เป็ดไข่พันธุ์ปากน้ำ
คุณธีระชัย ช่อไม้ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาสัตว์ปีก ให้ข้อมูลว่า ทางศูนย์วิจัยฯ มีพันธุ์เป็ดที่ได้อนุรักษ์ไว้ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1. สายพันธุ์เป็ดเนื้อ โดยจะเป็นเป็ดเทศกบินทร์บุรีที่มีตัวสีขาว ลักษณะรอบใบหน้ามีสีแดง ซึ่งเมื่อนำไปเลี้ยงจะเป็นเป็ดที่เจริญเติบโตได้เร็ว ให้เนื้อมาก โดยมีการพัฒนาสายพันธุ์มามากกว่า 20 ปี 2. สายพันธุ์เป็ดไข่ โดยที่ศูนย์แห่งนี้จะมีอยู่กัน 3 สายพันธุ์ คือ 1. เป็ดไข่สายพันธุ์กากี หรือที่เรียกกันอีกชื่อว่า เป็ดไข่บางปะกง 2. เป็ดไข่พันธุ์ปากน้ำ และ 3. เป็ดไข่พันธุ์นครปฐม ซึ่งไข่ที่ได้สามารถทำรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงได้เป็นอย่างดี หากมีการจัดการที่ดีและเพิ่มมูลค่าด้วยการนำไปแปรรูปให้เป็นสินค้าที่น่าซื้อมากขึ้น คุณธีระชัย ช่อไม้ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาสัตว์ปีก “เป็ดไข่พันธุ์ปากน้ำ และพันธุ์นครปฐม เป็นสายพันธุ์ที่ทางศูนย์วิจัยฯ ได้ทำการอนุรักษ์มาแต่ดั้งเดิม เพราะกลัวว่าจำนวนของเป็ดจะน้อยลง เพราะคนที่เลี้ยงเปรียบเทียบกับการให้ไข่แล้ว อาจจะสู้เป็ดไข่กากีไม่ได้ แต่ในเรื่องของความแข็งแรงนั้น เป็ดไข่ปากน้ำมีความทนทานมากกว่าเป็ดไข่กากี ซึ่งชาวบ้านบางส่
คุณลัดดาวัลย์ อึงสวัสดิ์ อยู่บ้านเลขที่ 186/1 หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านซ่อง อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงเป็ดไข่จนประสบผลสำเร็จ โดยเธอได้เน้นสร้างมูลค่าของไข่ ด้วยการนำมาแปรรูปทำเป็นไข่เค็มดินสอพอง ทำให้ไข่เป็ดสามารถทำตลาดได้หลากหลายช่องทาง และที่สำคัญมีบริการส่งให้ทางไปรษณีย์ ส่งตรงถึงบ้านกันเลยทีเดียว คุณลัดดาวัลย์ อึงสวัสดิ์ และสามี คุณลัดดาวัลย์ เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีมีอาชีพเกษตรกรรมเกี่ยวกับการปลูกพืชไร่ ต่อมาพอทำไปเรื่อยๆ เริ่มรู้สึกว่าทำรายได้ไม่ค่อยดี จึงเปลี่ยนมาเลี้ยงโคเลี้ยงกระบือในเวลาต่อมา แต่ก็ยังไม่ตอบโจทย์ต่อการสร้างรายได้ของเธอ ทำให้ได้มองเห็นอีกหนึ่งช่องทางคือการเลี้ยงเป็ดไข่ที่น่าจะเป็นอาชีพที่ทำเงินได้อย่างแท้จริง พื้นที่ภายในฟาร์ม “ช่วงนั้นเราเห็นว่าลูกเราชอบกินไข่เป็ดทุกวัน ก็มีโอกาสได้ไปรู้จักว่า ที่ศูนย์วิจัยและบำรุงสัตว์ กบินทร์บุรี เขาก็มีการสนับสนุนแจกเป็ดให้มาเลี้ยง ช่วงนั้นเราก็ได้รับมาเลี้ยงก่อนประมาณ 20 ตัว เป็ดก็ให้ไข่ออกมาจำนวนมาก ทีนี้ไข่เริ่มกินไม่ทัน ก็เลยเอาไข่ที่มีมาทำไข่เค็มก่อน พอเสร็จแล้วก็ลองไปขายตามต
