เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ระเบียบกระทรวงมหาดไทยฉบับใหม่ หลักเกณฑ์จ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ พ.ศ. 2566 มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่ 12 สิงหาคม 2566 ระบุคุณสมบัติผู้มีสิทธิ 4 ข้อ และต้องเป็นผู้ไม่มีรายได้หรือมีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ และหากผู้สูงอายุที่ไม่มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ แต่ได้รับเงินเบี้ยยังชีพด้วยความสุจริต ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระงับสิทธิ แต่ยกเว้นไม่ต้องเรียกเงินคืน เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566 ลงนามโดยพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระเบียบดังกล่าวระบุว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุง หลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 69 และมาตรา 77 แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 มาตรา 5 และมาตรา 88 แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 มาตรา 6 และมาตรา
เปิด ไทม์ไลน์ โอนเงิน เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ (พิเศษ) เริ่มวันนี้ รวมของเก่า ได้คนละกี่บาท? เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2565 เว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ รายงานว่า รัฐบาลเตรียมโอนเงินโครงการจ่ายเงินช่วยเหลือพิเศษผู้สูงอายุ เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านเศรษฐกิจ จำนวนทั้งสิ้น 10.95 ล้านคน โดยครั้งนี้ เพิ่มจำนวนเงินอีก 100-250 บาท ตามช่วงอายุ ตลอดระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่เมษายน-กันยายน 2565 ดังนี้ อายุ 60-69 ปี (จำนวน 6.5 ล้านคน) อัตราเงินช่วยเหลือ 100 บาท/คน/เดือน อายุ 70-79 ปี (จำนวน 3.0 ล้านคน) อัตราเงินช่วยเหลือ 150 บาท/คน/เดือน อายุ 80-89 ปี (จำนวน 1.2 ล้านคน) อัตราเงินช่วยเหลือ 200 บาท/คน/เดือน อายุ 90 ปีขึ้นไป (จำนวน 1.9 แสนคน) อัตราเงินช่วยเหลือ 250 บาท/คน/เดือน วันที่ 19 กรกฎาคม 2565 สำหรับเงินงวดแรกโอนในวันที่ 19 กรกฏาคม 2565 จะเป็นการจ่ายย้อนหลัง 4 เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน-กรกฎาคม 2565 โดยยอดเงินโอนรวมของแต่ละช่วงอายุ มีดังนี้ อายุ 60-69 ปี รับโอน 400 บาท อายุ 70-79 ปี รับโอน 600 บาท อายุ 80-89 ปี รับโอน 800 บาท อายุ 90 ปีขึ้นไป รับโอน 1,000 บาท วันที่ 19 สิงหาคม 2565 อายุ 60-69 ปี รับโอน
