เฉาก๊วย
จากจุดเล็กๆ ที่เกิดขึ้นแบบไม่คาดคิด นำไปสู่การค้นพบเส้นทางธุรกิจของตัวเอง จากอาชีพขายข้าวมันไก่สู่เจ้าของแบรนด์เฉาก๊วย “เต็งหนึ่ง” ที่มีเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นจากโชคช่วย แต่เกิดจากการเรียนรู้ ทดลองและพัฒนาอย่างไม่ย่อท้อ พร้อมกับการใช้กลยุทธ์ Outside In ฟังเสียงของลูกค้าของ “คุณหมู-ทินพันธุ์ วัฒนอัครโภคิน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยาม ดีเสิร์ท จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายขนมหวาน โดยเฉพาะเฉาก๊วย และเครื่องดื่มแบรนด์ “เต็งหนึ่ง” “เฉาก๊วยเต็งหนึ่ง” ธุรกิจที่เริ่มจากปัญหา เขาเล่าว่าธุรกิจนี้เริ่มต้นมาจาก “ปัญหา” เพราะเดิมเปิดร้านขายข้าวมันไก่อยู่หน้ามหาวิทยาลัยศิลปากร จ.นครปฐม มีรายได้แค่พอประคองตัว และยิ่งเป็นช่วงปิดเทอมทำให้รายได้หดหาย สวนทางกับรายจ่ายประจำที่ยังคงมีอยู่ ทำให้เขาต้องมองหาสินค้าอื่นๆ ที่สามารถขายได้ต่อเนื่องและไม่ยึดติดกับฤดูกาลหรือทำเล “ตอนนั้นคิดว่าอยากมีสินค้าที่ขายได้ทั่วประเทศ ไม่ใช่แค่หน้ามหาวิทยาลัยเท่านั้น จนเกิดความบังเอิญ เมื่อเพื่อนยื่นขนมเฉาก๊วยนมสดบรรจุถุงมาให้ทดลองชิม รู้สึกประทับใ
จากโต๊ะทำงานสู่โต๊ะเสิร์ฟ! อดีตสาวออฟฟิศปั้นแบรนด์คาเฟ่เฉาก๊วยเจ้าแรก ทำ “ก๊วยหมูเด้ง” ยอดขายทะลุ 900 ชุดต่อวัน คาเฟ่เฉาก๊วยเจ้าแรก หยิบเอากระแสสังคมมาเปลี่ยนเป็นโอกาสทางการตลาด ทำให้เกิดเป็นเมนูที่แปลกใหม่ ทันสมัย ไม่เหมือนใคร และสูตรเฉพาะที่ลองผิดลองถูก ปรับปรุงและพัฒนามานานกว่า 4 ปี มีเมนูที่หลากหลาย ไม่สามารถหาทานได้จากที่ไหน ทุกวันนี้ งานประจำที่ทำอยู่ อาจจะดูน่าเบื่อ จำเจ การได้ลาออกมาเปิดร้านตามใจตัวเอง อาจจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี แต่จะต้องมีความชอบและมีความสุขอยู่กับงานนั้นจริงๆ เช่นเดียวกับเรื่องราวของสาวที่ลาออกจากงานประจำ ผันตัวเองมาเปิดคาเฟ่เฉาก๊วยที่เส้นทางเศรษฐีออนไลน์จะหยิบยกมานำเสนอในวันนี้ เหตุเกิดจากความเบื่องานออฟฟิศ จึงลาออกมาทำสิ่งที่ชอบ สู่ธุรกิจที่ทำเงินได้ดี คุณเจี๊ยบ-ชัญญาภัค กุลเกษมหิรัญ เจ้าของ ก๊วย E กั้ง คาเฟ่ ที่จำเป็นต้องลาออกจากงานประจำ มาช่วยธุรกิจของคุณพ่อที่บ้าน แต่ในความรู้สึกลึกๆ เธอเองก็มีความเบื่อหน่ายกับการเป็นพนักงานออฟฟิศ และอยากจะค้นหาตัวตนในด้านอื่นๆ เมื่อตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาแล้ว ก็ได้ลองขายสิ่งที่ตนรัก นั่นก็คือ เฉาก๊ว
ไฉไลเฉาก๊วย แฟรนไชส์น่าลงทุน ของอดีตครูสาว เริ่มต้นพันนิดๆ 3 วันคืนทุน เมื่อ 2 ปีก่อน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เคยนำเสนอเรื่องราวของอดีตครูสาว คุณจิ๊ก-นันทิยา อัจฉราวรรณ วัย 35 ปี เธอลาออกจากการเป็นครูมาช่วยสานต่อกิจการค้าขายของครอบครัว โดยได้ต่อยอดทำแบรนด์ของตัวเอง คือ ไฉไล เฉาก๊วย จุดเด่นของไฉไล เฉาก๊วย คือการใช้วัตถุดิบคุณภาพดีจากเวียดนาม ผลิตแบบโฮมเมด ผ่านกระบวนการต่างๆ จนได้เนื้อสัมผัสเหนียวหนึบ เมื่อได้เฉาก๊วยแล้ว คุณจิ๊กพัฒนารสชาติน้ำสำหรับทานคู่เฉาก๊วย โดยจุดเด่นคือผสมโอวทึ้งเข้าไปด้วยเพื่อให้รสชาติกลมกล่อม ปัจจุบันมีรสนมสด ชาไทย ชาเขียว นมชมพู โกโก้ กาแฟ และน้ำเชื่อม บรรจุใส่ถ้วยพร้อมทาน จนกลายเป็นโปรดักต์ซิกเนเจอร์ประจำแบรนด์ถึงทุกวันนี้ อ่านเพิ่มเติม อดีตครูสาวผลิต ‘เฉาก๊วยโฮมเมด’ ต่อยอดไอเดีย ผลิตเฉาก๊วยใส่ถุง คุณจิ๊ก อัพเดตให้ฟังว่า หลังผลิตเฉาก๊วยแบบถ้วยจนเป็นที่ฮอตฮิตแล้ว เป้าหมายต่อมาคือขยายตลาดให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปขายได้ แต่แพ็กเกจแบบถ้วยยังไม่ตอบโจทย์ เพราะลูกค้าอยากทานเฉาก๊วยใส่น้ำแข็ง จึงได้พัฒนาแพ็กเกจใหม่ คือเฉาก๊วยใส่ถุงน้ำเชื่อม แค่ฉีกซองเทใส่แก้ว ใส่น้ำแข็งแล้
เคยกินหรือยัง!? “เฉาก๊วยเห็ดหูหนู” ของหวานแนวใหม่ เอาใจสายเฮลตี้ เฉาก๊วยเห็ดหูหนู – เฉาก๊วย ขนมวุ้นสีดำ หนึ่งในเมนูขนมหวานดับร้อน ที่มีวางขายทั่วไปทั้งในร้านสะดวกซื้อหรือรถเข็นข้างทาง ด้วยราคาที่ถูก และรสชาติกลมกล่อม ทำให้เป็นที่ถูกปากของใครหลายๆ คนได้ไม่ยาก ด้วยความหาทานง่าย ทำให้เฉาก๊วยที่วางขายอยู่ทั่วไป ไม่มีข้อแตกต่างกันสักเท่าใดนัก ทำให้ คุณสาว-สงกรานต์ หาญไชยนะ เกษตรกรและแม่บ้าน วัย 42 ปี เกิดไอเดียนำเจ้าเห็ดหูหนูที่ว่า มาแปรรูปเพิ่มมูลค่าเป็นของหวานดับร้อน โดยเธอเล่าให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังว่า ด้วยความที่เธอเป็นคนธาตุไฟ ทำให้เป็นคนขี้ร้อน มีเหงื่อออกเยอะ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอเป็นคนมีกลิ่นตัว จึงไปลองไปศึกษาเกี่ยวกับวิธีการทำให้กลิ่นตัวหายด้วยสมุนไพร พบว่าต้องค่อยๆ แก้จากระบบภายในร่างกาย และ เฉาก๊วย ก็มีฤทธิ์เย็น ช่วยแก้ร้อนในได้ ประกอบกับที่หลังบ้านของเธอมี เห็ดหูหนู ซึ่งก็เป็นเห็ดที่มีฤทธิ์เย็น อีกทั้งเห็ดหูหนูก็มีปัญหาล้นตลาด นำมาทำเป็นอาหารได้ไม่กี่อย่าง จึงเกิดไอเดียในการนำเห็ดหูหนูมาทำเป็นของหวาน โดยนำมาต้มผสมกับเฉาก๊วย และเคี่ยวตุ๋น
“ไฉไล เฉาก๊วย” เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่กำลังตีตลาดเฉาก๊วย กับสโลแกน เนื้อหนึบ น้ำอร่อย ด้วยการผลิตแบบโฮมเมด มี คุณจิ๊ก-นันทิยา อัจฉราวรรณ วัย 32 เป็นเจ้าของ เธอเล่าให้ฟังถึงที่มาว่า แต่ก่อนยึดอาชีพเป็นครูสอนชั้นประถม ภายหลังลาออกมาช่วยกิจการค้าขายของที่บ้านแถวพระประแดง ด้วยเป็นร้านของครอบครัวจึงอยากได้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นแบรนด์ของตัวเองวางจำหน่าย ซึ่งเมนูที่คิดได้คือ เฉาก๊วย หลังได้ไอเดีย สิ่งแรกที่คุณจิ๊กเริ่มทำ คือเนื้อเฉาก๊วย เธอเฟ้นหาวัตถุดิบจากหลายแห่ง ทำทิ้งอยู่หลายรอบที่สุดก็พบแหล่งเฉาก๊วยคุณภาพดีจากเวียดนาม ใช้กระบวนการต้ม ตี และคั้น เพื่อเอาน้ำยางจากใบจนได้เนื้อสัมผัสเหนียวหนึบคล้ายกับเนื้อไข่มุกเมนูยอดนิยม เมื่อได้เนื้อเฉาก๊วย สิ่งที่ทำต่อมา คือน้ำชาสำหรับทานคู่กับเฉาก๊วย ด้วยความที่คุณจิ๊กเป็นคนชอบทานชาไทย ชาเขียวอยู่แล้ว จึงลงมือคิดสูตรเอง ฝึกฝีมือชงน้ำอยู่นาน นำใบชาจากหลายๆ ที่มาชงเพื่อหารสชาติที่ดีที่สุด “เพื่อดึงรสชาติของชาให้โดดเด่นและแตกต่าง จิ๊กผสมคาราเมลกับโอวทึ้งลงไปในน้ำชาด้วย กลายเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ไปโดยปริยาย ใช้เวลาคิดอยู่นาน เพราะต้องดูเรื่องอัตราส่วนให้รสชาติโอเคท
อดีตครูสาวผลิต ‘เฉาก๊วยโฮมเมด’ เนื้อหนึบโดนใจลูกค้า ยอดขายทะลุ หมื่นถ้วย/เดือน เฉาก๊วย เมนูขนมหวาน ในช่วงหน้าร้อนจะได้รับความนิยมเป็นพิเศษ มีลักษณะสีดำสนิท ทานแล้วให้เนื้อสัมผัสเหนียว หนึบ และนุ่ม อร่อยเลยทีเดียว ตามท้องตลาดมีหลากหลายแบรนด์ ชูจุดเด่นต่างกันไป มีทั้งเฉาก๊วยแบบโบราณ หรือจะสีสันขึ้นมาหน่อยคือทานคู่กับนมสด เพิ่มท็อปปิ้งก็นิยมไม่แพ้กัน “ไฉไล เฉาก๊วย” เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่กำลังตีตลาดเฉาก๊วย กับสโลแกน เนื้อหนึบ น้ำอร่อย ด้วยการผลิตแบบโฮมเมด มี คุณจิ๊ก-นันทิยา อัจฉราวรรณ วัย 32 เป็นเจ้าของ เธอเล่าให้ฟังถึงที่มาว่า แต่ก่อนยึดอาชีพเป็นครูสอนชั้นประถม ภายหลังลาออกมาช่วยกิจการค้าขายของที่บ้านแถวพระประแดง ด้วยเป็นร้านของครอบครัวจึงอยากได้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นแบรนด์ของตัวเองวางจำหน่าย ซึ่งเมนูที่คิดได้คือ เฉาก๊วย หลังได้ไอเดีย สิ่งแรกที่คุณจิ๊กเริ่มทำ คือเนื้อเฉาก๊วย เธอเฟ้นหาวัตถุดิบจากหลายแห่ง ทำทิ้งอยู่หลายรอบที่สุดก็พบแหล่งเฉาก๊วยคุณภาพดีจากเวียดนาม ใช้กระบวนการต้ม ตี และคั้น เพื่อเอาน้ำยางจากใบจนได้เนื้อสัมผัสเหนียวหนึบคล้ายกับเนื้อไข่มุกเมนูยอดนิยม เมื่อได้เนื้อเฉาก๊วย สิ่งที่ทำต่อ
คุณนันทพงศ์ แสนบุดดี หรือ บอล วัย 25 ปี เป็นอีกหนึ่งผู้ประกอบการอายุน้อย อนาคตไกล บอล เรียนจบทางด้านวิทยาศาสตร์การอาหาร ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ มีบ้านเกิดที่อุดรธานี และมาคลุกคลีอยู่บ้านครอบครัวที่ขอนแก่น หลังจากเรียนจบ บอลทำงานเป็นซูเปอร์ไวเซอร์ ที่บริษัทกระทิงแดง เงินเดือนดี ตำแหน่งหน้าที่การงานดีไม่มีปัญหา บอลก็เป็นเหมือนคนจำนวนมาก ที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง หากแต่บอลเริ่มได้เร็ว และหาช่องทางธุรกิจได้เร็วกว่าคนวัยเดียวกัน ระหว่างที่ทำงาน บอลก็คิดหาธุรกิจของตัวเองไปแล้ว และไปลงตัวที่ เฉาก๊วย บอลเริ่มจากสิ่งที่ตัวเองถนัดคือทางด้านการพัฒนาอาหาร และเฉาก๊วยก็เป็นอาหารที่เขาชื่นชอบ จึงมีแรงบันดาลใจให้ศึกษาอยู่กับมันได้นานๆ จากนั้น เขาและพี่สาว ลองเปิดร้านเฉาก๊วยตึ๋งหนืด ข้างมหาวิทยาลัยขอนแก่น ด้วยว่าเป็นแหล่งวัยรุ่น ได้กลุ่มลูกค้าชัดเจนคือนักศึกษา สินค้าของเขา คือนมปั่นกับน้ำแข็ง ละเอียด เนียน หวานกำลังดี โปะหน้าด้วยเฉาก๊วยเหนียวหนึบ และราดชาเขียวให้ไหลเยิ้มบนภูเขาน้ำแข็ง ทั้งรสชาติ และหน้าตาของสินค้า มีเอกลักษณ์เป็นที่จดจำ ไม่เพียงแต่ขายหน้าร้าน แต่ยังขยันโพสต์ลงโซเชีย
ย่างเข้าฤดูร้อน อาหารที่ดับกระหายคลายร้อนได้เป็นอย่างดี ก็คือ “เฉาก๊วย” ซึ่งนอกจากจะทำให้คนทานดับร้อนได้แล้ว “เฉาก๊วย” ยังเป็นเมนูที่ดับความจน สร้างเศรษฐีเงินล้านในเมืองไทยให้เกิดขึ้น อย่างเช่น เฉาก๊วย “ชากังราว” แรงบันดาลใจ จากสูตร “เฉาก๊วยดอนเมือง” สู่สูตรสำเร็จ “เฉาก๊วยชากังราว” ดร.เสริมวุฒิ สุวรรณโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฉาก๊วยชากังราว จำกัด ซึ่งเป็นผู้ปั้นแบรนด์เฉาก๊วย “ชากังราว” และผลิตเฉาก๊วยแปรรูปจนประสบความสำเร็จ เล่าถึงความเป็นมาของเฉาก๊วยชากังราว ด้วยน้ำเสียงแห่งความภาคภูมิใจว่า เฉาก๊วย “ชากังราว” ประสบความสำเร็จได้อย่างทุกวันนี้ ต้องขอบคุณเฉาก๊วย “ดอนเมือง” ที่ทำให้มีเฉาก๊วย “ชากังราว” เกิดขึ้น เพราะมีการพัฒนาสูตรเฉาก๊วยมาจากเฉาก๊วยดอนเมือง ในสมัยที่ลูกชายไปทำงานกับโรงงานเฉาก๊วยดอนเมือง เมื่อ 15 ปีที่แล้ว “เฉาก๊วยดอนเมือง เป็นสะพานให้เราได้เดิน ตอนนั้นผมทำงานอยู่ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน ลูกผมจบ ปวส. ใหม่ๆ ลูกผมได้มีโอกาสรู้จักกับเจ้าของ เขาก็มาชวนลูกผมไปทำงานที่โรงงาน ในสมัยนั้นเงินเดือนค่อนข้างเยอะ เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ได้เดือนละ 5,000 บาท ก็บอกลูกว่า ขอให้ตั้งใจทำงาน
“เด่น เฉาก๊วย” ปฏิวัติการกินเฉาก๊วยไม่ให้จำเจอยู่กับ “สีดำ” อีกต่อไป ด้วยเฉาก๊วยหลากสี อาทิ สีขาว (รสนมชีส) และเฉาก๊วยสีเขียว (รสชาเขียว) เจ้าแรกและเจ้าเดียวในประเทศไทย ธุรกิจหวานเย็นรับลมร้อนที่กำลังพีคสุดๆ เจ้าของไอเดียเก๋ คือ คุณเบญจวรรณ อุตรชัย หรือคุณติ๊ก คุณติ๊ก เจ้าของไอเดียเฉาก๊วยสี “ขาว – เขียว” เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า โดยส่วนตัวเป็นคนชอบกินเฉาก๊วย ตระเวนชิมเฉาก๊วยที่ขายในท้องตลาดมาหลายยี่ห้อ พบว่าทุกยี่ห้อเหมือนกันหมด คือ มีสีดำ มีรสชาติหวาน บางยี่ห้อผสมแป้งมัน เลยเกิดแนวคิดอยากสร้างสีสันให้กับวงการเฉาก๊วย ด้วยการทำเฉาก๊วยที่มีสีสัน มีรสชาติเฉพาะตัว ไม่ผสมแป้ง และใช้หญ้าหวานแทนความหวานจากน้ำตาลทราย จากความตั้งใจอยากปฏิวัติวงการเฉาก๊วย คุณติ๊ก เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ต่อว่า ได้เดินทางไปประเทศเวียดนาม ประเทศที่ปลูกหญ้าเฉาก๊วยคุณภาพดีที่สุดในโลก นอกจากนั้นยังไปเรียนการทำเฉาก๊วย แล้วนำสูตรกลับมาประยุกต์ตามแบบฉบับของตัวเอง จนในที่สุดกลายเป็นเฉาก๊วยสีขาว และสีเขียว ซึ่งมีส่วนผสมของนมชีส และชาเขียว “ปีที่แล้วดิฉันเดินทางไปเรียนการทำเฉาก๊วยที่ประเทศเวียดนาม หลังจากนั้นนำสูตรม
