เครื่องดื่ม
สวัสดีเพื่อนๆ คุณผู้อ่านเฮล์ทคิทเช่นทุกคน พบกันอีกเช่นเคย ครั้งนี้วินจะมาพูดถึงเครื่องดื่มสมูธตี้ (Smoothies) ที่เราได้มีโอกาสแบ่งปันสูตรไปบ้างแล้วในคราวก่อนๆ แต่ครั้งนี้มีความพิเศษตรงที่วินจะไม่ได้นำสูตรมาแบ่งปันเพื่อนๆ อย่างที่แล้วมา แต่วินจะนำเคล็ดลับดีดีจากกูรู Healthy Food Blogger ชื่อดัง Jessica Sepel ในการที่เพื่อนๆ จะสามารถครีเอตสมูธตี้แก้วโปรดเป็นของเพื่อนๆ เอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนๆ จะได้สารอาหารไม่ครบ หรือได้แต่ความอร่อยเท่านั้น แต่เพื่อนๆ จะสามารถเลือกส่วนผสมที่เพื่อนๆ ชื่นชอบและมีประโยชน์ได้เองค่ะ เพราะสุขภาพที่ดีเริ่มต้นได้ด้วยสมูธตี้แก้วโปรดในยามเช้านะคะ เพราะการดื่มสมูธตี้ที่มีส่วนผสมของวิตามิน เกลือแร่ และไขมันดี มีส่วนช่วยให้เมตาบอลิซึมทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น วินมี 3 ขั้นตอนง่ายๆ ให้เพื่อนๆ ได้คิดค้นสูตรสมูธตี้ที่เพื่อนๆ ชื่นชอบ ใครลองแล้วถูกใจอยากแบ่งปัน อย่าลืมบอกวินดี้ด้วยนะคะ ขั้นตอนที่หนึ่ง: เลือกระหว่างน้ำเปล่า, นมอัลมอนด์, นมถั่วเหลือง, หรือน้ำนมข้าว ในปริมาณอัตราส่วน 1 ถ้วย หรือใครชอบเปรี้ยว หรือติดรับประทานโยเกิร์ต และดื่มนมจากสัตว์ได้ วินแนะนำซุป
สูตรแรกของโลก “กาแฟพริก” นวัตกรรมสิทธิบัตรคนไทย ตีตลาดจีน ปัจจุบัน “กาแฟ” นับเป็นเครื่องดื่มที่มีการบริโภคยอดนิยมเป็นอันดับ 2 ของโลก ผู้เล่นยักษ์ใหญ่ในตลาดต่างงัดกลยุทธ์ดึงลูกค้ากันอย่างดุเดือด อย่างล่าสุดมีผู้เล่นรายใหม่ผลิตสูตรกาแฟที่ได้ยินแล้วถึงกับร้องว้าวจนอยากชิมรสชาติดูสักครั้ง “กาแฟพริก” ภายใต้แบรนด์ “พริกค่ะ สไปซี่ คอฟฟี่” (PRIKKA Spicy Coffee) สูตร 3 in 1 ที่มีสารสกัดจากพริกขี้หนูเป็นส่วนผสมสูตรแรกของโลก คิดค้นและพัฒนาโดย เภสัชกรหญิงศศิมา อาจสงคราม หรือ คุณดาว ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์เฮิร์บ ฟาร์ม่า จำกัด ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ เมืองนวัตกรรมอาหาร Food Innopolis สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) “กาแฟพริก” อร่อย ดีต่อสุขภาพ และแตกต่าง คุณดาว เล่าให้ฟังว่า มองเห็นถึงศักยภาพและความใหญ่ของตลาดกาแฟ ด้วยเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมที่คนทั่วโลกดื่มมากเป็นอันดับ 2 รองจากน้ำดื่มธรรมดา และเป็นสินค้าโภค
ต้นสำรอง พืชท้องถิ่นในเขตภาคตะวันออก พบได้ในจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด มีลักษณะเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ มีความสูงประมาณ 30-40 เมตร ลำต้นมีลักษณะตั้งตรง แตกกิ่งก้านออกรอบต้น เรียงกันเป็นชั้นๆ มีสรรพคุณหลากหลาย มีผลออกปลายกิ่ง เรียกว่าลูกสำรอง หรือผลสำรอง ในหนึ่งกิ่งจะมี 4-5 ผล ภายในผลมีเมล็ด ลักษณะผลกลมรี เหี่ยวย่น แห้ง ผลแก่เป็นสีน้ำตาลเข้ม ส่วนเมล็ด มีเยื่อหุ้ม มีสารเมือกเป็นจำนวนมาก เมื่อนำมาแช่น้ำ หรือถูกน้ำจะพองตัว กลายเป็นวุ้นคล้ายเยลลี่ ที่บ้านหนองสนม จ.ระยอง กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเล็กๆ แห่งนี้ นำลูกสำรอง หรือผลสำรองมาแปรรูปเป็นเครื่องดื่มน้ำสำรอง รสชาติอร่อย วางจำหน่ายสร้างรายได้ให้กับสมาชิก คุณอ้อย-กนิษฐา ธนะจินดา อายุ 51 ปี ตัวแทนวิสาหกิจชุมชนบ้านหนองสนม เล่าว่า สมาชิกในกลุ่มต้องการหาผลิตภัณฑ์ที่สามารถทำขายและวางจำหน่ายได้ จึงเลือกนำผลไม้ท้องถิ่นทางภาคตะวันออกมาทำ ด้วยกรรมวิธีที่รู้อยู่แล้วว่าต้องทำอย่างไร นำมาต้ม ผสมรสชาติให้หลากหลาย คือ ตะไคร้ หญ้าหวานกับดอกคำฝอย ใบเตย และเก๊กฮวย พี่อ้อย เล่าต่อว่า แรกๆ ทำขายแค่สูตรดั้งเดิม ขายให้กับนายทุน พ่อค้าคนกลาง รายได้ไม่ตาม
