ฮีตสโตรก
เช็ก! สัญญาณเตือนคร่าชีวิต “ฮีตสโตรก” ภัยใกล้ตัวหน้าร้อน สภาพอากาศในช่วงนี้ร้อนแรงจนทำให้ใครหลายคนเหงื่อตก จนไม่กล้าสู้แดดไปตามๆ กัน มีการคาดการณ์ว่าฤดูร้อนปีนี้จะพุ่งสูงไปถึง 43 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว โดยแสงแดดและอากาศที่ร้อนระอุในช่วงกลางวัน ส่งผลให้ผู้ที่อยู่กลางแจ้งเป็นเวลานานๆ อาจมีความเสี่ยงอันตรายจนถึงแก่ชีวิตได้ จากโรคลมแดด หรือ “ฮีตสโตรก” เนื่องจากร่างกายปรับสภาพไม่ทัน นายแพทย์นริศ สมิตาสิน อายุรแพทย์โรคสมองและระบบประสาท โรงพยาบาลเวชธานี เปิดเผยว่า โรคลมแดด หรือฮีตสโตรก จะมาพร้อมกับอากาศที่ร้อนจัดจนทำให้ร่างกายปรับสภาพไม่ทัน เมื่อความร้อนในร่างกายสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส สมองส่วนควบคุมอุณหภูมิของร่างกายจะเกิดความผิดปกติ จนส่งผลกระทบต่อระบบไหลเวียนโลหิตและระบบสมอง สำหรับกลุ่มเสี่ยงของโรคนี้ ได้แก่ 1. ผู้ที่ต้องทำงานกลางแดดหรือออกกำลังกายกลางแดดเป็นเวลานาน 2. กลุ่มคนที่เป็นโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน 3. กลุ่มเด็กและผู้สูงอายุ ซึ่งร่างกายจะระบายความร้อนได้ไม่ดีเหมือนวัยหนุ่มสาว 4. ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน 5. ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ 6. ผู้ที่ทำงานในห้อง
How To สังเกตอาการ ‘ฮีตสโตรก’ ภัยเงียบซัมเมอร์ ปฐมพยาบาลไว ลดเสี่ยงเสียชีวิต หลายวันมานี้อากาศเมืองไทย ร้อนเหมือนต้อนรับซัมเมอร์ เพราะอุณหภูมิทะลุ 40 องศา ส่งผลให้หลายๆ คนมีปัญหาสุขภาพตามมา อย่าง โรคฮีตสโตรก หรือ โรคลมร้อน หรืออาจเรียกได้อีกว่า โรคลมแดด เป็นภาวะที่ร่างกายสัมผัสกับความร้อนแล้วไม่สามารถปรับตัวได้ ทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆ ถือเป็นโรคที่รุนแรงที่สุดของโรคที่เกิดจากความร้อนเลยทีเดียว เฟซบุ๊ก กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้เตือนประชาชน 6 กลุ่มที่มีความเสี่ยงในการเป็นโรคฮีตสโตรกได้ง่าย ได้แก่ เด็กเล็ก อายุต่ำกว่า 5 ปี, ผู้สูงอายุ, หญิงตั้งครรภ์, ผู้ป่วยหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว, ผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้ง เป็นเวลานาน และ ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น ติดสุรา ออกกำลังกายกลางแจ้ง เป็นต้น ซึ่ง อาการ ของโรคฮีตสโตรก สามารถสังเกตได้ 4 อย่าง คือ 1. สับสน และ มึนงง 2. เหงื่อไม่ออก 3. ตัวร้อนจัด 4. ผิวหนังแดงและแห้ง หากพบผู้ป่วยเป็นโรคลมร้อน สามารถปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยการพาผู้ป่วยเข้าที่ร่ม หรือห้องที่มีความเย็น จัดให้นอนราบ ยกเท้าและสะโพกสูง ถอดเสื้อผ้าออก ใช้ผ้าชุบน
