เจ้าดัง
เริ่มจากเท้าเปล่า ขยันขายทุกวัน ไก่แดงปิ้ง ฟรี แจ่ว-ผักสด กำไรพลิกชีวิต ควันไฟจากเตาปิ้งบนรถพ่วงข้าง ที่แทรกตัวอยู่ในสวนหย่อมใกล้กับหน่วยงานแห่งหนึ่งริมถนนวิภาวดีขาออก ย่านดินแดง กับ รถแท็กซี่มิเตอร์ จักรยานยนต์ของเหล่าไรเดอร์ แบรนด์ต่างๆ จอดเรียงรายเป็นระเบียบ อาจเป็นภาพคุ้นตาของใครหลายคนที่ขับรถผ่านไปละแวกนั้น “เขามีประท้วงอะไรกันรึเปล่า ทำไม่รถจอดกันเป็นแถว” “ไม่มีอะไรหรอก เขาจอดกินไก่ปิ้งกัน” นั่นคือบทสนทนาที่ชักพาให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เดินทางไปพูดคุยกับเจ้าของกิจการต้นเรื่อง “ขายดีที่สุด คือ ตูดไก่ ค่ะ ” คุณกุ้ง-สมสวย ทับทิมใส เจ้าของกิจการวัยสี่สิบปลาย เริ่มต้นบทสนทนากับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม ด้วยสำเนียงและลีลาการพูดดูมีเอกลักษณ์ จึงถามไถ่ถึงบ้านเกิด คุณกุ้ง เล่าด้วยเสียงหม่นเล็กน้อย “บ้านเดิมอยู่บุรีรัมย์ สมัยก่อนทำนาอย่างเดียว แต่มันค่อนข้างแล้ง เลยเข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ ตั้งแต่สาวๆ เข้ากรุงเทพฯ มา ตอนนั้นรองเท้าไม่มีใส่เลยนะ ไปหาเพื่อนอยู่แถวปทุมฯ เขาเลยซื้อรองเท้าให้ใส่” ทำงานเป็นลูกจ้างอยู่หลายที่ กระทั่งไปได้งานในโรงปักแถวเจริญนคร จังหวะชีวิตช่วงนี้
ทำเลนั้นสำคัญไฉน! ตั้งร้านในป่าช้าลูกค้าก็ไม่หวั่น “โจ๊กดังเมืองกาญจน์” ขายดีเช้ายันค่ำ เป็นที่ทราบกันดีว่า ภายในเขตเทศบาลเมือง จังหวัดกาญจนบุรี มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ นั่นคือ “สุสานทหารสัมพันธมิตร” ซึ่งปัจจุบันได้การยอมรับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก มีนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศแวะเวียนมาเยี่ยมชมแทบจะตลอดทั้งปี และเมื่อไม่นานมานี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้ออกสำรวจบรรยากาศค้าขายโดยรอบสถานที่สำคัญดังกล่าว พบมีร้านค้าทำการค้าขายเปิดอยู่ใกล้เคียงอย่างคึกคัก หลักๆ แล้วจะเป็นแผงผลไม้สด ถัดไปอีกฟากถนนฝั่งเดียวกับสุสานดัง มีร้านโจ๊ก-ต้มเลือดหมู ตั้งขายกันแต่เช้าอยู่ถึงสองเจ้า แต่เจ้าที่สะดุดตาและดูเหมือนว่าจะมีลูกค้าหนาตากว่า น่าจะเป็นร้านที่ชื่อว่า “โจ๊กหลังป่าช้า ตั้ม สาขา 8 “ เพราะกำลังง่วนกับชั่วโมงทำเงิน คุณตั้ม เจ้าของกิจการ “โจ๊กหลังป่าช้า” จึงไม่มีเวลามาพูดคุยด้วย แต่แฟนสาวของเขา กรุณาเจียดเวลามาให้ข้อมูลคร่าวๆ ด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม ก่อนหน้านี้เปิดร้านขายโจ๊กอยู่หลังสุสานทหารสัมพันธมิตร ซึ่งชาวบ้านที่นี่เรียกกันติดปากว่า “ป่าช้าฝรั่ง” ร้านเราเลยกลายเป็นโจ๊กหลังป่าช้า แต่ป
บางชิ้นกำไรหลายร้อยเปอร์เซ็นต์! สำรวจแหล่งสร้างอาชีพ โกดังสินค้าญี่ปุ่นมือสองเจ้าดัง จากพฤติกรรรม การ “บริโภค” ของพลเมืองประเทศญี่ปุ่น ที่มักใช้ของทุกอย่าง “ไม่นาน” อย่าง รถยนต์ อายุการใช้งาน 5 ปีทิ้งเลย นอกจากนี้ ยังชอบอิงแฟชั่น ถ้าสินค้าแฟชั่นแบบไหน “เอาต์” แล้ว จะเปลี่ยนใหม่ทันที และเมื่อคนญี่ปุ่นมีนิสัย “ชอบเปลี่ยน” บรรดาของเก่าใช้แล้วทั้งหลาย จึงถูกกำจัดด้วย 2 วิธี คือ หนึ่ง ของชิ้นเล็ก มีราคา จะถูกนำไปจำหน่ายต่อให้คนรับซื้อของเก่า และ สอง ของประเภทที่ขายต่อไม่ได้ ชิ้นใหญ่เกินไป อย่างเฟอร์นิเจอร์ จะถูกนำไปจ้างบริษัทรับกำจัดขยะนำไปทิ้งให้ เพราะคนญี่ปุ่น ไม่สามารถนำของที่ไม่อยากได้แล้ว ไปวางทิ้งหน้าบ้านหรือแอบทิ้งข้างถนนเหมือนเมืองไทย ด้วยข้อเท็จจริงดังกล่าวข้างต้น จึงก่อให้เกิดการเติบโตของธุรกิจส่งออกสินค้ามือสองของชาวญี่ปุ่น ไปยังประเทศอื่นๆ ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย “ตู้ขยะ เป็นคำน่ากลัวของคนอยากทำธุรกิจนี้ บางคนลงทุนไปหลายแสนด้วยเงินก้อนสุดท้ายในชีวิต กลับได้แต่สินค้าที่ขายต่อไม่ได้ การเน้นซื้อมาแบบราคาถูกอย่างเดียว เป็นเรื่องที่ผู้ลงทุนธุรกิจนี้พึงระวัง ฉะนั้นต้องเน้นการคัดเลือก
