เคเอฟซี
KFC ประเทศไทย เสิร์ฟซอสดิปรสชาติใหม่ “Sassy Dip” ซอสมาโยเข้มข้น เปรี้ยวอมหวานลงตัว ให้สายดิปและสายดังก์ มาอัปเกรดให้ทุกเมนู KFC อร่อยฟินยิ่งกว่าเดิม เติมเลเยอร์ใหม่ให้ทุกคำ และเปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นโมเมนต์แห่งความสุขที่อยากกลับมาดังก์ซ้ำอีกครั้ง ปลดล็อกทุกระดับความคลั่งซอสในตัวคุณ ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2569 ภัทรา ภัทรสุวรรณ Associate Marketing Director KFC ประเทศไทย กล่าวว่า “ต่อยอดจากเทรนด์ซอสดิปที่มาแรงในช่วงนี้ ซึ่งทำให้คนไทยอินกับการกินมากยิ่งขึ้นและเห็นได้ชัดว่าหลายๆ มื้อในวันนี้ ‘ซอส’ กลายเป็นของคู่มื้ออร่อยที่ขาดไม่ได้ ซึ่ง KFC ประเทศไทย ในฐานะแบรนด์ไก่ทอดอันดับ 1 จึงหยิบเอาอินไซต์ความคลั่งซอสของคนไทยมาต่อยอดกับความแข็งแกร่งในฐานะร้านไก่ทอดชั้นนำที่มีเมนูอันเป็นเอกลักษณ์ครองใจคนไทยจนหยุดกินไม่ได้ จนต้องอยากกลับมาซ้ำตลอด และ ‘ซอส’ ก็โดดเด่นไม่เป็นรองใคร สู่การเปิดตัวครั้งแรกของ ‘Sassy Dip’ ซอสดิปมายองเนสนัวเข้มข้น ที่ช่วยอัปเลเวลทุกมื้อ KFC ของลูกค้าแบบทวีคูณ ด้วยซอสดิปสุดนัวที่กระตุ้นต่อมอยากทานซ้ำ ความโหยหาไก่ทอดหรือเมนูของ KFC แบบขั้นสุด เหมือนอาการคลั่งแบบหยุดไม่
เปิดเทอมภาคการศึกษาใหม่นี้ เคเอฟซี เดินหน้าโครงการ KFC Bucket Search ต่อเนื่องเป็นรุ่นที่ 2 ช่วยน้องๆ อีก 300 คน และตั้งเป้าภายในปีนี้อีก 1,000 คนเพื่อช่วยน้องให้กลับคืนสู่สังคม ได้กลับมาเรียน ฝึกฝนทักษะ และวิชาชีพ ให้สามารถกลับไปตามความฝันอีกครั้ง ภายใต้แนวคิดที่ว่า “ทุกศักยภาพไม่ควรถูกทอดทิ้ง” โดยเดินหน้าขยายความช่วยเหลือเยาวชนทั่วประเทศ จากเยาวชนกลุ่มสถานพินิจ สู่เยาวชนกลุ่มเปราะบาง และกลุ่มฅนวัยใส จุดประกายความหวังด้านการศึกษา และเปิดประตูสู่อาชีพที่ดีในอนาคต เปิดเทอมภาคการศึกษาใหม่นี้ มีเด็กไทยจำนวนมากที่ไม่ได้กลับไปเรียนหนังสือต่อ โดยจากข้อมูลของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) นั้นพบว่า ในปี 2568 มีเด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 3-24 ปี ที่อยู่นอกระบบการศึกษา จำนวนถึง 880,463 คน[1] ซึ่งปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษานั้นถือเป็นหนึ่งในปัญหาเร่งด่วนของระบบการศึกษาไทยที่ต้องได้รับการแก้ไข โดยหากประเทศไทยยุติปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจนทำให้จำนวนเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษากลายเป็นศูนย์ได้ จะส่งผลให้เศรษฐกิจเติบโตเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 1.7 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) เนื่อ
KFC เอาจริง แต่งตั้ง “สมาพันธ์ข้าวมันไก่แห่งประเทศไทย” พร้อมทำไกด์บุ๊ก 50 ร้านเด็ดทั่วไทย KFC ประเทศไทย เปิดศักราชใหม่ 2025 ด้วยการออกเมนูใหม่ที่คนไทยทุกยุคทุกสมัยต่างชื่นชอบและรู้จักเป็นอย่างดี มาในเวอร์ชันที่พิเศษสุดๆ อย่างเมนู ‘ข้าวมันไก่ ร้านลุงเคเอฟซี’ มาพร้อมข้าวมันหุงใหม่ร้อนๆ เสิร์ฟพร้อมไก่ป๊อปราดน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวรสเด็ดสูตรเฉพาะของลุงเคเอฟซี ราคาเริ่มต้นเพียง 59 บาท ล่าสุดทางเพจ KFC ได้ประกาศว่า “บอกเเล้วว่าลุงเอาจริง ขอขอบคุณสมาพันธ์ข้าวมันไก่แห่งประเทศไทยที่ให้ KFC เข้าร่วมแก๊ง สัญญาจะตั้งใจทำอย่างจริงจังไม่ให้เสียชื่อแน่นอน! ไม่เชื่อลองเลย” โดยมีการคัดเลือกร้านข้าวมันไก่ทั่วไทย พร้อมกับหนังสือลงนามการก่อตั้ง “สมาพันธ์ข้าวมันไก่แห่งประเทศไทย” ว่าเกิดจากการรวมตัวกันของผู้ที่หลงใหลและอุทิศตนเพื่อเมนูข้าวมันไก่ ทั้งร้านเล็กร้านใหญ่ โดยมีผู้สนับสนุนหลักอย่าง KFC ที่เอาจริงเรื่องข้าวมันไก่ มาร่วมจัดตั้งสมาพันธ์ เพื่อส่งเสริมให้ร้านข้าวมันไก่ในประเทศไทยเป็นที่รู้จัก และเติบโตไปด้วยกัน ทั้งนี้ เพื่อให้คนไทยได้ลองรสชาติความอร่อยของข้าวมันไก่ที่หลากหลายในแบบเฉพาะของแต่ละร้าน โดยลงนาม
ของฟรีไม่มีในโลก! อย่ากด ระวังโดนแฮก เว็บไซต์ปลอม “เคเอฟซี” ระบาดอีกรอบ กำลังฮือฮาส่งต่อกันในไลน์จ้าละหวั่น สำหรับโปรโมชั่น ฉลองครบรอบ 15 ปี ในประเทศไทย ของไก่ทอด แบรนด์ดัง KFC โดยมีลิงก์ ระบุใครได้รับคำเชิญให้กดเข้าไปเพื่อรับสิทธิทานฟรีในสาขาต่างๆ ล่าสุดปรากฏ เพจทางการของ KFC ประเทศไทย ได้ออกมาระบุชัดเจนว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง ขอความกรุณาลูกค้าอย่าไลก์ อย่าแชร์ อย่าคลิกลิงก์ปลอม ดังกล่าวเป็นอันขาด โดยระบุเนื้อหารายละเอียดไว้ดังนี้ “เรียนลูกค้าเคเอฟซี เนื่องจากขณะนี้ มีผู้ไม่หวังดีจัดทำเว็บไซต์ปลอมโดยอ้างตัวเป็นแบรนด์เคเอฟซี และเชิญชวนให้ทำแบบสอบถามในโอกาสฉลองครบรอบ 15 ปี และกรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อรับอาหารฟรีที่ร้านเคเอฟซี ซึ่งมีการส่งต่อผ่านทางโซเชียลมีเดียอีกครั้งหนึ่ง เคเอฟซี ประเทศไทย ขอเรียนแจ้งว่า เคเอฟซีเปิดให้บริการในประเทศไทยมานานกว่า 30 ปีแล้ว และไม่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมดังกล่าว รวมถึงไม่มีนโยบายให้ท่านกรอกข้อมูลส่วนตัวผ่านลิงก์อื่นใด นอกเหนือจากการสั่งอาหารภายใต้เว็บไซต์ www.kfc.co.th หากท่านได้รับลิงก์แปลกปลอม กรุณาอย่าคลิกเข้าไปโดยเด็ดขาด และขอควา
เมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา เป็นวันเกิดของ “ผู้พันแซนเดอร์ส” หรือ “ฮาร์แลนด์ แซนเดอร์ส” ที่หลายๆ คนรู้จักในฐานะผู้ให้กำเนิดไก่ทอด KFC หากย้อนกลับไปเมื่อปี คศ.1952 ปีแรกที่แบรนด์เคเอฟซีถือกำเนิดขึ้นโดย ผู้พันฮาร์แลนด์ แซนเดอร์ส ซึ่งในขณะนั้นมีอายุเลย 60 ปีไปแล้ว แม้ว่าผู้พันแซนเดอร์สจะเกิดในวันที่ 9 เดือน 9 ซึ่งถ้าเป็นคนไทยคงจะมองว่าเกิดมากับฤกษ์ยามที่ดี แต่สำหรับผู้พัน โชคชะตาไม่อาจนำมาซึ่งความสำเร็จได้ หากปราศจากความพยายามและลงมือทำด้วยตัวเอง “ตัวจริง” (Authentic) ผู้พันถือเป็นตัวจริงเรื่องการทำอาหาร โดยเฉพาะเมนูไก่ทอด ด้วยความที่ต้องรับหน้าที่ดูแลเรื่องการทำอาหารช่วยแบ่งเบาให้แม่ ซึ่งเป็นเสาหลักเลี้ยงดูครอบครัวเพียงลำพัง ผู้พันได้ทักษะการทำอาหารมาตั้งแต่ตอนนั้น และด้วยการฝึกฝนรวมถึงความชอบส่วนตัว จนได้เปิดร้านอาหารของตัวเอง และนำเมนูไก่ทอดที่คิดค้นขึ้นมาทำขายด้วยตัวเอง ซึ่งขายดีเสียด้วย แต่แล้วโชคชะตาก็ไม่เข้าข้าง มีเหตุต่างๆ ที่ทำให้กิจการต้องปิดตัวลงไป “กล้าเสี่ยง กล้าเปลี่ยนแปลง กล้าที่จะลงมือทำ” (Courage) แม้กิจการจะต้องปิดตัวลง แต่ผู้พันก็ยังสู้ต่อ ถึงไม่มีร้าน แต่ก็มีสูตรไก่
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในช่วงที่แจ็ค หม่า มหาเศรษฐีชาวจีน ยังเป็นเพียงคนยากจนคนหนึ่ง เคยถูกปฏิเสธงานจากบริษัทหลายสิบแห่ง หนึ่งในนั้น มี “เคนตั๊กกี้ ฟรายด์ ชิกเก้น” หรือ เคเอฟซี รวมอยู่ด้วย ตอนนี้ แจ็ค หม่า กลายเป็นมหาเศรษฐีรายใหญ่ ได้เวลากลับมาซื้อกิจการของเคเอฟซีในจีนไปเรียบร้อยแล้ว รอยเตอร์รายงานว่า บริษัท แอนท์ ไฟแนนเชียล บริษัทลูกของอาลีบาบา ของ แจ็ค หม่า ซึ่งเป็นผู้ให้บริการ “แอร์เพย์” และบริษัท พรีมาเวรา แคปิตอล ของนายเฟรด หู อดีตประธานโกลด์แมน แซคส์ ไชน่า ได้ให้เข้าซื้อหุ้นในธุรกิจของ “ยัม ไชน่า” เจ้าของธุรกิจ เคเอฟซี และ พิซซ่า ฮัท ในประเทศจีน โดยยัม แบรนด์ ระบุว่า ทั้งสองบริษัท ได้ซื้อหุ้นของยัม ไชน่า คิดเป็นเงินทั้งสิ้น 460 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นส่วนของพรีมาเวลา 410 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเป็นของแอนท์ ไฟแนนเชียลที่ลงทุนอีก 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม คาดว่าการซื้อขายหุ้นดังกล่าวจะเสร็จสมบูรณ์ในวันที่ 31 ตุลาคมนี้
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในช่วงที่แจ็ค หม่า มหาเศรษฐีชาวจีน ยังเป็นเพียงคนยากจนคนหนึ่ง เคยถูกปฏิเสธงานจากบริษัทหลายสิบแห่ง หนึ่งในนั้น มี “เคนตั๊กกี้ ฟรายด์ ชิกเก้น” หรือ เคเอฟซี รวมอยู่ด้วย ตอนนี้ แจ็ค หม่า กลายเป็นมหาเศรษฐีรายใหญ่ ได้เวลากลับมาซื้อกิจการของเคเอฟซีในจีนไปเรียบร้อยแล้ว รอยเตอร์ รายงานว่า บริษัท แอนท์ ไฟแนนเชียล บริษัทลูกของอาลีบาบา ของ แจ็ค หม่า ซึ่งเป็นผู้ให้บริการ “แอร์เพย์” และบริษัท พรีมาเวรา แคปิตอล ของนายเฟรด หู อดีตประธานโกลด์แมน แซคส์ ไชน่า ได้ให้เข้าซื้อหุ้นในธุรกิจของ “ยัม ไชน่า” เจ้าของธุรกิจ เคเอฟซี และ พิซซ่า ฮัท ในประเทศจีน โดยยัม แบรนด์ ระบุว่า ทั้งสองบริษัท ได้ซื้อหุ้นของยัม ไชน่า คิดเป็นเงินทั้งสิ้น 460 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นส่วนของพรีมาเวลา 410 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเป็นของแอนท์ ไฟแนนเชียลที่ลงทุนอีก 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม คาดว่าการซื้อขายหุ้นดังกล่าวจะเสร็จสมบูรณ์ในวันที่ 31 ตุลาคมนี้
