เด็กขยัน
ชื่นชม เด็ก 10 ขวบโคราช ปั่นจักรยานขายไอติมช่วงปิดเทอม หาทุนการศึกษา มีเงินเก็บนับหมื่นบาท วันที่ 22 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานหนึ่งเรื่องราวดีๆของเด็กนักเรียนที่ปั่นจักรยานขายไอศกรีม เพื่อเก็บเป็นทุนการศึกษาและเพื่อการค้าในอนาคต ด.ช.ศักดิ์ดา เต็งศิริ หรือน้องภูมิ อายุ 10 ปี นักเรียนชั้นประถมปีที่ 5 โรงเรียนบ้านเมืองปักสามัคคี อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ใช้ช่วงปิดเทอม ตอนเช้าเวลาประมาณ 09.00 น. น้องภูมิก็จะปั่นจักรยานคู่ชีพ ที่มีกล่องโฟมบรรจุไอศกรีมไปขายแถวตลาดหลังวัดโพธิ์ และในตัวอำเภอปักธงชัย ซึ่งมีลูกค้าอุดหนุนเป็นจำนวนมาก เพราะช่วงนี้อากาศร้อน ทำให้ไอศกรีมขายดีกว่าช่วงปกติ สร้างรายได้ให้กับน้องภูมิวันนึงก็ประมาณ 1,000 บาท ด้วยบุคลิกที่คล่องแคล่วว่องไวช่างเจรจา ทำให้มีผู้อุดหนุนมาก บางวันขายถึง 2 รอบเลยทีเดียว น้องภูมิ บอกว่า “ผมเริ่มขายไอศกรีมมาได้ 2 ปีแล้ว แม่สอนภูมิว่า ครอบครัวเราไม่ได้เกิดมาร่ำรวยแต่ถ้าเรารู้จักทำมาหากิน เราไม่มีวันอับจน หรืออดตายแน่นอน ภูมิ ขายมา 2 ปี มีเงินเก็บเกือบ 20,000 บาท ก็จะเก็บไว้เป็นทุนการศึกษา และลงทุนค้าขายต้องไป” สำหรับผู้ที่ต้องการจะอุดหนุนน้องภ
ถ้าไม่ช่วยจะยิ่งจนกว่านี้ | หัวใจกตัญญู (มิเชล.นครพนม) เด็กหญิงวัย 13 ดิ้นรนทุกวันไม่มีหยุด … แต่ความจนอาจไม่หนักเท่ากับการไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับพ่อแม่ที่แท้จริง มิเชล นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนเรณูนครวิทยานุกูล จ.นครพนม เติบโตมากับญาติตั้งแต่เล็ก ไม่เคยเห็นหน้าพ่อ ส่วนแม่ไม่เคยเลี้ยงดู ก่อนหน้านี้เธออยู่กับยายทวดที่ จ.สระแก้ว หลังยายทวดเสีย ป้าและยายจึงรับมาอยู่ด้วยกัน การย้ายมาอยู่ที่นี่ต้องช่วยกันหาเลี้ยงปากท้อง มิเชลวัย 13 แบ่งเบาทุกวันทั้งเช้าและเย็นเพื่อเป็นโอกาสในอนาคต แม้จะรู้ว่าเป็นไปได้ยาก เพราะป้าต้องรับภาระลูกสาวอีกสองคน แต่มิเชลก็พยายามสุดความสามารถเท่าที่มี ❝ บ้านยากจนก็ต้องช่วยกันทำมาหากิน ❞ … แต่ความขยันก็ไม่อาจหลุดพ้นความจนไปได้สักที … ♡ สนับสนุนทุนการศึกษา ชื่อบัญชี ด.ญ.นีเดีย บุสทิพย์ และ นางเกศินี เชื้อเอี่ยมพันธุ์ และ น.ส.นิลดา กันกา ธนาคารกรุงไทย สาขาเรณูนคร เลขที่บัญชี 435-0-42660-4 #แชร์เพื่อโอกาส #หัวใจกตัญญู #คนเก่งนครพนม #เด็กดีเรณูนคร
เรื่องราวการสู้ชีวิตของโน๊ต นายธนพล ดวงแก้ว นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านด่านลานหอยวิทยา อำเภอบ้านด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย ทุกข์ใจที่สุดเมื่อเห็นพ่อแม่ลำบาก… “เหนื่อยแย่แค่ไหน พ่อแม่ไม่เคยบอก ผมไปนั่งร้องไห้คนเดียว คิดว่าทำไมไม่ค่อยจะบอกลูก ทั้งๆ ที่โน๊ตก็โตแล้ว” คนเก่งคนนี้บอกตัวเองให้สู้เพราะครอบครัวสำคัญที่สุด… “ตอนนี้อะไรที่ช่วยพ่อแม่ได้ โน๊ตก็ทำเต็มที่ ช่วยเขา เบาแรงเขา เพราะถ้าขาดคนในครอบครัวไป มันหาไม่ได้แล้ว” โน๊ตอาศัยอยู่กับพ่อแม่ ย่า และน้องชายวัย 6 ขวบ ครอบครัวมีอาชีพทำนาและรับจ้างทั่วไป พ่อสามารถทำงานช่างได้ จึงรับซ่อมรถเกี่ยวข้าวโดยแลกกับค่าจ้างวันละ 200 บาท ส่วนแม่รับจ้างทำขนมมีรายได้วันละ 150 บาท โน๊ตช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ทุกอย่าง หลังเลิกเรียนจะทำงานบ้านและดูแลน้องแทนแม่ที่ต้องไปรับจ้าง ช่วงทำนาจะไปช่วยพ่อสูบน้ำและตัดหญ้าในนาข้าว วันหยุดและเสาร์อาทิตย์ โน๊ตจะไปรับจ้างส่งน้ำแข็งให้กับร้านขายของละแวกบ้าน โดยตื่นไปรับน้ำแข็งที่โรงงานตั้งแต่ตีสี่ และตระเวนส่งน้ำแข็งตามร้านค้าที่อยู่ต่างตำบลทั้งวันจนถึงช่วงเย็น ได้ค่าจ้างวันละ 250 บาท หากช่วงไหนที่จำเป
