อ้อย
กลุ่ม KTIS เผย ได้อ้อยเข้าหีบเพิ่ม 20% ตามคาด รับผลดีราคาน้ำตาลพุ่ง ดันผลการดำเนินงานปีนี้โตกว่าปีก่อน กลุ่ม KTIS เผยข้อมูลเบื้องต้นหลังเปิดรับอ้อยเข้าหีบแล้ว 42 วัน ได้ผลผลิตอ้อยฤดูการผลิตปี 64/65 ของ 3 โรงงานรวม 2.45 ล้านตัน ผลิตน้ำตาลได้แล้วกว่า 2.2 ล้านกระสอบ โดยเฉพาะโรงงานน้ำตาลเกษตรไทยฯ ที่ จ.นครสวรรค์ ซึ่งเป็นโรงงานเดี่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก รับอ้อยเข้าหีบแล้วเกือบ 1.5 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 20.5% อีกทั้งได้โมลาสซึ่งเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตเอทานอล และชานอ้อย สำหรับผลิตไฟฟ้าและเยื่อกระดาษชานอ้อยเพิ่มขึ้นด้วย แถมราคาน้ำตาลตลาดโลกปีนี้สูงกว่าปีก่อนมาก มั่นใจผลการดำเนินงานปี 2565 ดีกว่าปี 2564 อย่างแน่นอน นายณัฎฐปัญญ์ ศิริวิริยะกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือกลุ่ม KTIS ผู้นำในอุตสาหกรรมน้ำตาลและอุตสาหกรรมต่อเนื่องครบวงจร เปิดเผยว่า จากการรวบรวมข้อมูลผลผลิตอ้อยของกลุ่ม KTIS สำหรับฤดูการผลิตปี 2564/65 โดยเฉพาะโรงงานน้ำตาลเกษตรไทยฯ ที่ ต.หนองโพ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ซึ่งมีกำลังการผลิตสูงสุด
เปลี่ยนชานอ้อยเป็น ‘Smart Products’ นวัตกรรมสร้างถนน ตอบโจทย์เทรนด์รักษ์โลก ชานอ้อย (Sugarcane Bagasse) คือเศษเหลือของลำต้นอ้อย มีลักษณะเป็นเส้นใยที่หีบเอาน้ำอ้อยหรือน้ำตาลออกจากท่อนอ้อยแล้ว เป็นวัสดุเศษเหลือการเกษตรจากโรงงานอุตสาหกรรมผลิตน้ำตาล ในแต่ละปีจะมีชานอ้อยเหลือจากกระบวนการผลิตเป็นจำนวนมาก สามารถนำไปสร้างประโยชน์ต่างๆ เช่น 1. ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับผลิตไฟฟ้า ชานอ้อยเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการหีบอ้อย โดยมีคุณสมบัติติดไฟง่าย ประกอบด้วยธาตุหลัก คือ คาร์บอน ไฮโดรเจน ออกซิเจน และไนโตรเจน มีค่าความร้อนต่ำของเชื้อเพลิง (Low Heating Value) เหมาะสำหรับนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับผลิตไฟฟ้า 2. ใช้ผลิตวัสดุก่อสร้างผสมกับสารยึดติด เช่น อัดเป็นแผ่น (Particle Board) ไม้อัดผิวเส้นใย (Fiber-Overlaid Plywood) และแผ่นกันความร้อน (Insulating Board) เป็นต้น 3. บรรจุภัณฑ์อาหาร ที่ทำจากเยื่อกระดาษชานอ้อยเป็นบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม 4. ใช้เป็นอาหารสัตว์ โดยการนำชานอ้อยหมักก่อนที่จะให้สัตว์กิน 5. ถ่านชีวภาพ (Biochar) สามารถผลิตได้โดยใช้เคมีเชิงความร้อนจากวัตถุดิบประเภทอินทรีย์ ซึ่งชา
รมว.เกษตรฯ รับเรื่องยกเลิกพาราควอต ขอทบทวนมติ – พร้อมสนับสนุนใหม่ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับเรื่องและจะจัดทำหนังสือยกเลิกการแบนพาราควอตถึงคณะกรรมการวัตถุอันตราย (คกก.วอ.) จากเกษตรกรกลุ่มพืชเศรษฐกิจเกือบร้อยราย โดยเร็วที่สุด นายสุกรรณ์ สังข์วรรณะ เลขาธิการสมาพันธ์เกษตรปลอดภัย และนายกสมาคมเกษตรปลอดภัย กล่าวถึงผลกระทบหลังจากการแบนพาราควอตว่า ปัจจุบัน ส่งผลให้เกษตรกรต้นทุนสูงขึ้น หนี้สินเกษตรกรเพิ่มขึ้นจากคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร บางส่วนเลิกทำเกษตร โรงงานอุตสาหกรรมเกษตรประสบปัญหา อาจเกิดการเลิกจ้างงาน สินค้าผิดกฎหมายลักลอบผสมสารเคมีอ้างเป็นสารชีวภัณฑ์เพิ่มขึ้น เพราะขาดการตรวจสอบ ควบคุมสารชีวภัณฑ์ รวมทั้ง เกษตรกรได้นำแนวทางที่กรมวิชาการเกษตรแนะนำแล้ว ได้แก่ สารทางเลือก ไกลโฟเซต และกลูโฟซิเนต พบว่า วัชพืชไม่ตาย ยับยั้งการเจริญเติบโตของพืชปลูก ผลผลิตเสียหาย รวมทั้งนักวิชาการแสดงความเห็นต่อสารทางเลือกต่างๆ พบว่า ไม่สามารถทดแทนพาราควอตได้ทั้งในแง่ของประเสิทธิภาพและราคา นอกจากนี้ สมาคมนักวิชาการอ้อยและน้ำตาลแห่งประเทศไทย (สอนท.) ได้สำรวจและวิเคราะห์สารต
อ้อย-ยาง-มัน ประสบปัญหาหนัก ราคาตกต่ำต่อเนื่อง ภัยแล้งซ้ำ ต้นทุนการผลิตพุ่ง วอนช่วยด่วน อ้อย-ยาง-มันประสบปัญหาหนัก – นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสภาเครือข่ายยางและสถาบันเกษตรกรยางพาราแห่งประเทศไทย (สยยท.) เปิดเผยว่า ปัญหาของราคายางตกต่ำเกิดขึ้นจากตลาดการซื้อขายยางล่วงหน้าจากประเทศจีน เกิดการบิดเบือนในราคาต้นทุนที่แท้จริง จึงอยากให้รมว.เกษตรและสหกรณ์ จริงจังกับการแก้ไขปัญหาในระยะยาวมากกว่าการจัดการในระยะสั้น ด้วยนโยบายประชานิยม อาทิ การประกันราคายาง แต่อยากให้สานต่อแนวคิดของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการส่งเสริมให้แต่ละกระทรวงนำยางพาราไปใช้ในการดำเนินงานต่างๆ รวมทั้งนำพระราชบัญญัติควบคุมยางและพระราชบัญญัติของกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2542 เข้ามาบังคับใช้อย่างจริงจัง เพื่อให้สามารถช่วยเหลือเกษตรกร และควบคุมการส่งออกได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ ภาครัฐควรเปลี่ยนแนวคิดใหม่ โดยส่งเสริมให้เกษตรกรพึ่งพาตนเอง ผ่านการอบรมให้ความรู้ สนับสนุนแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ และการนำสินค้าสู่ตลาดราชการ เพื่อให้สินค้าเกษตรเป็นอุตสาหกรรมเพิ่มมูลค่า เช่น การนำยางมาแปรรูป เป็น โต๊ะ เก้าอี้ รองเท้า หรืออื่น
สอน. พยากรณ์แนวโน้มผลผลิตอ้อยและน้ำตาลทรายฤดูผลิตปี 2562/63 ส่อลดลง เหตุเกษตรกรหันไปปลูกพืชอื่นทดแทนหลังราคาตกต่ำต่อเนื่อง เชื่อดันราคาน้ำตาลโลกลุ้นแตะ 15 เซนต์ต่อปอนด์ สอน. คาดอ้อยปี 62/63 ลดลง – นางวรวรรณ ชิตอรุณ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เปิดเผยว่า สอน. คาดการณ์ผลผลิตน้ำตาลทรายตลาดโลกฤดูการผลิตปี 2562/63 จะต่ำกว่าฤดูการผลิตที่ผ่านมา เนื่องจากนักวิเคราะห์มองสถานการณ์ภัยแล้งจะรุนแรงขึ้น ประกอบกับราคาอ้อยที่ตกต่ำต่อเนื่องมา 3-4 ปี ส่งผลให้เกษตรกรหันไปปลูกพืชอื่นที่มีราคาดีกว่า หลังจากนั้นประเมินแนวโน้มราคาน้ำตาลโลกจะเข้าสู่จุดสมดุลระหว่างการผลิตและการบริโภคน้ำตาล ทำให้ระดับราคาน้ำตาลทรายดิบตลาดโลกกลับมาสู่ระดับราคา 15 เซนต์ต่อปอนด์ ซึ่งเป็นต้นทุนที่ทำให้ประเทศผลิตอ้อยและน้ำตาลทรายอยู่ได้ “ขณะนี้ สอน. ยังคงติดตามปัจจัยพื้นฐานของสถานการณ์ภัยแล้งและราคาน้ำตลาดโลกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะภัยแล้งที่มีผลกระทบต่อผลผลิตไทยและอินเดียเป็นสำคัญ ขณะที่จีน อินโดนีเซียยังคงมีความต้องการบริโภคเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้บราซิลนำอ้อยไปผลิตเอทานอลแ
ชาวไร่ โอด ราคาอ้อยตกต่ำ ขายได้ไม่คุ้มทุน วอนรัฐหามาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน ราคาอ้อยตกต่ำ – วันที่ 29 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีการเปิดรับซื้ออ้อยประจำฤดูการผลิตปี 2561/2562 โดยมีการประกาศราคาขั้นต้นที่ 700 บาทต่อตัน สืบเนื่องมาจากน้ำตาลในระบบของตลาดทั่วโลกมีมากเกินความต้องการ หลังจากผลผลิตน้ำตาลในหลายประเทศ ซึ่งเป็นคู่แข่งในการส่งออกน้ำตาลมีผลผลิตเพิ่มมากขึ้น เพราะสภาพอากาศเอื้ออำนวย ทำให้เกษตรกรหลายรายเริ่มบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า ราคาที่ได้ต่ำกว่าราคาที่ควรจะเป็น จากการลงพื้นที่สอบถาม นางสมควร แก้วประกาย เกษตรกรผู้ปลูกอ้อย ใน ต.โคกกระเบื้อง อ.บ้านเหลื่อม จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ทันทีที่โรงงานเปิดรับซื้ออ้อยก็ได้ว่าจ้างให้คนมาตัดอ้อยเพื่อส่งโรงงานทันที เพราะกลัวจะตัดส่งโรงงานก่อนปิดหีบอ้อยไม่ทัน จนต้องมีผลผลิตตกค้างเป็นจำนวนมาก ส่วนราคาอ้อยที่มีการประกาศล่าสุดนั้น ถือว่าลดลงกว่าปีที่แล้วค่อนข้างมาก เมื่อรวมค่าความหวานและค่าเงินช่วยเหลือต่างๆ แล้ว จะได้ราคาตันละไม่ถึง 1,000 บาท ซึ่งไม่คุ้มค่ากับการลงทุน เนื่องจากในการลงทุนปลูกอ้อยจะมีทั้งค่าพันธุ์ ค่าปุ๋ย ค่าแรงงานในการตัด ค่าข
ใครมีที่ดินข้างบ้านว่างๆ วันนี้จะมาชวนปลูก อ้อยสำหรับงานแต่ง ในประเพณีงานแต่งงานไทย มักจะต้องมีกล้วยและอ้อยในพิธี ซึ่งอ้อยงานแต่ง จริงๆ ก็คืออ้อยควั่น หรืออ้อยคั้นน้ำทั่วไปนี่ล่ะ แต่วิธีการปลูกอาจจะละเมียดละไม ขึ้นไปอีกนิด นั่นคือ ต้องมีลำต้นที่ตรงสวย สูงได้ขนาด ต้นและใบสมบูรณ์ดี แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ ราคา อ้อยควั่น หรืออ้อยคั้นน้ำทั่วไป ขายกันอยู่ไม่เกินลำละ 5-10 บาท แต่อ้อยงานแต่ง ที่มักจะต้องใช้ 5 ลำ (ประเพณีภาคกลาง) ขายได้ราคาถึง 300 บาท หรือที่ขายกันทางอินเตอร์เน็ท ที่เป็นอ้อยคู่ (สองลำ) สำหรับพิธีมงคลทั่วไป ขายกันคู่ละ 500 บาท ดังนั้น หากมีที่ดินข้างบ้านว่างๆ พื้นที่เพียงเล็กน้อย ก็สามารถปลูกอ้อยสำหรับงานแต่ง หรืออ้อยงานพิธี เป็นรายได้เสริมในภาวะเศรษฐกิจขาลง พันธุ์อ้อยสำหรับปลูก ส่วนใหญ่ เรียกว่า พันธุ์สิงคโปร์ มีลักษณะลำต้นอวบ เปลือกออกสีเหลืองอมเขียว ชานนิ่ม ควั่นกินได้อร่อยมาก การปลูก ใช้ท่อนพันธุ์ที่มี 3 ตา ยาวประมาณ 1 ฟุต กลบดินหนา 3-5 เซนติเมตร ปลูกในดินร่วนปนทราย ใส่ปุ๋ยคอก-รองก้นหลุม และให้น้ำสม่ำเสมอ ต้องการแดดจัด ประมาณ 6-8 เดือน สูงประมาณ 2 เมตร พอที่จะตัดใช้งานได้ ส
