เพจ
แชร์-ไลก์ กันกระจาย สำหรับเพจ here 666 ที่เสนอขายหมอนข้างยาวเมตรกว่า รูปร่างหน้าตาเหมือนตัวเงินตัวทองไม่มีขา ที่เจ้าของสินค้าเรียกขานตัวเองว่า “หมอนเหี้ย” พร้อมตั้งสโลแกน “ ไม่เหี้ยจริงขายไม่ได้ หมอนเหี้ย เหี้ยแท้ๆไม่มีแย้ผสม” “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” สอบถามเรื่องนี้ไปยัง คุณซิน-สุพล คำใจ ชายหนุ่มวัย 32 ปี เจ้าของไอเดียผู้ผลิต “หมอนเหี้ย” ได้ความเริ่มต้นมาว่า “ทุกวันนี้ทำธุรกิจขายของออนไลน์ ร่วมกับเพื่อนๆพี่ๆ ตอนขับรถไปเที่ยวต่างจังหวัดกัน แฟนผมเขาเห็น คนอุ้ม ตุ๊กตาหมีออกมาจากร้าน เลยพูด อุ๊ย !ตุ๊กตาหมี น่ารักจัง พี่ซิน ซื้อให้หนูบ้าง ผมบอก เหรอจะเอาเหรอ จะเอาตัวอะไร แฟนบอก พี่ว่าตัวอะไรเหมาะกับหนูอ่ะ ซื้อให้หนูหน่อย ผมเลยบอก ตัวเหี้ยมั๊ย ตุ๊กตาตัวเหี้ยไง ก็เฮกันทั้งรถเลย”คุณซิน เล่าน้ำเสียงอารมณ์ดี หลังจากนั้นรุ่นพี่ ที่ทำธุรกิจด้วยกัน เกิดความคิดน่าจะลองผลิต ตุ๊กตารูปตัวเงินตัวทอง ออกมาขายดู ก่อนจะทำการสำรวจตลาดดูว่ามีใครทำขายแล้วบ้าง ปรากฏไม่พบแม้แต่เจ้าเดียว พวกเราเลยตัดสินใจเดินหน้าทำหมอนข้างรูปร่างดังว่านี้ออกมา เริ่มต้นจากการออกแบบลวดลายกราฟฟิกใหม่ทั้งหมด ไม่ใช่พิมพ์ออกมาจากภาพถ่า
นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ขณะนี้ กรมฯได้สั่งเจ้าหน้าที่ตั้งทีมเฉพาะกิจ เพื่อศึกษาถึงการจัดเก็บภาษีจากบริษัทผู้ให้บริการผ่านออนไลน์และโซเชียลเน็ตเวิร์ค ทั้งไทยและต่างชาติ เช่น กูเกิล เฟซบุค อินสตราแกรม แอพพลิเคชั่นไอโชว์ หรือบีโกไลฟ์ เพราะถือเป็นนิติบุคคลที่เปิดให้บริการในประเทศไทยและมีผู้ใช้จำนวนมาก เมื่อมีรายได้ก็ต้องนำสู่ระบบเสียภาษีให้ถูกต้อง โดยภาษีดังกล่าวมีหลายประเทศดำเนินการและจัดเก็บอยู่ ทั้งประเทศอินโดนีเซีย, อังกฤษ และออสเตรเลีย เป็นต้น ซึ่งบางบริษัทไม่มีสำนักงานในประเทศไทย เช่น กูเกิล ทำให้กรมสรรพากรต้องพิจารณา ซึ่งอาจเสนอกระทรวงการคลังพิจารณาแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ให้ใช้บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร เพื่อเปิดทางให้บริษัทผู้ให้บริการผ่านออนไลน์และโซเชียลเน็ตเวิร์คเข้าสู่ระบบภาษีให้ถูกต้อง รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า แนวทางจัดเก็บภาษีจากบริษัทผู้ให้บริการผ่านออนไลน์และโซเชียลเน็ตเวิร์ค ถือเป็นไปตามสากลที่มีหลายประเทศดำเนินการอยู่ เนื่องจากการให้บริการของแต่ละบริษัท เมื่อมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น ก็จะมีรายได้จำนวนมาก ทำให้กระทรวงการคลัง กรมสรรพากร
