เครื่องสำอางออนไลน์
อย. เปิดชื่อและรูปภาพเครื่องสำอาง 7 รายการ หลังพบผสมสารพัดสารห้ามใช้ ทั้งสเตียรอยด์ ปรอท ไฮโดรควิโนน และกรดเรทิโนอิก ซึ่งทำให้ผลเสียอย่างรอยแตก ด่างขาว ไตอักเสบ ผิวคล้ำลง อันตรายต่อทารก ฯลฯ วันที่ 24 มกราคม 2567 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เปิดรายชื่อ รูปภาพฉลากและบรรจุภัณฑ์ของเครื่องสำอาง 7 รายการ ที่ตรวจพบการผสมสารต้องห้ามหลายตัว ไม่ว่าจะเป็นสเตียรอยด์ ปรอท ไฮโดรควิโนน และกรดเรทิโนอิก โดย อย. ระบุว่า จากการตรวจสอบและสั่งซื้อตัวอย่างเครื่องสำอางจาก (1) ร้านค้าออนไลน์ บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “ครีมเหมยหยงเกรด a ของแท้ 100% รายใหญ่พร้อมส่ง” (2) ร้านค้าออนไลน์ “thongp999” (3) ร้านค้าออนไลน์ “prawit2531” (4) ร้านค้าออนไลน์ “lamoo.beauty” (5) ร้านค้าออนไลน์ “lindy.Skinmate” (6) ร้านค้าออนไลน์ “pimmycool_shopping” (7) ร้านค้าออนไลน์ ชื่อ “gym.cosmetics” ผลการตรวจสอบทั้ง 7 รายการ พบสารที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะเป็นสารประกอบของปรอท, สารสเตียรอยด์, สารไฮโดรควิโนน, กรดเรทิโนอิก โดยเครื่องสำอางที่ตรวจและพบสารต้องห้าม ประกอบด้วย MEYYONG RA เหมยหยง อาร์เอ ครีมสมุนไพรสาหร่าย (SEAW
ธุรกิจเครื่องสำอาง นับเป็นธุรกิจที่ติดอันดับ “ดาวรุ่ง” ในผลวิจัยทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประเทศไทยถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางธุรกิจความงามในอาเซียน ด้วยมีการขยายตัวของตลาดสูงมาก ครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจต้นน้ำยันปลายน้ำ ได้แก่ ธุรกิจผลิตเครื่องสำอาง ธุรกิจนำเข้า จำหน่าย และค้าปลีกเครื่องสำอาง โดยอุตสาหกรรมความงามของไทยมีมูลค่าสูงกว่า 1.8 แสนล้านบาท และมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 7.8 ต่อปี เมื่อเป็นธุรกิจที่อยู่ในเทรนด์ดาวรุ่ง ตลาดเติบโตสูง คู่แข่งย่อมเยอะ เห็นได้จากมีผู้ประกอบการหน้าใหม่ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี (SMEs) ผุดขึ้นราวดอกเห็ด ยิ่งในยุค 4.0 ช่องทางการทำตลาดง่ายๆ ผ่านระบบออนไลน์ ไม่จำเป็นต้องลงทุนมีหน้าร้าน การเริ่มต้นไม่ต้องใช้เงินลงทุนก้อนโต ประตูแห่งโอกาสดูเหมือนเปิดกว้างสำหรับเถ้าแก่หน้าใหม่ แต่ใช่ว่าจะคว้าความสำเร็จมาได้ง่ายๆ และแม้บางรายเริ่มต้นเหมือนจะไปได้สวย แต่ก็ “ปัง”แค่ระยะสั้นๆ ไม่ได้เติบโตอย่างยั่งยืน “สาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการรายเล็ก โดยเฉพาะที่ขายเครื่องสำอางผ่านออนไลน์ล้มเหลว หรือเติบโตแบบไม่ยั่งยืน คือ สินค้าไม่มีคุณภาพ เพราะไปจ้างโรงงานผลิต หรือ โออีเอ็ม ไ
