เจน Z
ท่ามกลางกระแสความตื่นตัวของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่สามารถทำงานระดับเริ่มต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ กลุ่มคน Gen Z (ผู้ที่เกิดระหว่างปี 1997–2012) กำลังเผชิญกับภาวะหวาดกลัว ต่ออนาคตในตลาดแรงงานอย่างเห็นได้ชัด Brian Moynihan (ไบรอัน มอยนิแฮน) CEO ของ Bank of America สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดนี้ว่า กลุ่มคนรุ่นใหม่ สามารถเปลี่ยนความวิตกกังวลให้กลายเป็นความได้เปรียบได้ หากเรียนรู้ที่จะใช้งาน AI อย่างชาญฉลาด สมรภูมิเด็กจบใหม่ Brian Moynihan เผยในรายการ Face the Nation ของสถานีโทรทัศน์ CBS ว่า ล่าสุด Bank of America มีผู้สมัครหลั่งไหลเข้ามาถึง 200,000 คน เพื่อแย่งชิงตำแหน่งงานระดับเริ่มต้นเพียง 2,000 ตำแหน่ง ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่ดุเดือดอย่างยิ่งในตลาดแรงงานมนุษย์เงินเดือน เมื่อเขาเอ่ยปากถามกับพนักงานใหม่ว่า พวกเขากลัว AI และอนาคตข้างหน้าหรือไม่ คำตอบที่ได้คือ พวกเขาต่างยอมรับว่ารู้สึก “กลัว” ต่ออนาคตและการเข้ามาของ AI ซึ่งไบรอันมองว่าเป็นปฏิกิริยาที่เข้าใจได้ เพราะ AI กำลังแสดงให้เห็นว่ามันสามารถทำงานพื้นฐานที่เคยเป็นหน้าที่ของพนักงานระดับจูเนียร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คุณจิรภัทร์ กาญจะโนสถ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สปา-ฮาคูโฮโด จำกัด ครีเอทีฟเอเยนซีแถวหน้าของเมืองไทยมากว่า 40 ปี นำทัพผู้บริหารเปิดตัว Human Lab (ฮิวแมน แล็บ) หน่วยงานใหม่เพื่อช่วยวิเคราะห์และวางกลยุทธ์การตลาดเชิงลึกภายใต้แนวคิด “Human-Centric Marketing” หรือการตลาดที่เริ่มต้นจากความเข้าใจมนุษย์ ตามหลักแนวคิดปรัชญา Sei-Katsu-Sha มากกว่าข้อมูลสถิติ แบบผิวเผิน พร้อมเปิดตัวผลงานวิจัยล่าสุด “Daring Palette” ที่ช่วยถอดรหัสแนวโน้ม พฤติกรรมผู้บริโภคไทย ในยุคที่ผู้คน “กล้า” มากขึ้น ทั้งกล้าแสดงตัวตน กล้าตั้งคำถาม และ กล้าเลือกวิถีชีวิตที่แตกต่าง คุณจิรภัทร์ กาญจะโนสถ กล่าวว่า Human Lab เกิดขึ้นจากความเชื่อที่ว่า “ความเข้าใจมนุษย์ อย่างลึกซึ้ง” คือหัวใจสำคัญของการสร้างแบรนด์ และกลยุทธ์ที่เชื่อมโยงกับผู้บริโภคได้จริง โดยนำองค์ความรู้จากหลายศาสตร์ เช่น สังคมวิทยา มานุษยวิทยา พฤติกรรมศาสตร์ และ Data Science มาผสานเข้ากับกระบวนการวางแผนการตลาด ทำให้ Human Lab แตกต่างจากเครื่องมือการวิเคราะห์ผู้บริโภคแบบเดิม ที่มักยึดเพียงตัวเลข หรือเทรนด์ที่ผิวเผิน “ในโลกที่ความซับซ้อนของมนุษย์ไม่อาจมองผ่านแค่
มหิดล เปิดอินไซต์ คนไทยชอบ ‘เออ-ออ’ พฤติกรรมที่ชอบซื้อสินค้าและกินตามกระแส โดยเฉพาะผู้หญิง และกลุ่มเจน Z วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) เปิดอินไซต์ผู้บริโภคในงานสัมมนา การตลาด Marketing on the Move : การตลาดแบบ ‘เออ-ออ’ พฤติกรรมตามกระแสของคนไทยในปัจจุบัน โดยสำรวจด้วยการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณแบบสอบถาม จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,000 คน และเชิงคุณภาพ สัมภาษณ์เชิงลึก จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 100 คน ทั้งเพศชาย เพศหญิง และ LGBTQ+ ตั้งแต่ เจน X เจน Y ไปจนถึงเจน Z พบว่า พฤติกรรม ‘เออ-ออ’ คือ พฤติกรรมที่บุคคลตัดสินใจหรือทำบางสิ่งบางอย่างตามคนหมู่มาก โดยที่ตนเองไม่ได้พิจารณาถึงข้อมูลหรือเหตุผลมากนัก คล้ายกับการทำอะไรตามกัน โดยคิดว่าถ้าคนส่วนใหญ่ทำแล้วดี ถ้าตนเองเข้าไปทำด้วย ก็น่าจะดีตามไปด้วย ซึ่งในทางการตลาด เรียกพฤติกรรมนี้ว่า ‘Herd Behavior’ หรือการที่คนกลุ่มใหญ่ทำตามหรือเลียนแบบคนกลุ่มอื่น โดยไม่ได้คิดถึงความเหมาะสมก่อน หรือเรียกง่ายๆ ว่า เห็นคนอื่นซื้ออะไร กินอะไร ก็จะทำตาม ยกตัวอย่าง สายกิน การที่คนพากันไปต่อคิวซื้อโดนัทเจ้าดังอย่างคริสปี้ครีมหรือขนมปังเยาวราช ตั้งแต่ร้านยังไม่เปิด
ซื้อขนมลดราคา นอนวัดแทนโรงแรม ไลฟ์สไตล์ Gen Z จีน เปลี่ยนไป ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ในจีนกำลังเปลี่ยนไป เนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีแนวโน้มที่จะส่งผลต่อพฤติกรรมการบริโภคในอีกหลายปีข้างหน้า “นิกเกอิ” รายงานว่า คนจีน เจเนอเรชัน Z อายุระหว่าง 15-29 ปี ที่มีจำนวน 18.4% ของประชากรทั้งประเทศ 1.4 พันล้านคน ถือเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลต่อการบริโภคอย่างมาก แต่ตอนนี้พวกเขาเผชิญความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงอัตราการว่างงานที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของคนในกลุ่มอายุอื่นๆ แรงกดดันดังกล่าวส่งผลให้การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ในจีนเปลี่ยนไป โดยหันมาประหยัดและใช้จ่ายแบบมีเหตุผลมากขึ้น จากเดิมที่คนกลุ่มนี้เติบโตมาในยุคเศรษฐกิจเฟื่องฟู “จาง รู่” หญิงสาววัย 24 ปี เป็นตัวอย่างของความเปลี่ยนแปลง ที่ผ่านมาเธอไม่เคยกินข้าวในโรงอาหารที่เต็มไปด้วยเมนูอาหารราคาย่อมเยาอย่างผัดผักกาดขาวกับหมูสามชั้น ซึ่งเป็นเมนูยอดนิยมของบรรดาผู้สูงวัย แต่ตอนนี้เธอกลายเป็นลูกค้าประจำของโรงอาหารไปแล้ว เพราะช่วยคุมค่าอาหารไม่ให้เกิน 100 หยวนต่อวัน หรือประมาณ 500 กว่าบาท และคนวัยเดียวกับ “จาง
ปล่อยจอย หนุ่มสาวจีนไม่สนอาชีพรายได้มั่นคง ขอทำงานที่ชอบพอ ปรากฏการณ์ Lie Flat เกิดขึ้นในจีนมาสักพักแล้ว และกำลังได้รับความนิยมมากขึ้น ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่บีบคั้นและเคร่งเครียด ทำให้คนรุ่นใหม่ ปล่อยจอย อารมณ์แบบช่างมัน พอแล้ว นิยามของ “Lie Flat” คือ ขาดความกระตือรือร้นและไม่ต้องการประสบความสำเร็จ แค่ทำงานให้มีรายได้เพียงพอกับที่ใช้จ่ายพื้นฐาน และเอาเวลาไปทำสิ่งที่ตัวเองมีความสุข รอยเตอร์ส หยิบยกเรื่องราวของ “ชู ยี” หญิงสาววัย 23 ปี ที่อาศัยในนครเซี่ยงไฮ้ โดยเธอตัดสินใจลาออกจากบริษัทแฟชั่นเมื่อ 2 ปีก่อน เพราะต้องทำงานล่วงเวลาบ่อยครั้ง และไม่ชอบเจ้านาย ปัจจุบัน เธอทำงานจากที่บ้านให้กับบริษัทด้านการท่องเที่ยวแค่ 1 วันต่อสัปดาห์ ทำให้มีเวลาเหลือเฟือสำหรับฝึกฝนงานสัก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกงาน 6 สัปดาห์ เพื่อเป็นช่างสักที่ทำงานแบบเต็มเวลา “ชู ยี” ไม่ใช่วัยรุ่นคนเดียวที่ใช้ชีวิตแบบนี้ แม้จะไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่า หนุ่มสาวจีนเลือกที่จะไม่ทำงานในองค์กรเหมือนที่ผ่านมา ขณะที่อัตราว่างงานของคนรุ่นใหม่เพิ่มขึ้นทำสถิติ 21.3% เมื่อกลางปีที่แล้ว ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ซบเซา และคนรุ่นใหม่เหล่านี้ก็ไม่ไ
ผลสำรวจ “บริษัทที่คุณอยากร่วมงานด้วยมากที่สุด” พบ คนรุ่นใหม่ฝันอยากทำงานกับ กูเกิล-ปตท. และ เอสซีจี ปลายปี 2566 บริษัท เวิร์คเวนเจอร์ เทคโนโลจีส์ จำกัด หรือ WorkVenture ที่ปรึกษา และผู้นำด้านการสร้างแบรนด์นายจ้างให้กับบริษัทชั้นนำในไทย ได้ทำการสำรวจ Top 50 Companies in Thailand 2024 โดยสอบถามความคิดคนทำงานอายุระหว่าง 22-35 ปี ที่จบระดับปริญญาตรีขึ้นไป ผ่านช่องทางออนไลน์ และออฟไลน์กว่า 11,452 คน กับคำถามปลายเปิดที่ว่า บริษัทที่คุณอยากร่วมงานด้วยมากที่สุดคือที่ไหน และเหตุผลอะไรจึงเลือกบริษัทนั้นๆ โดยผู้ตอบแบบสอบถามต่างเทคะแนนให้ กูเกิล ประเทศไทย ครองแชมป์อันดับที่ 1 ต่อเนื่องตลอด 6 ปี ตามมาด้วย ปตท., เอสซีจี, อโกด้า และยูนิลีเวอร์ ตามลำดับ อีกทั้งยังมีบริษัทหน้าใหม่หลายแห่งตบเท้าเข้ามาอยู่ในโพลปีนี้ด้วย เย็นส์ โพลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวิร์คเวนเจอร์ เทคโนโลจีส์ จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมปีนี้บริษัทขนาดใหญ่สัญชาติไทยยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะบริษัทไทยมีการปรับตัว ทั้งในเรื่องของสถานที่ทำงาน รูปแบบการทำงาน รวมถึงวัฒนธรรมองค์กร และมีการปรับตัวในเรื่องการเข้าห
เกิดมาในยุคที่ทุกสิ่งล่อตาล่อใจ เพียงแค่ใจอ่อนก็ช้อปเงินหมดกระเป๋าไม่รู้เนื้อรู้ตัว พลันเดือดร้อนพ่อแม่ต้องขอเงินเพิ่ม แต่จะดีสักเท่าไหร่หากน้องๆ หนูๆ จะหาเงินได้ด้วยตนเองอีกทางหนึ่ง จะด้วยการออมเก็บเงินรอออกดอกออกผลก็ดี จะการออมด้วยการลงทุนแล้วได้กำไรมากๆ ก็ยิ่งเยี่ยม สามารถทำได้จริง ซึ่ง นัน-นันพิชา จูงศิริวัฒน์ นักศึกษาหลักสูตรการศึกษาแบบบูรณาการด้านบัญชีและการบริหารธุรกิจ (IBMP) จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ซึ่งเริ่มมีเงินเก็บถึง 6 หลักจากการเล่นหุ้น ตั้งแต่อายุยังน้อย เล่าถึงจุดเริ่มต้นการเล่นหุ้นว่า มีความสนใจเรื่องการลงทุนในหุ้นมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลาย เพราะเห็นคุณพ่อลงทุนในหุ้น ซึ่งมีทั้งช่วงที่ขาดทุนและได้กำไรมาโดยตลอด จนกระทั่งหลังวิกฤต Subprime ไปไม่กี่ปี เริ่มได้ยินเสียงความเสียดายจากพ่อว่า “ถ้าซื้อหุ้นตัวนี้นะ พ่อจะสามารถทำกำไรได้ถึง 5 เท่า ในเวลาไม่กี่ปี” จึงรู้สึกแปลกใจมากว่าทรัพย์สินอะไร ทำไมถึงมีความน่าสนใจขนาดนี้ นักศึกษาดีกรีแชมป์เวทีการประกวด Young Financial Star (YFS) ประเทศไทย 2016 เริ่มออมเงินด้วยการลงทุนในหุ้น ตอนเข้าเรียนปี 1 จาก
