้เปิดเผยรายงาน “Trendipedia” (เทรนดิพิเดีย) ประจำปี 2563 ซึ่งทำการศึกษาเทรนด์ผู้บริโภคประจำปี 2563 ด้านอาหาร ชี้ให้เห็นว่าการสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนมีความสำคัญมากกว่าที่เคยเป็นมา ขณะที่ต้องสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจในสุขภาพและยังคงต้องการความสะดวกสบายด้วยเช่นกัน เมื่อการแข่งขันในอุตสาหกรรมอาหารรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เหล่าผู้ผลิตอาหารจำเป็นต้องตระหนักถึงเทรนด์ต่างๆ และสถิติล่าสุดของตลาดเพื่อพร้อมปรับตัวอยู่เสมอ ทั้งนี้โควิด-19 ได้สร้างความตื่นตระหนกทั้งในบริบททางกายภาพและทางสังคมซึ่งส่งผลต่อความกังวลและพฤติกรรมของผู้บริโภค แต่ถึงแม้ว่าจะมีวิกฤตเช่นนี้เกิดขึ้นต่อระบบนิเวศธุรกิจเทรนด์หลัก และปัจจัยในระดับมหภาคยังคงมีความสำคัญอยู่เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เกิดขึ้น “เทรนดิพิเดีย” ได้ระบุเทรนด์สำคัญในปี 2020 ไว้ 7 ประการดังนี้ “การบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ
องค์กรชั้นนำระดับโลก ชูนวัตกรรม สร้างความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการ นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนาธุรกิจเพื่อสังคมระดับนานาชาติด้านอาหารและเกษตรกรรม หรือ Responsible Business Forum on Food and Agriculture (RBF) ว่า ความสำเร็จของภาคอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร ช่วยกระตุ้นการขยายตัวผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศไทยเฉลี่ยมากกว่าร้อยละ 6 ต่อปี ปัจจัยสำคัญมาจากการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีในการผลิตอาหารและการเกษตร นายไนออล โอ คอนเนอร์ ผู้อำนวยการกลาง สถาบันสิ่งแวดล้อมกรุงสตอกโฮล์ม เปิดเผยว่า นวัตกรรมเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาห่วงโซ่แห่งคุณค่า (value chain) รวมทั้งจำเป็นสำหรับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร สำหรับงานสัมมนา RBF ครั้งนี้ ได้รวบรวมแนวทางการจัดการปัญหาอย่างยั่งยืนในกระบวนการผลิต การเก็บรักษา และการจัดการของเสียในอุตสาหกรรมอาหาร ขณะเดียวกัน นำเสนอแนวทางลดการใช้ทรัพยากร เช่น น้ำ สารเคมี และปุ๋ย เพื่อให้ตลอดกระบวนการผลิตนั้น สามารถผลิตอาหารให้มีคุณภาพสูงและมีการสูญเสียน้อยที่สุดตลอดห่วงโซ่แห่งคุณค่า ในงานสัมมนาธุรกิจเพื่อสังคมร
