อุตสาหกรรมไทย
1 ปี บนเก้าอี้รัฐมนตรี “พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล” พลิกโฉมอุตสาหกรรมไทย นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล กล่าวว่า ในช่วง 1 ปี ของการเข้ามาบริหารงานในตำแหน่ง รมว.อุตสาหกรรม สมัยรัฐบาล “เศรษฐา” ตนได้ขับเคลื่อนนโยบาย “รื้อ ลด ปลด สร้าง” อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นแนวทางในการพลิกอุตสาหกรรมไทยที่รองรับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดย รื้อ คือ เร่งรื้อปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบให้เอื้อต่อการประกอบกิจการอุตสาหกรรมมากยิ่งขึ้น โดยการ ออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) ที่คงค้างแล้วเสร็จ จำนวน 187 คำขอ ทำให้เกิดการลงทุนเพิ่ม 12,000 ล้านบาท และดำเนินการออกใบอนุญาตที่ขอใหม่ภายใต้กรอบระยะเวลาที่กำหนด ตลอดจนการแก้ไขปัญหาผังเมือง เพื่อให้เกิดการลงทุนการพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งจะก่อให้เกิดการจ้างงานและการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ ลด คือการลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการประกอบการ โดยเร่งดำเนินการจัดการกากอุตสาหกรรม ให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชน ช่วยเหลือชาวไร่อ้อยและสนับสนุนอุตสาหกรรมน้ำตาล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ผ่านมาตรการช่วยเหลือชาวไร่อ
ภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย ทำ เงินบาทอ่อนค่า กระทบ อุตสาหกรรม-ผู้ประกอบการไทย อย่างไร? เว็บไซต์ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยข่าว ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าความเสี่ยงของภาวะถดถอยที่มีมากขึ้นของเศรษฐกิจหลักทั่วโลก โดยเฉพาะสหรัฐฯ และยุโรป จะกระทบอุตสาหกรรมส่งออก ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ของไทยคงจะไม่ได้รับอานิสงส์อย่างเต็มที่จากเงินบาทที่อ่อนค่า ยกตัวอย่างเช่น การท่องเที่ยว แม้นักท่องเที่ยวจะแลกเงินบาทได้มากขึ้น แต่จริงๆ แล้วเงินบาทไม่ได้อ่อนค่าเพียงสกุลเดียว และกลับแข็งค่ากว่าบางสกุลเงิน เช่น เงินยูโร เงินปอนด์ เงินเยน เป็นต้น ดังนั้น ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว เช่น ธุรกิจโรงแรม ก็อาจจะยังไม่ได้รับอานิสงส์อย่างเต็มที่ตามที่คาดหวัง ขณะเดียวกัน การอ่อนค่าของเงินบาท ยังกระทบต้นทุนการนำเข้า ซึ่งอุตสาหกรรมที่พึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบในสัดส่วนที่สูง และเน้นขายเจาะตลาดในประเทศจำนวนมาก จะได้รับผลกระทบมากจากการอ่อนค่าของเงินบาท โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า เงินบาทที่อ่อนค่าลง 10-15% จะทำให้ต้นทุนการนำเข้าของภาคอุตสาหกรรมเฉลี่ยเพิ่มขึ้นประมาณ 2.2% (เมื่อเทียบกับปริมาณที่นำเข้าเท่าเดิม) ซึ่งที่ผ่า
เปิดโพล 4 กลุ่มอุตสาหกรรม ที่ได้รับผลกระทบ บวก-ลบ จาก ค่าเงินบาทอ่อน กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เผยผลการศึกษาผลกระทบค่าเงินบาทอ่อนต่อการผลิตภาคอุตสาหกรรมไทย ชี้ ค่าเงินบาทอ่อน ค่าลงส่งให้เศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรมไทยขยายตัว เป็นผลบวกต่อการส่งออกและผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศที่แท้จริง (RGDP) แม้ภาคอุตสาหกรรมจะได้รับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น พร้อมแนะนำผู้ประกอบการให้ความสำคัญในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน บริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงใช้วัตถุดิบทางเลือกอื่นเพื่อทดแทนการนำเข้าวัตถุดิบหลัก นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมได้ศึกษาผลกระทบค่าเงินบาทอ่อนต่อการผลิตภาคอุตสาหกรรมไทย โดยพบว่า สถานการณ์ค่าเงินบาทอ่อนค่าในปัจจุบัน (ณ วันที่ 7 มิ.ย. 2565 อยู่ที่ระดับ 34.46 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเทียบกับวันที่ 30 ธ.ค. 2564 อยู่ที่ระดับ 33.38 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ) ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรมโดยรวม เนื่องจากสถานการณ์ค่าเงินบาทอ่อนค่าเป็นบวกต่อการส่งออก ทำให้สินค้าไทยมีราคาถูกลงและส
รัสเซีย-ยูเครน ทุบภาคการผลิตอุตสาหกรรมไทย ผู้บริโภคอาจรับผล “ของแพง” การผลิตในภาคอุตสาหกรรมไทยส่วนใหญ่พึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบ สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อและมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียที่ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบตลาดโลกอย่าง พลังงาน โภคภัณฑ์เกษตรและโลหะอุตสาหกรรม มีแนวโน้มยืนสูงในปี 65 จึงส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ราคาวัตถุดิบกลุ่มพลังงานอย่างน้ำมันกลุ่มเบนซิน (แก๊สโซฮอล์ 95) อาจปรับขึ้นเฉลี่ย 35-40% ราคาวัตถุดิบกลุ่มอาหาร ทั้งอาหารสัตว์และอาหารคน เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แป้งข้าวสาลี น้ำมันปาล์มขวด อาจปรับขึ้นเฉลี่ย 24-46% และราคาเหล็ก อาจปรับขึ้นเฉลี่ย 5-10% จากปี 64 ภาคการผลิตอุตสาหกรรมไทยน่าจะได้รับผลกระทบ ทั้งจากการเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบ รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องหาสินค้าทดแทนในสถานการณ์ที่ของจะหายากขึ้นหรือไม่มีของ ซึ่งเป็นภาระต้นทุนที่ผู้ผลิตส่วนใหญ่ต้องแบกรับไว้ผ่านกำไรหรือมาร์จิ้นที่ลดลง หรือบางส่วนอาจต้องชะลอหรือหยุดผลิตลงชั่วคราว โดยเบื้องต้นประเมินว่า มูลค่าผลกระทบนี้อาจมีไม่ต่ำกว่า 8 หมื่นล้านบาท ขึ้นอยู่กับสัดส่วนต้
นับเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ หลังคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้เปิดตัววอฟเฟิลกรอบ และมันอบกรอบแปรรูปจากมันสำปะหลัง ผลงานวิจัยจากโครงการแปรรูปมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ประจำปีงบประมาณ 2561 โดย รศ.ดร.อนุวัฒน์ แจ้งชัด คณบดีคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวถึงภาพรวมของอุตสาหกรรมไทยว่า ปัจจุบันมีจำนวนบริษัทอาหารที่จดทะเบียน 8,000 บริษัท 1,800 รายเป็นกลุ่มเครื่องดื่ม สร้างมูลค่าการส่งออกและรายได้ให้กับประเทศปีละ 102,000 ล้านบาท ชี้ให้เห็นว่าอุตสาหกรรมอาหารมีความสำคัญต่อประเทศอย่างยิ่ง ซึ่งโครงการแปรรูปมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ประจำปีงบประมาณ 2561 เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างในการพัฒนาอุตสาหกรรม ใช้มันสำปะหลังซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญที่มีจำนวนมากในประเทศไทยเป็นตัวขับเคลื่อนด้วยศักยภาพของคณะอุตสาหกรรมเกษตรช่วยต่อยอด พัฒนาตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ด้าน รศ.ดร.ปรารถนา ปรารถนาดี หัวหน้าโครงการแปรรูปมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ประจำปีงบประมาณ 2561 เปิดเผยว่า โครงการนี้ทำต่อเนื่องจากปี
