เคทีซี
“เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ การท่องเที่ยวไต้หวัน (Taiwan Tourism Administration : TTA) สานต่อความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เป็นปีที่ 3 เปิดตัวแคมเปญ “Unseen Taiwan” ภายใต้แนวคิด “Taiwan 3.0 – เสน่ห์ไต้หวัน ความประทับใจไม่รู้จบ” ตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวไทยกว่า 400,000 คน เดินทางไปสัมผัสมุมมองใหม่ของไต้หวัน โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ที่อุดมไปด้วยมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติที่ยังไม่ถูกค้นพบ เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจท่องเที่ยวระดับภูมิภาคของไต้หวัน กลยุทธ์ “Taiwan 3.0” เจาะกลุ่มวัย 20–49 ปี ผ่าน 3 ประสบการณ์หลัก มิสซินดี้ เฉิน ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพฯ กล่าวว่า แคมเปญนี้มุ่งเจาะกลุ่ม นักท่องเที่ยวอิสระ (FIT) และ ครอบครัวยุคใหม่ อายุระหว่าง 20–49 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและมองหาประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์ ภายใต้แนวคิด Taiwan 3.0 จะนำเสนอ 3 มิติสำคัญของการท่องเที่ยวไต้หวัน ได้แก่ 1. รสชาติอาหาร (Culinary Dimensions) เปิดประสบการณ์รสชาติ ตั้งแต่สตรีตฟู้ดถึงไฟน์ไดนิง 2. ไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (LOHAS : Lifestyle of Health and Sustainability) ส่งเสริม
“เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ผนึกความร่วมมือกับการท่องเที่ยวฮ่องกง (Hong Kong Tourism Board : HKTB) เดินหน้ากระตุ้นตลาดท่องเที่ยวปลายปีและยอดใช้จ่ายของนักเดินทางชาวไทย ผ่านเทศกาล “Hong Kong Wine & Dine Festival 2025” เทศกาลอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก ภายใต้ธีม “REMIX. BEST OF ALL WORLDS” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 – วันที่ 26 ตุลาคม 2568 ณ เซ็นทรัล ฮาร์เบอร์ฟรอนท์ ริมอ่าววิคตอเรีย รวบรวมร้านอาหารและเครื่องดื่มกว่า 300 บูธ ตั้งแต่ร้านระดับมิชลินไกด์ไปจนถึงสตรีตฟู้ดชื่อดัง และขยายเวลาให้เข้าชมถึงเที่ยงคืนเป็นครั้งแรก พร้อมแพ็กเกจพิเศษเริ่มต้น 11,999 บาท สำหรับสมาชิกเคทีซีเท่านั้น ภาพรวมตลาด : ฮ่องกงยังครองใจนักเดินทางไทย จากสถิติจากการท่องเที่ยวฮ่องกง ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงสิงหาคม 2568 มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนฮ่องกงกว่า 33 ล้านคน เพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อนหน้า โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยกว่า 359,000 คน เพิ่มขึ้น 4.6% ซึ่งจัดเป็นอันดับ 2 ของตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากประเทศฟิลิปปินส์ สำหรับเทศกาล “Wine & Dine Festival” ถือเป็นแม่เหล็กสำคัญของฮ่องกงช่วง
“เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ ห้องอาหารศิลาดล (Celadon) โรงแรมสุโขทัย กรุงเทพฯ เปิดตัวเมนูอาหารไทยโบราณชุดใหม่ในคอนเซ็ปต์ “Senses of Celadon” ที่รังสรรค์โดย เชฟ “จิ๊บ” ชภรภัช ดาภาชุติสรรค์ หัวหน้าเชฟผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารไทยดั้งเดิมที่ผ่านการศึกษาจาก Le Cordon Bleu สถาบันที่มีชื่อเสียงระดับโลก ความร่วมมือครั้งสำคัญนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของทั้ง 2 องค์กรเพื่อยกระดับประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมให้กับสมาชิก ยกระดับ “อาหารไทยบ้านๆ” สู่ Casual Fine Dining เชฟจิ๊บถ่ายทอดรสชาติอาหารไทยแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะ อาหารใต้ ผ่านแนวคิด “เหมือนกินข้าวที่บ้าน” ในรูปแบบ Sharing Menu ที่อบอุ่นแต่แฝงด้วยความประณีตทางเทคนิค เธอนำศาสตร์การทำอาหารตะวันตกมาผสานกับกลิ่นอายไทยแท้ เพื่อสร้างสมดุลระหว่าง “ความเข้มข้น จัดจ้าน และความละเมียดละไม” ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของศิลาดล เมนูเด่น ได้แก่ แกงระแวงแก้มวัว กลิ่นหอมเครื่องเทศโบราณ ข้าวพับใบเตยโบราณ ที่ต้องใช้ความประณีตสูงในการห่อและนึ่ง ยำส้มโอขาวใหญ่อัมพวากุ้งแม่น้ำย่าง สดชื่นและครบรส รวมถึงแกงเผ็ดเป็ดย่างกงฟีลิ้นจี่และพุทธาแห้ง ที
ในยุคที่ “ทุกวินาทีคือจังหวะการขาย” แพลตฟอร์ม TikTok ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สร้างความบันเทิงอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็น “เวทีค้าขายแบบเรียลไทม์” หรือ Live Commerce ที่พลิกพฤติกรรมผู้บริโภคและสร้างเศรษฐกิจใหม่ให้แบรนด์และครีเอเตอร์ทั่วประเทศ พร้อมมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง TikTok Shop ติดอันดับ 1 ใน 3 ของแพลตฟอร์มช้อปออนไลน์ยอดนิยม โดยข้อมูลในพอร์ตการใช้จ่ายผ่านบัตรเคทีซี สมาชิกมีการใช้จ่ายบน TikTok Shop เฉลี่ยเกือบ 6 ครั้งต่อคนต่อเดือน ทำไม TikTok Live จึงกลายเป็นเครื่องมือการตลาดยุคใหม่ 1. เชื่อได้ในทันที ผู้ชมเห็นสินค้าแบบสดๆ การตอบคำถามแบบเรียลไทม์ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและลดระยะห่างระหว่างแบรนด์กับผู้ซื้อ 2. มีส่วนร่วมสูงสุด สามารถคอมเมนต์ ส่งหัวใจ แชร์ ถามตอบได้ตลอด ทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในบทสนทนาของผู้บริโภค 3. อัลกอริธึมสนับสนุน ยิ่งมีปฏิสัมพันธ์สูง TikTok จะดันคอนเทนต์ให้ไปถึงกลุ่มใหม่ เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้ชมโดยไม่ต้องพึ่งงบโฆษณามาก 4. เปิดโอกาสเท่าเทียมให้ทุกแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น SMEs หรือแบรนด์ใหญ่ หากจับช่วงเวลาถูกจังหวะ ก็สามารถสร้างยอดขายมหาศาลได้ 5. ปรับกลยุทธ์ได้แบบ
เพียงแค่ปลายนิ้วบนสมาร์ทโฟน บริการสั่งอาหาร (Food Delivery) ได้ขยายขอบเขตสู่บริการสั่งทุกอย่างในชีวิตประจำวัน (Lifestyle Delivery) ตั้งแต่ของสด ของใช้ ยาสามัญ พัสดุ ไปจนถึงบริการรับ-ส่งคน บริการดีลิเวอรีจึงไม่ใช่แค่ทางเลือกด้านความสะดวกอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็น “โครงสร้างพื้นฐานใหม่” ที่ขับเคลื่อนวิถีชีวิตและเศรษฐกิจของคนไทยในยุคดิจิทัล สะท้อนเทรนด์การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการความครบ-จบในแอปเดียว และการปรับตัวของแพลตฟอร์มระดับโลกที่เข้ามาเป็นผู้จัดการชีวิตในทุกมิติอย่างแนบเนียนและต่อเนื่อง ตลาดไทยยังโตต่อเนื่อง : ผู้บริโภคในเขตเมืองใช้บริการดีลิเวอรีเฉลี่ยถึง 3–4 ครั้งต่อสัปดาห์ ตลาดดีลิเวอรีไทยยังเติบโตต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจโดยรวมจะเผชิญความท้าทาย โดยมีอัตราการขยายตัวที่สูงขึ้น และถือเป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ผู้บริโภคในเขตเมืองใช้บริการดีลิเวอรีเฉลี่ย 3–4 ครั้งต่อสัปดาห์ ซึ่งสูงกว่าหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจัยหลักมาจาก ความสะดวก และ ความคุ้มค่า โดยผู้ใช้มักเลือกแพลตฟอร์มที่มีโปรโมชัน ลดค่าจัดส่ง หรือมีเมนูหลากหลายให้เลือก ขณะเดียวกัน แนวโน้มการใส่ใ
เคทีซี ตอกย้ำบทบาทผู้นำโซลูชันการรับชำระเงินสำหรับธุรกิจร้านค้า (Merchant Payment Solutions) ด้วยการขับเคลื่อนการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างเท่าเทียม (Financial Inclusion) ตอบโจทย์ร้านค้า SMEs รองรับการชำระเงินผ่าน QR Code บัตรเครดิตวีซ่า มาสเตอร์การ์ด และ Thai QR พร้อมเพย์ เพื่อสนับสนุนธุรกิจร้านค้า SMEs ที่ไม่เคยรับบัตรเครดิตมาก่อน เข้าถึงการรับชำระเงินแบบดิจิทัล ใช้งานง่ายผ่านแอปพลิเคชันร้านค้า KTC Merchant มั่นใจในความปลอดภัยด้วยมาตรฐานสากล ค่าธรรมเนียมเป็นมิตร พร้อมบริการดูแลร้านค้าทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง นางสาวเนาวรัตน์ กีรติเกษมสุข ผู้บริหารสูงสุด สายงานบริหารร้านค้าสมาชิก กล่าวถึงเจตนารมณ์ของการทำธุรกิจเพื่อสนับสนุนการเข้าถึงบริการทางการเงินว่า “เป้าหมายของเคทีซีในวันนี้เรียบง่ายแต่ทรงพลัง เรามุ่งหวังให้ผู้ประกอบการธุรกิจทุกขนาด โดยเฉพาะรายย่อยเข้าถึงบริการทางการเงินได้มากขึ้น ด้วยบทบาทของสถาบันการเงินที่ให้บริการโซลูชันรับชำระเงินแก่ธุรกิจร้านค้า เราเห็นการเติบโตของ ‘คนตัวเล็ก’ ที่สามารถปรับตัวเข้าสู่สังคมไร้เงินสดได้อย่างรวดเร็ว เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายและขยายช่องทางรายได้ เคที
ครั้งแรกในประเทศไทยกับการยกระดับมาตรฐานการดูแลสัตว์เลี้ยงด้วยสเต็มเซลล์ PetGeneX ธนาคารสเต็มเซลล์สำหรับสัตว์เลี้ยง และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA ร่วมกับ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “เคทีซี” จัดงานเสวนา “ครั้งแรกของนวัตกรรมสเต็มเซลล์ในสัตว์เลี้ยง PetGeneX Future Health, Forever Love” นำเสนอองค์ความรู้และนวัตกรรมทางการแพทย์ที่มีศักยภาพในการฟื้นฟูและยืดอายุขัยของสัตว์เลี้ยง ตอบรับเทรนด์ Pet Parenting ที่เติบโตต่อเนื่องทั้งในไทยและต่างประเทศ สอดคล้องกับข้อมูลจากเคทีซีที่พบว่า สมาชิกมีการใช้จ่ายในหมวดสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง มียอดรวมกว่า 730 ล้านบาทในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2568 สะท้อนให้เห็นว่าความรักต่อสัตว์เลี้ยงวันนี้ถูกยกระดับจากการดูแลทั่วไป สู่การลงทุนด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน น.สพ.ชัยยศ ธารรัตนะ อาจารย์ประจำคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้ร่วมก่อตั้ง PetGeneX กล่าวว่า อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ปัจจุบันคนไทยกว่า 1 ใน 3 ของครัวเรือน มีสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกในบ้าน และมีการใช้จ่ายเฉลี่ยด้านสุขภาพสัตว์เลี้ยงปีละห
ในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ “คุณภาพชีวิต” มากกว่าปริมาณการใช้จ่ายเพื่อความสุขใจ (Emotional Spending) กลายเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยที่น่าจับตามองในปี 2568 โดยเฉพาะใน 3 หมวดฮีลใจ ได้แก่ หนังสือ สัตว์เลี้ยง และกีฬา-เวลเนส ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการของคนไทยในการดูแลจิตใจ สร้างพื้นที่ส่วนตัว และลงทุนกับสุขภาวะอย่างยั่งยืน สถิติชี้ชัด “Book-Lover” อ่านเฉลี่ยเกือบ 2 ชั่วโมงต่อวัน “Pet Parent” พร้อมจ่ายเพื่อสัตว์เลี้ยงเหมือนสมาชิกครอบครัว และ “Sports Wellness” กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ สะท้อนวิถีชีวิตที่ไม่ได้มุ่งเพียงสิ่งจำเป็น แต่คือการมองหาความสุขเล็กๆ ที่เติมเต็มใจได้ทุกวัน หนังสือ : อ่านเพื่อเติมใจ พื้นที่สงบในโลกที่วุ่นวาย แม้โลกดิจิทัลจะเต็มไปด้วยคอนเทนต์สั้นและรวดเร็ว เช่น TikTok หรือ Reels เข้ามามีบทบาท แต่การอ่านยังคงเป็นกิจกรรมที่คนไทยเลือกใช้เพื่อเยียวยาใจ เป็น “พื้นที่สงบใจ” ของคนยุคใหม่ ข้อมูลจากสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ปี 2567 ชี้ว่า คนไทยอ่านเฉลี่ย 113 นาทีต่อวัน สวนกระแสความเชื่อว่า “ไม่อ่านหนังสือ” ด้วยสาเหตุหลักคือ ช่องทางการเข้าถึงที่ง่ายและหลากหลายขึ้น ไม่ว่าจะเป็น E-
“เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จํากัด (มหาชน) หรือ “AWC” ชวนครอบครัวสมาชิกเคทีซี สัมผัสไดโนเสาร์สมจริงเต็มรูปแบบ พร้อมกิจกรรมเสริมทักษะและแรงบันดาลใจนอกห้องเรียน กระตุ้นการท่องเที่ยวครอบครัวและเศรษฐกิจท้องถิ่น พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ของไทยกับ “Jurassic World : The Experience” สุดยอดนิทรรศการระดับโลกจากแฟรนไชส์ภาพยนตร์ยักษ์สู่ประเทศไทยครั้งแรก ณ ศูนย์การค้าเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ สร้างแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้เดินทางเข้ามาใช้จ่าย สร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจท้องถิ่น และยกระดับภาพลักษณ์กรุงเทพฯ ในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวและการเรียนรู้ (Edutainment Destination) นิทรรศการนี้ถอดแบบฉากสำคัญจากภาพยนตร์ “Jurassic World” ผสมผสานเทคโนโลยี แสง สี เสียง และหุ่นยนต์ไดโนเสาร์ขนาดเท่าจริงที่เคลื่อนไหวได้อย่างสมจริง ผู้เข้าชมจะได้ย้อนเวลากลับไปสัมผัสบรรยากาศยุคดึกดำบรรพ์ ควบคู่การเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิวัฒนาการ และธรรมชาติ ผ่านกิจกรรมเชิงโต้ตอบและเวิร์กช็อปที่ออกแบบโดยนักวิชาการและทีมจัดแสดง
เคทีซี เดินหน้ากลยุทธ์ส่งเสริมการเข้าถึงสินเชื่อในระบบ จับมือ ‘ลาลามูฟ’ (Lalamove) เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระในเครือข่ายพาร์ตเนอร์คนขับ ลาลามูฟ เข้าถึงสินเชื่อ ‘เคทีซี พี่เบิ้ม รถแลกเงิน’ ด้วยเกณฑ์พิจารณาที่สอดคล้องกับรูปแบบการทำงานจริง ลดข้อจำกัดด้านเอกสารรายได้ เสริมสภาพคล่องแก่เศรษฐกิจฐานราก พร้อมอนุมัติไวภายใน 1 ชั่วโมง วงเงินสูงสุด 1 ล้านบาท โดยไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน นางสาวพิชามน จิตรเป็นธรรม ผู้บริหารสูงสุด สายงานสินเชื่อบุคคล “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่างเคทีซีและลาลามูฟในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการผลักดันแนวคิด ‘สินเชื่อที่เข้าถึงได้อย่างเป็นธรรม’ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ ซึ่งแม้จะมีศักยภาพในการสร้างรายได้ แต่ยังขาดช่องทางในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบ เราจึงออกแบบเกณฑ์การพิจารณาให้สอดคล้องกับรูปแบบการทำงานของพาร์ตเนอร์คนขับ ลาลามูฟ โดยใช้ข้อมูลการขับขี่จากแอปพลิเคชันลาลามูฟแทนเอกสารรายได้แบบเดิม เพื่อประเมินความสามารถในการชำระหนี้ได้อย่างแม่นยำและเป็นธรรมมากขึ้น ซึ่งไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อ
