เทคนิคขายดี
“วิธีการบอกรักง่ายๆ แต่โคตรน่ารัก” เขียนคำคมบนแก้วกาแฟ เทคนิคเพิ่มยอดขายร้านกาแฟ ปัจจุบันมีร้านกาแฟเปิดใหม่จำนวนมาก ทั้งคาเฟ่ สโลว์บาร์ ร้านเล็กใหญ่ก็ว่ากันไป ส่วนผู้เล่นหน้าใหม่หากก้าวขาสู่วงการธุรกิจนี้แล้วล่ะก็ ควรสร้างความต่างหรือหาจุดขาย ให้ร้านโดดเด่นขึ้นมา เช่นร้าน “แจกัน Coffee” จากเมืองอุบล ได้นำคำคมสนุกๆ มาเขียนบนแก้วกาแฟ แม้ลูกค้าบางคนไม่ดื่มกาแฟจริงจัง เห็นแล้วยังต้องแวะมาซื้อ ครูแจน-ภาวิณี ปิติกะวงศ์ วัย 27 ปี หนึ่งในเจ้าของร้าน เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้น สืบเนื่องเมื่อช่วงโควิดที่ผ่านมา โรงเรียนไม่ได้ทำการเรียนการสอนหลายเดือน แต่เปลี่ยนมาสอนรูปแบบ online และ on-hand แทน ทำให้มีเวลาว่าง ประกอบกับได้เจอเพื่อนที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านกาแฟ จึงตกลงหุ้นกันเปิดเป็นร้านเล็กๆ ได้เกือบ 2 เดือน และว่ามีเมนูให้เลือกหลากหลาย ทั้งอิตาเลียนโซดา กาแฟ ร้อน เย็น ปั่น กาแฟดริป ค็อกเทล เมนูแนะนำ คือ Es-Pineapple เป็นกาแฟสับปะรด ส่วนเมนูที่ไม่ใช่กาแฟ มีชาช็อก คือชาไทยบวกช็อกโกแลต นอกจากนี้ หากลูกค้าสั่งเมนูอื่นแล้วมีวัตถุดิบสามารถทำให้ได้ ราคาเครื่องดื่มเริ่มต้นตั้งแต่ 40 บาท “ห
หนุ่มใหญ่ไม่อายทำกิน ขาย “ปลาเค็มตากแห้ง” ข้างถนน ตั้งแต่ 6 โมงเช้า ถึง 1 ทุ่ม เลี้ยงลูกสาว2คน เมื่อนึกถึงเรื่องการประกอบอาชีพแล้ว มีให้เลือกอยู่มากมาย งานขายปลาริมถนนของ คุณประเชิญ เกตุสุวรรณ ก็น่าสนใจไม่น้อย เมื่อไม่นานมานี้ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ได้มีโอกาสเดินทางไปที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และได้ร่วมพูดคุยกับ คุณประเชิญ เกตุสุวรรณ เจ้าของวาทะเด็ด “อาชีพของเราทำมาค้าขาย ไม่ได้ปล้นได้ฆ่าใคร ไม่จำเป็นต้องอายใคร” เขาเป็นพ่อค้าปลาเค็มข้างทาง ผู้ไม่ย่อท้อต่อชะตาชีวิต และความยากจน เราไปทำความรู้จักกับพ่อค้าคนนี้กัน คุณประเชิญ ปัจจุบันอายุ 51 ปี มีบุตรสาว 2 คน เล่าให้ฟังถึงอาชีพขายปลาข้างทางว่า เริ่มทำอาชีพแผงปลามากว่า 20 ปี โดยถูกพ่อตาชักชวน ปลาที่ขายจะเป็นพวกปลาเค็มตากแห้ง เช่น ปลานิล ปลาช่อน ปลาสลิด ปลาที่นำมาแปรรูปจะเป็นปลาเลี้ยง รับมาจากฟาร์มที่จังหวัดสุพรรณบุรี ราคาขายก็จะขึ้นอยู่กับขนาดของปลา โดยปลาช่อนตัวใหญ่ จะขายอยูที่ 180-200 บาท ปลาช่อนตัวเล็ก 150-160 บาท ส่วนปลาสลิด จะขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 160 บาท “ปลาเค็มที่ร้านส่วนมากจะขายหมดเกือบทุกวัน และจะขายดีในช่วงเทศกาล เช
เจ้าพ่อชายสี่ฯ เผยเทคนิคให้ขายดี! “คนกินถูกเสมอ คนขายผิดตลอด” คุณพันธ์รบ กำลา ผู้ก่อตั้งบริษัท ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว จำกัด หนุ่มใหญ่วัยห้าสิบกว่า พื้นเพเป็นชาวจังหวัดร้อยเอ็ด ที่หลายคนคงพอจะทราบประวัติของเขามาแล้วบ้างว่า “ล้มลุกคลุกคลาน” มานักต่อนัก กว่าจะผงาดเป็นเจ้าของอาณาจักร “ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว” มีร้านสาขาแฟรนไชส์กระจายอยู่ทั่วประเทศหลายพันแห่ง มูลค่าธุรกิจรวมแล้วหลายร้อยล้านบาทเลยทีเดียว คุณพันธ์รบ กับคู่ชีวิต ย้อนประวัติให้รู้จักกันคร่าวๆ เจ้าพ่อ “ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว” ผู้นี้ จบการศึกษาชั้นม.6 จากหลักสูตรกศน. ตอนอายุได้ 41 ปี เหตุเพราะทางบ้านฐานะค่อนข้างยากจน ต้องช่วยพ่อแม่ทำนาตั้งแต่จำความได้ พอเริ่มโตเป็นหนุ่มก็ออกทำงานรับจ้างมาแล้วสารพัด ทั้งทำงานบ้าน รับจ้างขึ้นต้นหมาก-มะพร้าว รับจ้างเก็บพริก เป็นรปภ. เป็นพ่อค้าขายไอติม กระทั่งพ.ศ.2535 จึงตั้งต้นอาชีพขายบะหมี่เกี๊ยว ย่านลำลูกกา ปทุมธานี และขายดิบขายดี มาจนถึงทุกวันนี้ “อยากขายดี…พี่ต้องขายตัว เป็นสำนวนชวนให้คิด ที่ชายสี่ฯนำมาปรับใช้กับการค้าขาย เราต้องขายตัวเองก่อนก่อนจะขายสินค้าอื่น คำว่าขายตัวในที่นี้ คือ ขายใบ
