เกษตรกรผู้ปลูกข้าว
ธ.ก.ส. โอนเงินไร่ละพัน ถึงมือเกษตรกรแล้วกว่า 3.8 ล้านราย แจงเกษตรกรผู้ปลูกข้าว อย่าลืมตรวจสอบสิทธิ์ก่อนไปกดเงิน ธ.ก.ส. เผยโอนเงินไร่ละ 1,000 บาท ให้เกษตรกรในรอบแรกแล้วกว่า 3.8 ล้านครัวเรือน วงเงินกว่า 44,000 ล้านบาท พร้อมวางเป้าทยอยโอนเงินหลังรับข้อมูลทะเบียนรายชื่อและผ่านการตรวจสอบภายใน 3 วันทำการ แจ้งเกษตรกรโปรดตรวจสอบคุณสมบัติและสิทธิ์ในการรับเงินตามมาตรการ เพื่อความมั่นใจและลดการเสียเวลาในการเดินทาง โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลการรับสิทธิ์ผ่าน https://chongkho.inbaac.com และตรวจสอบผลการโอนเงินได้ทางแอปพลิเคชัน BAAC Mobile ตลอด 24 ชั่วโมง นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่เกษตรกรเดินทางไปกดเงินตามโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2566/67 หรือเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวไร่ละ 1,000 บาท แต่ยังไม่มีเงินโอนเข้าบัญชีตามที่คาดหวัง ซึ่งทาง ธ.ก.ส. ทำการตรวจสอบแล้วพบว่า ในพื้นที่ดังกล่าว มีแผนการจ่ายเงินในวันที่ 2 ธันวาคม 2566 แต่เกษตรกรไปกดเงินในวันที่ 1 ธันวาคม 2566 จึงไม่สามารถกดเงินได
ธ.ก.ส. โอนเงินมาตรการช่วยเหลือและยกระดับรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 65/66 เพิ่มอีกกว่า 171 ล้านบาท 4 มกราคมนี้ ธ.ก.ส. โอนเงินช่วยเหลือให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวผ่านโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว และโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2565/66 อีกกว่า 171.71 ล้านบาท ซึ่งมีผู้ได้รับประโยชน์จำนวน 38,004 ครัวเรือน ในวันที่ 4 มกราคมนี้ นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2565 และมติคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2565 เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินมาตรการช่วยเหลือและยกระดับรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวผ่านโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2565/66 และโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2565/66 ซึ่ง ธ.ก.ส. ได้เริ่มทยอยโอนเงินให้เกษตรกร ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2565 ประกอบไปด้วย โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2565/66 (โครงการไร่ละพัน) เป็นเงินกว่า 53,
ธ.ก.ส. เตรียมโอนเงินประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2565/66 งวดที่ 8 อีกกว่า 500 ล้านบาท 8 ธ.ค. นี้ นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2565 เห็นชอบให้ดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2565/66 วงเงินงบประมาณตามกรอบมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 จำนวน 18,700.13 ล้านบาท และมติคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2565 เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว 5 ชนิด ได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ข้าวเปลือกปทุมธานี ข้าวเปลือกเจ้า และข้าวเปลือกเหนียว ในพื้นที่เพาะปลูกข้าวทั่วประเทศ ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร ประมาณ 4.68 ล้านครัวเรือน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวและป้องกันความเสี่ยงด้านราคาไม่ให้ประสบปัญหาขาดทุน ลดภาระปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ โดยที่กลไกตลาดยังคงทำงานเป็นปกติ ซึ่ง ธ.ก.ส. ได้เริ่มโอนเงินประกันรายได้ งวดที่ 1-7 สำหรับเกษตรกรที่แจ้งวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวในช่วงวันที่ 15 ตุลาคม ถึง
บอร์ด ธ.ก.ส. อนุมัติ เงินสนับสนุน 3 โครงการ ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว คณะกรรมการ ธ.ก.ส. อนุมัติจ่ายเงินช่วยเหลือโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2563/64 ตามนโยบายรัฐบาล เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตและกระตุ้นให้เกษตรกรดูแลรักษาข้าวให้มีคุณภาพดี ในอัตราไร่ละ 500 บาท สูงสุดไม่เกิน 20 ไร่ หรือไม่เกิน 10,000 บาทต่อครัวเรือน วงเงินกว่า 28,000 ล้านบาท โดยทยอยโอนเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง 25 ก.พ. – 30 เม.ย. 64 จำนวนกว่า 160,000 ราย จำนวนเงินกว่า 1,200 ล้านบาท และเห็นชอบขยายวงเงินเพิ่มเติมโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี และโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2563/64 ซึ่งจะนำเสนอ ครม. พิจารณาก่อนดำเนินการ คุณกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ในการประชุมเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 ได้เห็นชอบตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 ซึ่งเสนอโดยกระทรวงพาณิชย์ เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต
วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 เมื่อเวลา 09.00 น.ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร นายอำพล อังคภากรณ์กุล รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้ให้การต้อนรับ นายไกรสร กองฉลาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์และคณะ ที่ได้เดินทางมาทำการเชื่อมโยงตลาดและเจรจาการค้าจับคู่ทางธุรกิจ ในรูปแบบกิจกรรม “หนุ่มนาข้าว สาวนาเกลือ” ภายใต้โครงการพัฒนาตลาด ศูนย์กระจายสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูปปลอดภัยจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีผู้แทนจากภาคส่วนราชการและภาคเอกชน ของทั้งสองจังหวัดร่วมเป็นสักขีพยาน อีกทั้งยังผู้ที่ให้ความสนใจได้มารับซื้อข้าวกับเกลือเพื่อนำไปจำหน่ายและบริโภค นายอำพล กล่าวว่า จากการที่พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเดือดร้อนหนักจากราคาข้าวที่ตกต่ำ จังหวัดสมุทรสาครจึงมีความประสงค์ที่จะสนับสนุนและให้ความร่วมมือรับซื้อข้าวจากชาวนาและกลุ่มเกษตรกรสหกรณ์จากจังหวัดเพชรบูรณ์ รวมทั้งจังหวัดอื่นๆ โดยในครั้งนี้ได้มีการรับซื้อข้าวจากสหกรณ์การเกษตรเพชรบูรณ์จำกัด จำนวน 28 ตัน มูลค่า 644,440 บาท ประกอบกับการที่จังหวัดเพชรบูรณ์ที่ช่วยรับซื้อเกลือทะเลของจังหวัดสมุทรสาครเป็นจำนวน 29 ตันมูลค่า 43,50
