เครื่องหอม
เมื่อร่างกายส่งสัญญาณว่าทำงานหนักเกินไปจนเป็นออฟฟิศซินโดรม ทั้งอาการปวดหัว ปวดหลังรุมเร้า ทำให้อดีตกราฟิกดีไซเนอร์ คุณหลี-ประภาวี ศิวเวทกุล ตัดสินใจหันกลับมาดูแลตัวเอง พร้อมนำสมุนไพรข้างรั้วของแม่ที่เคยใช้บรรเทาอาการเจ็บป่วยในวัยเด็ก มาสร้างแบรนด์ Herbpiness ด้วยความตั้งใจอยากให้คนที่ใช้เครื่องหอมสมุนไพรได้บรรเทาความเหนื่อยล้า คลายความเครียดและเพิ่มความสุข จุดเริ่มต้น Herbpiness เครื่องหอมสมุนไพร “ตอนเด็กๆ ไม่เข้าใจหรอกเวลาที่แม่ใช้สมุนไพรมาบรรเทาอาการเจ็บป่วยแทนการใช้ยาปฏิชีวนะ เช่น เอาใบพญายอมาบดแล้วโปะเวลาโดนยุงกัดหรือเป็นลมพิษ หรือใช้ว่านหางจระเข้เวลาโดนน้ำร้อนลวก รู้ตัวอีกทีอาการก็บรรเทาลงแล้ว และกลายเป็นความผูกพัน ความรักในการใช้สมุนไพรของแม่ที่เป็นนักชีววิทยาและชาวสวน พอมีอาการเจ็บป่วยจากการทำงานก็ทำให้เราตกตะกอนความคิดชวนแม่มาสร้างแบรนด์เครื่องหอมสมุนไพร” คุณหลี เล่าให้ฟัง Herbpiness คือแบรนด์เครื่องหอมสมุนไพรไทยที่ตั้งใจนำความเป็นไทยมาตีความใหม่ให้เข้าใจและเข้าถึงง่าย ด้วยการออกแบบกลิ่นมาเพื่อคลายความเครียด บรรเทาความเหนื่อยล้า และเพิ่มความสุข พร้อมบรรจุในแพ็กเกจจิ
ตอบโจทย์ทุกธุรกรรมระหว่างประเทศ ‘คุณโอ๋-ฐิติพัฒน์ ศุภภัทรานนท์’ เลือกใช้ ‘Krungthai WARP ถูก เร็ว เรตดี ในแวดวงของการทำธุรกิจ เป้าหมายสำคัญของหลายๆ แบรนด์มองว่าการเติบโต และขยายธุรกิจไปอย่างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศ ถือว่าเป็นความสำเร็จก้าวสำคัญก้าวหนึ่ง เฉกเช่นเดียวกันกับ ‘คุณโอ๋-ฐิติพัฒน์ ศุภภัทรานนท์’ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธัญ-ออริซ่า จำกัด ที่เล็งเห็นความสำคัญและการเติบโต ผลักดันให้แบรนด์ THANN เติบโตเป็นที่ยอมรับระดับโลก “เราเริ่มต้นชีวิตการทำงานในต่างประเทศ พอทำงานมาได้สัก 4-5 ปี ก็เริ่มมีความคิดว่าอยากกลับมาเริ่มทำธุรกิจของตัวเองในประเทศไทย และส่วนตัวมองว่าสมุนไพรไทยเป็นที่ยอมรับในต่างประเทศอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์ในหมวดของหอม ที่น่าจะเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพมากในระดับโลก ทำให้เป็นไอเดียในการริเริ่มทำธุรกิจ THANN” คุณโอ๋ กล่าว เส้นทางก้าวสู่การยอมรับระดับโลก “การทำแบรนด์ได้โด่งดัง และได้รับการยอมรับระดับโลกไม่ใช่เรื่องง่าย THANN ทำงานกันอย่างหนัก จนกระทั่งเข้าสู่ปีที่ 3 ถึงได้รับการติดต่อจากนักธุรกิจขอเปิดร้าน THANN ที่ประเทศญี่ปุ่น และประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเราก็ได้วา
โควิดยังขายได้ หอมละเอย แบรนด์เครื่องหอมของหนุ่มวิศวะ ธุรกิจไปต่อยุคไวรัสระบาด “เพราะความหอม เป็นจุดเริ่มต้นของอะไรดีๆ มากมาย เราจึงเชื่อว่า เพราะกลิ่นที่ดี…สร้างสิ่งที่ดีเสมอ” สโลแกนสุดแสนเรียบง่าย แต่สื่อสารตรงตัว ที่ คุณกรัณย์ วนะภูติ วัย 34 ปี เจ้าของ หอม-ละ-เอย (HOM-LA-OEI) แบรนด์เครื่องหอมไทย สุดแสนภูมิใจในการนำเสนอกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ และผู้ที่ชื่นชอบเครื่องหอมประดับบ้าน คุณกรัณย์ เล่าว่า ก่อนที่จะมาทำธุรกิจเครื่องหอม ตนผ่านงานมาหลากหลาย ทั้ง ค้าขาย ทำเต็นท์ขายรถ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทำงานดูแลการตลาดออนไลน์ รวมถึงการทำการเกษตรอย่าง ทำนา ก็ด้วย “จริงๆ ผมเรียนจบวิศวะไฟฟ้า แต่ไม่ได้ทำงานตามสายที่จบมาหรอกครับ แต่ผมชอบค้าขาย แล้วก็ทำอย่างอื่นอีกหลากหลาย มีทำอสังหาฯ ร่วมกับพี่ชายที่ชลบุรีด้วย แต่ก็กลับบ้านเกิดที่ฉะเชิงเทรา เพราะพ่อแม่อายุเยอะแล้ว ก็กลับไปดูแลท่านแล้วให้พี่ชายดูแลธุรกิจต่อ พอกลับมาแล้วก็ตามประสาคนทำงาน มันว่างไม่ค่อยได้ ก็ทำเกษตร ทำนาที่บ้าน มีรับดูการตลาดออนไลน์บ้างแต่ไม่เยอะ” “ด้วยความที่ผมชอบเครื่องหอมอะไรพวกนี้อยู่แล้ว ก็อยา
จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพถุงผ้าแพรบรรจุกลีบดอกไม้นานาชนิดและมีป้ายระบุข้อความว่า ‘บุหงา สราญรมย์’ หรือเครื่องหอมสมัยโบราณในโลกออนไลน์ รวมไปถึงมีการเชิญชวนให้ประชาชนที่มีจิตอาสาสามารถเข้าร่วมการทำเครื่องหอมชนิดนี้ ต่อมาเมื่อเวลา 15:30 น.วันที่ 31 ต.ค. ที่สวนสราญรมย์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุสรณ์ กะดามัน อาจารย์ประจำโรงเรียนวัดบวรนิเวศ ผู้ริเริ่มกิจกรรมทำเครื่องหอมโบราณ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกิจกรรมดังกล่าวว่า บุหงา สราญรมย์ มีแนวคิดมาจากพระราชดำริของพระบามสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในเรื่องของความพอเพียง พอดี พอใช้ จึงได้มีความคิดที่จะนำดอกไม้และพวงมาลัยที่ประชาชนนำมาถวายสักการะพระบรมศพ บริเวณโดยรอบกำแพงพระบรมมหาราชวังนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ กทม. เจ้าหน้าที่ประจำสวนสราญรมย์ ในการจัดทำเครื่องหอมครั้งนี้ “จำนวนดอกไม้ในแต่ละวันมีเยอะมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้นำไปทิ้งให้เสียประโยชน์ เพราะเข้าใจดีว่าดอกไม้และพวงมาลัยที่คนนำมาถวายนั้นมีคุณค่าทางจิตใจ เป็นสิ่งที่แสดงถึงความอาลัยที่มีต่อพระองค์ท่าน ดังนั้นเราจึงคิดกันว่าจะทำอย่างไรให้ดอกไม้และพวงมาลัยสามาร
