เงินสด
ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญกับชีวิตประจำวัน การเลือกวิธีการชำระเงินที่ทั้งปลอดภัยและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ จึงกลายเป็นสิ่งสำคัญ ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยยังคงคุ้นชินกับการใช้เงินสด โดยอาจมองว่าเป็นวิธีที่จับต้องได้และง่ายต่อการควบคุมค่าใช้จ่าย หากแต่ในปัจจุบัน บัตรเครดิตไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่เป็นเครื่องมือในการซื้อสินค้าหรือบริการเช่นเดียวกับเงินสดเท่านั้น บัตรเครดิตยังเป็นทางเลือกที่ให้ทั้งความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และสิทธิประโยชน์ที่เงินสดไม่สามารถให้ได้ เคทีซี จึงได้รวบรวม 3 ข้อควรรู้ การใช้บัตรเครดิตในชีวิตประจำวัน ปลอดภัยกว่าการใช้เงินสดอย่างไร เพื่อให้ทุกการใช้จ่ายคุ้มค่า ปลอดภัย และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่อย่างแท้จริง 1. การป้องกันจากการสูญหายเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน การพกเงินสดจำนวนมากเป็นสิ่งที่หลายคนมักทำซึ่งเป็นพฤติกรรมที่มาพร้อมกับความเสี่ยงที่มองไม่เห็น บางครั้งการไม่ระมัดระวังมากพออาจส่งผลให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทั้งการสูญหายหรือการถูกโจรกรรม โดยที่โอกาสในการติดตามและนำเงินสดกลับคืนนั้นมีน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย ยกตัวอย่างเช่น หากเกิดเหตุการณ์กระเป๋าสตางค์หายที่ต่างประ
หมดห่วงเรื่องงบ! ธปท. – 5 ธนาคารใหญ่ สำรองเงินสด ช่วงสงกรานต์ กว่า 1.57 แสนล้านบาท เพิ่มจากปีก่อน 2% รองรับการใช้จ่ายประชาชน เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2565 เว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ รายงานข่าว นายสมบูรณ์ จิตเป็นธม ผู้ช่วยผู้ว่าการสายออกบัตรธนาคาร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ในเดือนเมษายน 2565 นี้ ธปท. ได้เตรียมสำรองธนบัตรชนิดราคาต่างๆ เพื่อรองรับความต้องการใช้จ่ายของประชาชนไว้อย่างเพียงพอ โดยประมาณการว่าธนาคารพาณิชย์จะมีการเบิกจ่ายธนบัตรจาก ธปท. ในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนเทศกาลสงกรานต์ มูลค่าสุทธิประมาณ 17,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับการคาดการณ์เมื่อปี 2564 ซึ่ง ธปท. ได้พิจารณาหลายปัจจัยประกอบ ได้แก่ จำนวนวันหยุดต่อเนื่อง ปัจจัยทางเศรษฐกิจ และมาตรการภาครัฐที่กระตุ้นการใช้จ่ายและการท่องเที่ยวภายในประเทศ ทั้งนี้ แม้ยอดผู้ติดเชื้อจากสถานการณ์โควิด-19 จะยังสูง แต่ในภาพรวมคาดว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจจะยังมีต่อเนื่อง ขณะที่การชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์มีแนวโน้มสูงขึ้นไปด้วย กสิกรไทย สำรองเงินสด 27,800 ล้านบาท ขณะที่ธนาคารกสิกรไทย แจ้งว่า ได้เตรียมสำรองเงินสดสำหรับให้บริก
มาแล้ว “คลินิกแก้หนี้” ที่เปิดประตูอ้าแขนรับเฉพาะ “ลูกหนี้รายย่อย” ที่ตกอยู่ในกลุ่มเป็นหนี้เสียของเจ้าหนี้บรรดาธนาคารพาณิชย์ไทยและเทศทั้งหลาย 16 แห่งที่เข้าร่วมโครงการนี้ จะเปิดดำเนินการวันที่ 1 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป คลินิกแก้หนี้ ถือเป็นโครงการแก้ไขปัญหาหนี้ส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน ประเภทสินเชื่อส่วนบุคคลหรือกดเงินสด และบัตรเครดิต โดยนำร่องกับกลุ่มลูกหนี้กลุ่มธนาคารพาณิชย์ก่อน ส่วนน็อนแบงก์ จะเป็นสเต็ปต่อไป โครงการแก้หนี้รายย่อยนี้ มีแนวคิดริเริ่มและแรงผลักดันหลักจาก “ดร.วิรไท สันติประภพ” ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ปักธงตั้งแต่นั่ง “ผู้ว่าการแบงก์ชาติ” เมื่อปี 2558 ว่า ต้องการแก้ปัญหาคนไทยก่อหนี้กันเยอะขึ้น เพราะปี 2558 เป็นช่วงที่หนี้ครัวเรือนของไทยพุ่งกว่า 82-83% ของจีดีพี หรือทะลุ 11 ล้านล้านบาทและ 2-3 ปีที่ผ่านมา หนี้ครัวเรือนก็ยังรุนแรงขึ้น ถือเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่สำคัญของประเทศไทย เพราะปัจจุบันภาคครัวเรือนมีความเปราะบางทางการเงินมากมาผสมกับภาวะเศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนสูง จะยิ่งกระทบต่อเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจและสัง
