เคอร์ฟิว
ศบค.ชุดเล็ก ชง ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อีก 2 เดือน พร้อมคลายล็อก 11 กิจการ ลดเคอร์ฟิว 4 ทุ่ม – ตี 4 วันที่ 23 กันยายน 2564 เว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ รายงานว่า ศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) หรือ ศบค.ชุดเล็ก ที่มี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการ ศปก.ศบค. เป็นประธาน มีมติเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ซึ่งจะสิ้นสุดการบังคับใช้ในวันที่ 30 กันยายน 2564 ออกไปอีกเป็นระยะเวลา 2 เดือน หรือ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 นอกจากนี้ ที่ประชุม ศปก.ศบค. ยังมีมติเห็นชอบเลื่อนเปิดเมือง 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ชลบุรี (พัทยา อ.บางละมุง อ.สัตหีบ) เชียงใหม่ (อ.เมือง อ.แม่ริม อ.แม่แตง อ.ดอยเต่า) ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) และเพชรบุรี (ชะอำ) จากเดิมวันที่ 1 ตุลาคม 2564 เลื่อนวันออกไปเป็นวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศปก.ศบค. ยังจะเสนอให้ลดระยะเวลาการห้ามออกนอกเคหสถาน (เคอร์ฟิว) จากเดิม ตั้งแต่เวลา 21.00 น. จนถึง
เปิดมาตรการคุมเข้ม เวลาเปิด-ปิด กิจการ ในพื้นที่ควบคุมสูงสุด-เข้มงวด 10 จังหวัด วันที่ 9 ก.ค. 2564 ที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ เห็นชอบตามข้อเสนอยกระดับมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา โดยให้มีการปฏิบัติในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ดังนี้ 1. จำกัดการเคลื่อนย้ายและการดำเนินกิจกรรมของบุคคลให้มากที่สุด (เฉพาะกรุงเทพฯ และจังหวัดปริมณฑล) กำหนดให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน เวิร์กฟรอมโฮมให้มากที่สุด ระบบขนส่งสาธารณะ เปิดให้บริการได้จนถึง 21.00 น. และกลับมาเปิดให้บริการ 03.00 น. ร้านสะดวกซื้อ ตลาดโต้รุ่ง ปิดเวลา 20.00 น. ถึง 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ เปิดได้เฉพาะ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ธนาคารและสถาบันการเงิน ร้านขายยาและเวชภัณฑ์ ร้านอุปกรณ์เครื่องมือสื่อสาร รวมถึงสถานที่ฉีดวัคซีน ทั้งนี้ เปิดได้ถึงเวลา 20.00 น. ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ห้ามบริโภคอาหารหรือสุราเครื่องดื่มในร้าน โดยเปิดได้ถึง
แนะ 10 ข้อ ที่ร้านอาหารควรทำ ปรับตัวรับยอดขายหด จากสถานการณ์โควิด-19 เชื่อว่ายอดขายวันนี้ของร้านอาหารหลายๆ ที่ คงตกลง เรียกได้ว่า คอหักเลยทีเดียว โดย เพจ เพื่อนแท้ร้านอาหาร ได้วิเคราะห์ว่า อย่างที่คุยกับเพื่อนๆ ที่ทำร้านอาหาร หลายๆ คนยอดตกกันมากกว่า 50% ทั้งนั้น เหตุผลอาจจะมาจากหลายๆ อย่างไม่ว่าจะเป็น คนทำงานเริ่ม Work From Home ทำให้ร้านอาหาร ในย่านธุรกิจ เงียบเหงากันไป, มีลูกค้าบางท่านเข้าใจผิดว่า เคอร์ฟิวหลัง 3 ทุ่ม เลยไม่มาใช้บริการที่ร้าน, ทุกคนเริ่มประหยัดเงิน เพราะยังไม่รู้ว่า สถานการณ์ที่เลวร้ายนี้จะจบลงเมื่อไร และยังไม่มีแผนเยียวยาจากทางภาครัฐ แต่สิ่งที่กล่าวมานั้น คงแก้ไขอะไรมันไม่ได้ เพราะมันคือปัจจัยภายนอก สิ่งที่เราทำได้นั้นก็คือ การวางแผนในวันพรุ่งนี้ เริ่มลดปริมาณการซื้อวัตถุดิบอาหารเข้าร้าน โดยเฉพาะของสดที่มีอายุต่ำกว่า 3 วัน เพื่อลดการ Waste ที่อาจจะเกิดขึ้น เปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อวัตถุดิบ จากล็อตใหญ่เนื่องจากราคาถูกกว่าการซื้อน้อยๆ เป็นซื้อแค่พอใช้งานในช่วงสั้นๆ ราคาต่อหน่วยอาจจะแพงกว่านิดหน่อย แต่เราได้รักษากระแสเงินสด ลดปริมาณการเตรียมของสำหรับช่วง Peak Time เพื่อลด
60 ปี ‘ข้าวผัดโบราณป้าอ้วน’ ร้านดังท่าน้ำนนท์ วันนี้เงียบเหงาเพราะโควิด ต้องขายให้หมดก่อนเคอร์ฟิว “ข้าวผัดโบราณป้าอ้วน” ชื่อนี้การันตีของดีท่าน้ำนนท์ คนในละแวกนั้นรู้จักกันเป็นอย่างดี ว่ากันว่าร้านนี้สร้างความอร่อยมายาวนาน 60 ปี ตั้งแต่รุ่นแม่ ตกทอดสู่รุ่นลูก คุณเก่ง-ประภาพร มีวัตร คือทายาทรุ่น 2 เธอเข้ามารับช่วงต่อตั้งแต่ยังสาวๆ แต่ถึงจะเปลี่ยนรุ่นอย่างไร บอกได้เลยว่ารสชาติยังคงเดิม ที่เพิ่มเติมคือลูกค้าประจำเหนียวแน่นมาก คุณเก่ง เล่าว่า ข้าวผัดโบราณอร่อยๆ เป็นสูตรดั้งเดิมของคุณพ่อ เมื่อก่อนผัดแค่หม้อเล็กๆ มีลูกค้าประจำเป็นแม่ค้าผลไม้ที่ล่องเรือมาจอดแถวท่าน้ำนนท์ แม่เห็นว่ากิจการพอไปได้ จึงยึดเป็นอาชีพมาถึงปัจจุบันรุ่นที่สอง ร่วม 60 ปี “ป้าเข้ามารับช่วงอายุ 20 กว่า ทำเป็นทุกอย่างเพราะช่วยแม่ทำมาตั้งแต่เด็ก ลูกค้าของแม่มีทุกแบบ เช่น แม่ค้าผลไม้ แต่ส่วนมากเป็นนักศึกษา คนเที่ยวกลางคืน เพราะแม่ขายถึงเที่ยงคืนยันสว่าง ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีใครขายเวลานี้” หลายคนสงสัย ทำไมจึงเรียกข้าวผัดโบราณ คุณเก่ง เฉลยว่า ที่เรียกข้าวผัดโบราณ เพราะเป็นการผัดข้าวใส่ซีอิ๊ว ไ
บขส. และรถร่วมฯ แจ้งงดจำหน่ายตั๋วทุกเส้นทางสายยาวที่มีระยะทางเกิน 300 กิโลเมตร จนกว่าสถานการณ์ระบาดโควิด-19 กลับสู่ภาวะปกติ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) แจ้งว่า ตามที่รัฐบาลได้ประกาศเคอร์ฟิว ห้ามบุคคลทั่วราชอาณาจักรออกนอกเคหสถาน ระหว่างเวลา 22.00 – 04.00 น. ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2563 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ประกอบกับบางจังหวัดประกาศปิดเมืองห้ามประชาชนเดินทางเข้า-ออก และการใช้มาตรการเว้นระยะห่าง Social Distancing บนรถโดยสาร ทำให้ บขส. ไม่สามารถจัดรถให้บริการประชาชนได้ ทุกเส้นทางทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2563 เป็นต้นไป ขณะที่ล่าสุดผู้ประกอบการรถร่วมฯ แจ้งขอหยุดการเดินรถเส้นทางสายยาวที่มีระยะทางเกิน 300 กิโลเมตร เนื่องจากต้องทำ Social Distancing เว้นระยะห่างเช่นกัน จึงไม่สามารถจำหน่ายตั๋วโดยสารได้ ตั้งแต่วันนี้ (4 เม.ย. 63) เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ จึงแจ้งผู้ใช้บริการงดเข้ามาซื้อตั๋วที่สถานีทุกแห่งทั่วประเทศ ส่วนการเดินรถสายสั้นของรถตู้โดยสาร ระยะทางไม่เกิน 300 กิโลเมตร ยังมีรถตู้ให้บริการ ในช่วงเวลา 05.00 – 16.00 น. โดยรถตู้โดยสารทุกคันจ
ขานรับเคอร์ฟิว! บีทีเอส แจ้งปรับเปลี่ยนเวลาปิดให้บริการรถไฟฟ้า คุณสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส แจ้งว่า ตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (ฉบับที่ 2) บริษัทขอปรับเวลาการให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส เพื่อปฏิบัติตามคำประกาศจากทางรัฐบาล ดังนี้ รถไฟฟ้าบีทีเอส จะให้บริการผู้โดยสารในทุกสถานี ทั้งสายสุขุมวิท และสายสีลม ถึงเวลา 21.30 น. เริ่มตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2563 เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีการแจ้งเปลี่ยนแปลง บริษัทจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่ออำนวยความสะดวก เพิ่มความมั่นใจ และปลอดภัยแก่ผู้มาใช้บริการทุกท่าน เราจะร่วมกันจับมือฟันฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปพร้อมกัน ให้ผ่านพ้นช่วงเวลายากลำบากของประเทศไทยไปด้วยกัน ทั้งนี้ บริษัทต้องขออภัยในความไม่สะดวก และขอขอบคุณผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส ทุกท่านที่เข้าใจถึงความจำเป็นที่ต้องปรับเปลี่ยนเวลาการเดินรถครั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บีทีเอส โทรศัพท์ (02) 617-6000
