เจ๋ง
ค้าขายฝืดเคือง รายเล็กๆ เจ๊ง คนไม่มีกำลังซื้อ เลือกกินฟู้ดคอร์ตแทนนั่งร้าน นับเป็นโพสต์บีบหัวใจคนทำมาค้าขาย เมื่อเจ้าของฉายา “แม่ค้าผัดไทยแห่งวงการบันเทิง” คุณไก่-กนกวรรณ บุตรชาติ เจ้าของร้านครัวยัยไก่ ที่มีเมนูไฮไลต์เป็น ผัดไทยรสชาติที่ตามหา อ่านเพิ่มเติม : ส่งต่ออาชีพ ครัวยัยไก่ พร้อมเปิดคอร์ส สอน “วิชาผัดไทย” รสชาติที่ตามหา ออกมาระบายความรู้สึกคับข้องจากการทำมาหากินในแบบของเธอ ผ่านเฟซส่วนตัว ความว่า “ใครมีงานทำ ถือว่าโชคดียิ่งกว่าถูกหวย 3-4 เดือน มานี่ ค้าขายฝืดเคืองมากๆ ของขึ้นราคาไม่ลงเลย ไหนจะค่าจ้าง ราคาน้ำมัน ตลาดก็เงียบ กำลังในการจับจ่ายน้อยลง คนออกมาทานอาหารที่ร้านก็น้อย สังเกตช่วงอากาศร้อนๆ คนไปนั่งเล่น นอนเล่น นั่งทำงาน ดูทีวีกันในฟู้ดคอร์ต ทานอาหารกันนิดหน่อย แล้วก็พักผ่อนกันเยอะมาก ไม่ต้องเดินทางไกล แอร์ก็เย็น ห้องน้ำก็สบาย” “ร้านที่รู้จักปิดเพราะอาจจะรับภาระในทุกๆ ส่วนไม่ไหว ส่วนเราก็ลุ่มๆ ดอนๆ และเหนื่อยฟรีมาพักใหญ่ ร้านไกลโอกาสก็จะน้อยกว่าร้านในเมือง แต่ก็ขอ ขอบพระคุณลูกค้าประจำที่มาอุดหนุนนะคะ อดทนสู้อีกสักตั้ง ขอความคิดถึงกันด้วยนะคะผัดไทยยัยไก่ ให้บริการอยู่ค่ะ เปิด
เริ่มต้นธุรกิจ โดยอาศัย เพื่อน เป็น ลูกค้า รู้ไหมเสี่ยง เจ๊ง ได้ ถ้าอยากได้เพื่อนเป็น ลูกค้า ก็ต้องหา ปัญหา ของเพื่อนให้เจอ คบเพื่อนสมัยนี้ ดูไม่ดีจะปวดใจ คาดหวังว่าจะพึ่งได้ ถึงเวลาหาหัวไม่เจอ บางคนคาดหวังกับเพื่อนไว้มากเช่นนั้น แต่ถ้าเป็นธุรกิจ แล้วคิดหวังจากเพื่อน บอกเลยครับ คิดผิดตั้งแต่เริ่ม ผมเคยได้ยินเจ้าของธุรกิจ มาพร่ำรำพัน ประมาณน้อยอกน้อยใจเพื่อน คือ เริ่มต้นธุรกิจ แล้วเพื่อนไม่เห็นมาช่วยอุดหนุนกันเลย ฟังเผินๆ เกือบเคลิ้มช่วยด่าเพื่อนเจ้าของธุรกิจนั้นไปแล้ว แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงทางธุรกิจ อย่าได้คิดเช่นนั้นเด็ดขาด เพราะนั่นคือ “ความพลาด” ที่แปลว่าเราไม่เข้าใจในสิ่งที่กำลังทำ การที่ใครสักคนเริ่มต้นธุรกิจ โดยคิดว่ามีเพื่อนเยอะ มีโอกาสเจ๊งครับ เพราะเพื่อนของคุณ “อาจไม่ใช่ลูกค้าเป้าหมาย” คนคิดเริ่มทำธุรกิจ มีสิ่งที่ต้องคิด และตอบคำถามง่ายๆ เบื้องต้นไม่กี่คำถามก่อน แต่ทว่าคำตอบนั้นต้องเคลียร์ คำถามแรก คือ ธุรกิจที่เรากำลังจะทำนั้น “ช่วยแก้ปัญหาอะไร” “ให้กับใคร” ง่ายมั้ยครับ คำถามแรก : ถามง่ายๆ แบบนี้ แต่คำตอบที่เคลียร์ชัดสว่างกระจ่างแจ้ง อาจไม่ง่ายเท่าตอนถาม เพราะ ต้องค่อยๆ คิด
สตาร์ตอัพอินโดฯเจ๋ง! ผลิต “หนังเทียม”จากเส้นใยเห็ด ต่อยอดได้สารพัดเครื่องใช้ เรื่องราวน่าสนใจแวดวงสตาร์ตอัพต่างประเทศ ครั้งนี้ เปิดเผยผ่านเพจ ศูนย์นวัตกรรมทางเทคโนโลยี ระบุว่าเมื่อไม่นานมานี้ บริษัทสตาร์ตอัพ ชื่อ Mycotech จากประเทศอินโดนีเซีย ได้คิดค้นวัสดุหนังเทียมชื่อว่า “Mylea” ขึ้นมา โดยทำจากเส้นใยเห็ดชนิด mycelium แบบเดียวกับที่ใช้ทำเทมเป้ (อาหารโปรตีนสูงชนิดหนึ่ง เป็นที่นิยมในกลุ่มมังสวิรัติ) คุณสมบัติของ mycelium คือ เหนียว ทนทาน ย้อมสีธรรมชาติติดง่าย ผิวสัมผัสใกล้เคียงหนังจริง และสามารถเพาะได้ไวมากในเวลาเพียง 1-2 สัปดาห์เท่านั้น ซึ่งนั่นหมายความว่าทำให้วัสดุหนังเห็ดของ Mycotech ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมในทุกทาง ใช้ทรัพยากรน้อยกว่า ทั้งในการเพาะเลี้ยงและการฟอกสี ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หนังที่ออกมา ไม่ต้องย้อมสีจากสารเคมี ปลอดภัยกับผู้บริโภค ย้อมสีธรรมชาติได้หลายเฉด สามารถเอามาทำเครื่องหนังได้สารพัด ทั้งกระเป๋า สายนาฬิกา รองเท้า ซองบัตร ฯลฯ เพจ ศูนย์นวัตกรรมทางเทคโนโลยี บอกด้วยว่า ที่ผ่านมา เครื่องหนังสวยๆ อาจแลกมาด้วยสิ่งแวดล้อมราคาแพง เพราะสัตว์ใหญ่หนึ่งตัวกว่าจะโตข
ส่อแววเจ๊ง! หนุ่มตั้งกระทู้โอด “รับซื้อของเก่า” อีกหนึ่งธุรกิจใกล้ตาย วอนรัฐบาลช่วยด้วย! รับซื้อของเก่า – ช่วงนี้ไม่ว่าจะหันไปทางไหน ก็จะได้ยินเสียงบ่นจากพ่อค้าแม่ค้ากันหนาหูว่า “ค้าขายไม่ค่อยดี” บางคนก็ออกมาแย้งว่ายังพอขายได้ แค่ต้องปรับตัวตามยุคตามสมัยกันไป บ้างก็ว่าเศรษฐกิจอยู่ในสภาพฝืดเคืองกันทั่วโลก “ธุรกิจรับซื้อของเก่า”เอง ก็ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจซบเซาเช่นกัน สมาชิกพันทิปหมายเลข 4348314 ได้ตั้งกระทู้ระบายความในใจเกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจที่กระทบกับกิจการครอบครัว ที่เขากำลังเผชิญอยู่ โดยหนุ่มคนนี้เล่าว่า ที่บ้านของเขาเปิดร้านรับซื้อของเก่า ก็มีการซื้อขายกันคล่องมาตลอด จนเมื่อตั้งแต่ต้นปี 62 ราคาขยะทุกชนิดปรับลดลงมาตลอด มีอยู่วันหนึ่งได้ทำการรับซื้อกระดาษลัง 2 บาท จะเอาไปขายต่อในวันรุ่งขึ้น ราคากลับปรับลดลงมาเหลือเพียง 1.50 บาท เท่ากับว่า เขาขาดทุนตั้งแต่รับซื้อกระดาษลังมาแล้ว ไหนจะค่าแรงงาน ค่าน้ำมัน ค่าภาษี ค่าใบค้าของเก่า ที่ต้องเคลียร์ จนตอนนี้ รับซื้อกระดาษลังหน้าร้านในราคา 0.50 บาทต่อ กก. ก็ยังไม่มีคนเอามาขายเลยด้วยซ้ำ แถมเศษเหล็กต่าง
สาวแชร์ประสบการณ์ ลาออกจากงานประจำไปทำธุรกิจ “เป็นหนี้-เครียดกว่าที่เห็น” ด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดีนักในปัจจุบัน ไม่ว่าจะนายจ้างเองหรือลูกจ้าง สถานะภาพทางการเงินย่อมได้รับผลกระทบกันเป็นแทบๆ นายจ้างเองก็แก้ไขปัญหาด้วยการปรับโครงสร้างหรือจ้างให้ลาออก เพื่อลดค่าใช้จ่ายบริษัท ยิ่งสถานการณ์เป็นอย่างนี้ เหล่าลูกจ้างหรือมนุษย์เงินเดือนทั้งหลาย ต่างก็ยิ่งดิ้นรนแตกต่างกัน แต่ก็มีคนอีกกลุ่มที่คิดต่าง ยอมลาออกเพื่อมาทำตามความฝันในการทำธุรกิจส่วนตัว บ้างก็อยากหาประสบการณ์ สมาชิกพันทิป หมายเลข 3962995 เจ้าของกระทู้ เราเป็นหนึ่งคนที่ “ลาออกจากธุรกิจส่วนตัว เข้า สู่การทำงานประจำ” ค่ะ กระทู้ที่บอกเล่าเรื่องราวและประสบการณ์ในการลาออกจากงานประจำแล้วหันไปทำธุรกิจส่วนตัว ในสภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง เพื่อเป็นตัวอย่างประกอบการตัดสินใจกับคนที่คิดจะลาออกจากงานประจำในช่วงนี้ โดยมีเนื้อหาว่า ทุกวันนี้ อาจจะมีบางคน ที่ตั้งกระทู้ในทำนองว่า ลาออกจากงานประจำ แล้วมาทำธุรกิจส่วนตัว นั่นนี่ แต่ สำหรับเธอแล้วไม่ใช่เรื่องดีเท่าใดนัก จึงอยากมาแชร์ประสบการณ์ของตัวเองที่ได้เจอให้ทุกคนได้ฟังกัน เพราะ การ
“อุปกรณ์บังพริกไม่ให้กระเด็นออกจากครก” เป็นผลงานเด่นของโครงการวิสาหกิจในโรงเรียน แห่งโรงเรียนปลาปากวิทยา อำเภอปลาปาก จังหวัดนครพนม มีจุดเริ่มจากความคิดของนักเรียนชั้นม.1 สี่คน นำโดย จิรภัทร ไชยเสนา และ อภิชิต กอมสิน ซึ่งตั้งต้นเพื่อหวังตอบโจทย์ “สร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์อะไรขึ้นมาก็ได้ ที่สามารถนำไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน” คุณสิทธิชัย ยางธิสาร ครูชำนาญการ โรงเรียนปลาปากวิทยา ในฐานะที่ปรึกษาโครงงานดังกล่าว เล่าให้ฟังเด็กๆ กลุ่มนี้ ต้องการแก้ปัญหา เวลาที่พวกเขาเข้าครัวช่วยคุณพ่อ-คุณแม่ ยามใดที่ได้รับมอบหมายให้รับหน้าที่ “มือตำ” เป็นต้องเกิดเหตุพริกกระเด็นเข้าตา ต้องทรมานปวดแสบปวดร้อนแทบทุกครั้งไป หลังจากตัดสินใจสร้างอุปกรณ์บังพริกไม่ให้กระเด็นเข้าตาแล้ว เจ้าของความคิดทั้งสี่ จึงพากันไปขอคำแนะนำจากคนเฒ่าคนแก่ เกี่ยวกับการทำ “งาข้อง” หรือฝาปิดข้องใส่ปลา เครื่องจักสานจากไม้ไผ่ ที่ชาวบ้านใช้กันมาแต่โบร่ำโบราณ “อาจเพราะสามารถนำไปใช้ได้ผลจริง ผลงานชิ้นนี้จึงได้รับความสนใจชนิดไม่คาดคิดมาก่อน ล่าสุด กำลังติดต่อกับทางศูนย์โอท็อปในจังหวัดนครพนม เพื่อนำผลงานนี้ไปวางจำหน่าย” คุณครูสิทธิชัย บอกก่อ
