เชฟแมน
เชฟแมน-สราวุธ เนียนวิฑูรย์ หลายคนคงคุ้นหน้าคุ้นตาจากเวทีการแข่งขันทำอาหารระดับประเทศอย่าง Iron Chef Thailand หรือ The Next Iron Chef แต่กว่าจะก้าวมาถึงวันนี้ เรื่องราวชีวิตของเขาเต็มไปด้วยความพยายาม การเรียนรู้ และการตัดสินใจครั้งสำคัญหลายครั้ง เชฟแมน เป็นลูกชายคนกลางในครอบครัวพี่น้องชายล้วน ปัจจุบันอายุ 45 ปี ธุรกิจครอบครัวเคยเปิดร้านเล็กๆ ขายอาหารเหนือ อยู่ที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ก่อนโยกย้ายพากันไปอาศัยภาคอีสาน ทำธุรกิจโรงปลาทูนึ่ง เขาจึงเติบโตและเรียนหนังสือที่ขอนแก่น ก่อนเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี ในคณะเศรษฐศาสตร์ ที่กรุงเทพฯ หลังสำเร็จการศึกษา เขาอยากมีสกิลด้านภาษาอังกฤษเพิ่ม จึงขอที่บ้านให้ส่งไปเรียนต่อที่เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เบื้องต้นคิดว่าจะใช้เวลาเพียง 8 เดือน แต่สุดท้ายกลับใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกนานกว่า 7 ปี ที่นั่นเขาทำงานพาร์ตไทม์ในร้านอาหารไทย เริ่มจากการล้างจาน เตรียมวัตถุดิบ ไปจนถึงของทอด เมนูว่างต่างๆ ซึ่งกลายเป็นการเปิดโลกใหม่ ว่า “งานครัว คือ ความมีชีวิตชีวา” จากนั้นเมื่อออสเตรเลีย เปิดรับ Working and Travel Visa รุ่นแรก เขาได้รับโอกาสทำงานและเก็บเงิน พร้อ
“อาหารจีนมี 4 ภาคเหมือนประเทศไทย เราเลยจ้างเชฟมาโดยเฉพาะ อย่าง เป็ดปักกิ่ง ก็จ้างเชฟทำเป็ดปักกิ่งมา ติ่มซำ ก็จ้างเชฟทำติ่มซำมา ลูกค้าที่ร้านเราจะได้ทานอาหารครบทุกภาค ในรสชาติต้นตำรับ ผมอยากทำให้คนไทยรู้จักอาหารจีนมากขึ้น ไม่ต้องซื้อตั๋วเครื่องบินไปกิน และสมัยนี้ร้านอาหารจีนเปิดเยอะมาก แต่เรายังคงสไตล์เดิม รสชาติดั้งเดิม อาจจะฟิวชันนิดหน่อย เพื่อให้เข้าถึงลูกค้า” คำบอกเล่าของ เชฟแมน หรือ เชฟไว ยิน มาน เชฟผู้มากประสบการณ์กว่า 40 ปี ล่าสุดได้เปิดให้บริการสาขาใหม่ ขนาดใหญ่กว่าเดิม ในโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ บนถนนราชดำริ ก่อนพาทุกคนไปสัมผัสความอร่อยของเมนูในสาขานี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขอพาไปทำความรู้จักกับ เชฟไว ยิน มาน หรือที่หลายคนเรียกว่า เชฟแมน หรือ เชฟมาน ให้มากขึ้น เชฟแมน เกิดและเติบโตในฮ่องกง ก้าวเข้าสู่วงการอาหารตั้งแต่อายุเพียง 13 ปี โดยเริ่มต้นจากการเป็นลูกมือในร้านอาหาร จนได้เรียนรู้เทคนิคการทำอาหารให้มีรสชาติอร่อย จากการทุ่มเททำงานอย่างหนักทุกหน้าที่ในห้องครัว เมื่อเก็บเล็กผสมน้อยจนมีประสบการณ์มากพอ เขาได้ตัดสินใจย้ายถิ่นฐานมาทำงานในประเทศไทย ในปี 2538 โด
เมื่อเวลา 16.00–17.00 น. วันที่ 4 ตุลาคม ที่ มิวเซียมสยาม เขตพระนคร กรุงเทพฯ ภายในงาน Food Carnival “อร่อยเอาเรื่อง” เทศกาลอาหารแห่งปี ซึ่งจัดโดย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ และสื่อเครือมติชน ได้มีการสาธิตการปรุงเมนู “ผัดไทยในยุคหลัง 2475” โดย เชฟแมน–สราวุธ เนียรวิฑูรย์ เชฟผู้คร่ำหวอดในเวทีแข่งขันระดับประเทศ และปัจจุบันดำรงตำแหน่งอาจารย์สาขาศิลปะและเทคโนโลยีการประกอบอาหาร มหาวิทยาลัยรังสิต เชฟแมน กล่าวว่า “ผัดไทย” ถือเป็นเมนูคู่บ้านคู่เมืองที่สะท้อนบริบทสังคมไทยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ในยุคนั้น รัฐสนับสนุนให้คนไทยประกอบอาชีพด้วยการขายก๋วยเตี๋ยว ใช้วัตถุดิบง่ายๆ เช่น เส้นก๋วยเตี๋ยว เต้าหู้ กุ้งแห้ง ซีอิ๊ว และซอสมะขาม ซึ่งหาได้ไม่ยาก ราคาย่อมเยา และสอดแทรกโปรตีนจากทั้งสัตว์และพืช เมื่อกาลเวลาผ่านไป รสชาติผัดไทยปรับเปลี่ยนไปตามภูมิภาค บ้างหวานนำ บ้างเปรี้ยวหรือเค็ม แต่แก่นสำคัญยังคงอยู่ ขณะเดียวกันแนวคิด “การเพิ่มมูลค่า” ก็เข้ามามีบทบาท ไม่ว่าจะเปลี่ยนจากกุ้งแห้งตัวเล็กเป็นกุ้งแม่น้ำเผา หรือแม้แต่ยกระดับถึงล็อบสเตอร์ รวมถึงการเลือกใช้เต้าหู้ออร์แกนิก ถั่วงอกเด็ดหัวเด็ดหาง แล
“ผัดไทย” อาหารจานเดียวที่เป็นภาพจำของไทยในสายตาชาวโลก แท้จริงแล้วไม่ได้มีรากเหง้าเก่าแก่ตั้งแต่โบราณ แต่ถือกำเนิดขึ้นหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 โดยรัฐบาลในยุคนั้น ต้องการส่งเสริมการบริโภคก๋วยเตี๋ยว และมีการต่อยอดให้เป็นอาหารที่มีความเป็นไทย สอดคล้องกับแนวคิดการสร้างชาติในช่วงเวลานั้น แต่กว่าผัดไทยจะมาอยู่ในจุดที่เป็น “เมนูแห่งชาติ” อย่างทุกวันนี้ ก็ผ่านการปรับเปลี่ยน ดัดแปลง และเพิ่มมูลค่ามาโดยตลอด โดยผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร อย่าง เชฟแมน-สราวุธ เนียนวิฑูรย์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาศิลปะและเทคโนโลยีการประกอบอาหาร วิทยาลัยท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้มุมมองไว้อย่างน่าสนใจว่า “การตีความผัดไทย ไม่เคยหยุดนิ่ง ตั้งแต่การผัดแบบจีนที่ดัดแปลงด้วยรสเปรี้ยว หวาน เค็ม จนได้อาหารที่ลงตัว และถูกเรียกชื่อว่า ผัดไทย อันกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการผสมผสานที่เรียบง่าย แต่โดนใจผู้คน” เชฟแมน เริ่มต้นกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” อย่างนั้น ก่อนบอกต่อว่า สำหรับ “การเพิ่มมูลค่า” ผัดไทย สามารถทำได้หลายทาง หนึ่ง การเลือกสรรวัตถุดิบ เช่น ทั่วไปอาจใช้กุ้งแห้งเป็นพื้นฐาน แต่ถ้าอยากยกระดับ สามารถเปลี
เปิดตำนานบทใหม่! MK Restaurants ผู้นำตลาดสุกี้ของไทยที่ครองใจผู้บริโภคมายาวนานกว่า 39 ปี จับมือ เชฟแมน หรือ เชฟ ไว ยิน มาน เชฟชาวฮ่องกง ผู้ก่อตั้งภัตตาคารอาหารจีน ร้าน ‘เชฟแมน’ และผู้เชี่ยวชาญในอาหารจีนสไตล์กวางตุ้ง มานานกว่า 30 ปี ร่วมรังสรรค์ 5 เมนูพิเศษ ที่ชูวัตถุดิบ ‘เป็ดย่างซิกเนเจอร์จาก MK’ และ ‘ซอสเป๋าฮื้อ’ สไตล์เชฟแมน เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่แบบอร่อยเหนือระดับ ชวนสัมผัสรสชาติระดับตำนาน ที่ผสมผสานความพิถีพิถัน และความพรีเมียม ในราคาที่เข้าถึงได้ เริ่มต้นเพียง 89 บาท คุณทานตะวัน ธีระโกเมน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การจับมือกับเชฟแมนในครั้งนี้ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ที่มาพร้อมความพรีเมียมในราคาที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ สะท้อนจุดยืนของ MK Restaurants แบรนด์ที่ตอบโจทย์คนไทย และสร้างประสบการณ์มื้ออาหารที่ครบทั้งรสชาติ คุณภาพ เสมือนยกภัตตาคารจีนชั้น นำมาให้แฟน MK ได้สัมผัสรสชาติที่พิเศษกว่าใคร ทั้งนี้ หลังจากเปิดตัวแคมเปญไปเพียง 2 วัน กลุ่มลูกค้าประจำที่เป็นสมาชิกให้การตอบรับแคมเปญนี้ดีกว่ากลุ่มอื่น 2 เท่า ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังห
