เพิ่มมูลค่า
“ผัดไทย” อาหารจานเดียวที่เป็นภาพจำของไทยในสายตาชาวโลก แท้จริงแล้วไม่ได้มีรากเหง้าเก่าแก่ตั้งแต่โบราณ แต่ถือกำเนิดขึ้นหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 โดยรัฐบาลในยุคนั้น ต้องการส่งเสริมการบริโภคก๋วยเตี๋ยว และมีการต่อยอดให้เป็นอาหารที่มีความเป็นไทย สอดคล้องกับแนวคิดการสร้างชาติในช่วงเวลานั้น แต่กว่าผัดไทยจะมาอยู่ในจุดที่เป็น “เมนูแห่งชาติ” อย่างทุกวันนี้ ก็ผ่านการปรับเปลี่ยน ดัดแปลง และเพิ่มมูลค่ามาโดยตลอด โดยผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร อย่าง เชฟแมน-สราวุธ เนียนวิฑูรย์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาศิลปะและเทคโนโลยีการประกอบอาหาร วิทยาลัยท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้มุมมองไว้อย่างน่าสนใจว่า “การตีความผัดไทย ไม่เคยหยุดนิ่ง ตั้งแต่การผัดแบบจีนที่ดัดแปลงด้วยรสเปรี้ยว หวาน เค็ม จนได้อาหารที่ลงตัว และถูกเรียกชื่อว่า ผัดไทย อันกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการผสมผสานที่เรียบง่าย แต่โดนใจผู้คน” เชฟแมน เริ่มต้นกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” อย่างนั้น ก่อนบอกต่อว่า สำหรับ “การเพิ่มมูลค่า” ผัดไทย สามารถทำได้หลายทาง หนึ่ง การเลือกสรรวัตถุดิบ เช่น ทั่วไปอาจใช้กุ้งแห้งเป็นพื้นฐาน แต่ถ้าอยากยกระดับ สามารถเปลี
เปิดสูตรสร้างอาชีพด้วยกล้วยธรรมดาๆ ให้เป็น กล้วยฉาบ ทำกินง่าย ขายได้ราคา ในอดีต เกษตรกรส่วนใหญ่มักจะปลูกกล้วย แซมกับพื้นที่ที่ดินของตัวเอง อย่าง นาข้าวหรือไร่ยางพารา ซึ่ง การปลูกกล้วย ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก เมื่อต้นกล้วยให้ผลผลิตมาก จึงเป็นเรื่องที่จะต้องหาวิธีเปลี่ยนกล้วย ให้เป็นอย่างอื่น ซึ่งการนำกล้วยมาฉาบ ก็เป็นวิธีทำได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก แถมทานเพลิน โดย พระใบฎีกานพรัตน์ ขนฺติจารี สกุล ภาคพิธเจริญ แห่งวัดโบสถ์สมพรชัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หรือที่หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตากันดีในนาม หลวงพี่ไอซ์ไขอาชีพ ที่มักนำสูตรอาหารมาแบ่งปัน สร้างอาชีพให้กับหลายๆ คน ซึ่งวันนี้หลวงพี่ไอซ์ก็นำสูตร กล้วยฉาบ มาแจกอีกเช่นเคย โดยวัตถุดิบและวิธีการทำ มีดังนี้ วัตถุดิบ 1. กล้วยน้ำว้าดิบ เขียว/นวล ใช้ได้หมด ขออย่ามีเม็ดเป็นพอ 2. น้ำมันบัว 3. น้ำตาลทราย 4. เกลือ วิธีทำ 1. นำกล้วยมาปอกเปลือกแล้วฝานแผ่นบางๆ แช่น้ำเกลือแล้วล้างให้หมดยาง นำมาพักผึ่งแดดผึ่งลมให้แห้ง 2. ตั้งกระทะใส่น้ำมันบัว ทอดไฟกลางๆ ให้เหลืองกรอบก่อนตักขึ้นเร่งไฟนิดเพื่อไล่น้ำมัน พักให้เย็นและสะเด็ดน้ำมัน 3. ตั้งกระทะใส่น้ำเปล่าเล็กน้อย ใส่น้ำตาลทราย เ
แจกสูตร “มะนาวดองน้ำปลา” เพิ่มมูลค่ามะนาวในช่วงหน้าฝน ใครๆ ก็รู้ว่า ช่วงหน้าแล้ง มะนาวมีราคาแพงที่สุดในรอบปี หลายคนอาจเคยซื้อมะนาวในราคาแพงถึงผลละ 10-15 บาทกันมาแล้ว แต่พอถึงช่วงฤดูฝนอย่างเต็มต้ว ต้นมะนาวกลับมีผลผลิตออกมามากจนล้นตลาด ราคาขายลดฮวบเหลือแค่ผลละ 1-2 บาทเท่านั้น ความจริงปัญหามะนาวถูกในช่วงฤดูฝน แก้ไขได้ไม่ยาก แค่สร้างมูลค่าเพิ่มมะนาว โดยนำมะนาวมาแปรรูปในลักษณะมะนาวดองน้ำปลา สามารถขายได้ราคาสูงถึงผลละ 10 บาทเลยทีเดียว คุณมณี จังพานิช เกษตรกรชาวสวนมะนาว ในพื้นที่ตำบลดอนยอ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ซึ่งมีรายได้เสริมจากการแปรรูปมะนาวดองน้ำปลาตลอดทั้งปี เล่าว่า คุณพ่อของเธอเป็นชาวจีนอพยพที่ได้สอนลูกหลานให้รู้จักการทำมะนาวดองสูตรโบราณ เริ่มจากนำผลมะนาวมาล้างน้ำให้สะอาด แช่น้ำเกลือ 3 คืนก่อนจึงค่อยนำลูกมะนาวมาฝนเปลือกออกด้วยกระดาษทรายน้ำ เอามีดปาดบริเวณหัวจุกมะนาวเป็น 4 แฉก และนำผลมะนาวไปนึ่งในความร้อนเพื่อฆ่าเชื้อโรค ประมาณ 15-20 นาที หลังจากนั้น ให้นำผลมะนาวออกมาตากแดดอีก 3 วัน จึงนำไปนึ่งด้วยความร้อนอีกครั้ง ระหว่างนี้ คุณมณีจะเตรียมน้ำดองมะนาว ที่ใช้น้ำปลายี่ห้อที่คิดว่าอร่อยท
“สถาบันการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร” ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์สมุนไพร 3.6 แสนล้านบาท เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่สถาบันการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ผู้ตรวจ ราชการกระทรวงสาธารณสุขเขต 6 เดินทางมายังโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อร่วมพิธีเปิด สถาบันการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี และคณะผู้บริหารโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ให้การต้อนรับ นายแพทย์สุขุม กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายส่งเสริมและพัฒนาการนำแพทย์แผนไทยและสมุนไพรมาใช้ในระบบบริการสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ภายในปี 2565 ตั้งเป้าให้ประชาชนเข้าถึงบริการการแพทย์แผนไทยร้อยละ 20 โดยเปิดบริการตรวจรักษาด้วยการแพทย์แผนไทยคู่ขนานในโรงพยาบาลทุกระดับ รวมทั้งจะเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์สมุนไพรให้ได้ 3.6 แสนล้านบาท ช่วยสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพ ส่งเสริมผลิตภัณฑ์สมุนไพรให้เป็นสินค้านวัตกรรม เพิ่มโอกาสแข่งขันในตลาดโลก เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรและผู้ประกอบการภายในประเทศ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่อว่า โ
ข้าวโพด เป็นอาหารทั้งของมนุษย์และสัตว์ มีทั้งชนิดที่กินได้โดยไม่ต้องแปรรูปก่อน และชนิดที่ต้องแปรรูปก่อนกิน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หรือข้าวโพดไร่ที่ส่วนหัวบนสุดของเมล็ดข้าวโพดจะมีลักษณะหัวบุ๋มหรือหัวบุบหรือหัวแข็งที่ต้องนำมาแปรรูปด้วยการทอดกรอบก่อนกิน เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ เป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพเพิ่มมูลค่า สู่รายได้ที่มั่นคง คุณสวัสดิ์ สงวนชม เกษตรอำเภอท่าหลวง เล่าให้ฟังว่า ข้าวโพดเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ อำเภอท่าหลวงมีพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 13.369 ไร่ เกษตรกร 2,388 ครัวเรือน พื้นที่เก็บเกี่ยวได้แล้ว 1,500 ไร่ ได้ผลผลิต 2,250,000 กิโลกรัม หรือได้ผลผลิตเฉลี่ย 1,500 กิโลกรัม ต่อไร่ เกษตรกรนำออกขายได้ราคา 4.00 บาท ต่อกิโลกรัม การพัฒนาคุณภาพการผลิตเกษตร ได้ส่งเสริมการรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชน เพื่อให้สมาชิกกลุ่มได้ทำกิจกรรมร่วมกัน โดยจะสนับสนุนหรือจัดหาแหล่งปัจจัยการผลิตราคาถูกมาให้ใช้เพื่อลดต้นทุนการผลิต สนับสนุนด้านการตลาด หรือส่งเสริมให้ร่วมแรงใจกันพัฒนาคุณภาพผลผลิตให้ได้สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ปัจจุบันมีเกษตรกรรวมกลุ่มมาขอจดจัดตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแล้ว 69 แห่ง และมีสมาชิก 87
จาก“โครงการสนับสนุนเครือข่าย SME ใน 18 กลุ่มจังหวัด” ภายใต้แผนส่งเสริมยุทธศาสตร์การส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมระยะเร่งด่วน โดยร่วมกันคัดเลือกคลัสเตอร์ที่มีศักยภาพรวม 17 เครือข่าย อันเป็นความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ทั้ง 2 หน่วยงานได้เปิดตัวโครงการดังกล่าว พร้อมคาดการณ์ว่าภายใน 1 ปีจะเกิดการขยายตัวในระบบเศรษฐกิจ 530 ล้านบาท และสามารถลดต้นทุนได้ 65 ล้านบาท ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมอยู่ใน 17 คลัสเตอร์ จำนวนหนึ่งเป็นผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่เพิ่งผลิตสินค้าได้ไม่นาน บางรายเป็นสินค้าใหม่ที่ยังไม่เคยมีวางขายในท้องตลาดมาก่อน ดังนั้น การเข้ารวมกลุ่มเครือข่ายนี้จึงเกิดประโยชน์เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การซื้อวัตถุดิบและการทำตลาดร่วมกัน ประโยชน์ของมะดัน ดังที่ “คุณนงนุช เทียมณรงค์” เจ้าของผลไม้แปรรูป แบรนด์ “งามลมัย” ในนามวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผลไม้ ตำบลท่าทราย อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก แจกแจงให้ฟังว่า มีสมาชิกทั้งหมด 33 คน ได้เข้าร่วมในกลุ่มคลัสเตอร์ผู้ผลิตและแปรรูปผ
สถานการณ์ความต้องการอุปกรณ์ทางการแพทย์ในปัจจุบันเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามจำนวนของผู้ป่วยที่ต้องการรับการรักษาทางการแพทย์ที่มีมากขึ้น Film Viewer หรือตู้อ่านฟิล์มเอกซเรย์ เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่จะช่วยทำให้แพทย์สามารถมองเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นภายในได้อย่างชัดเจน เช่นเดียวกันกับทันตแพทย์เองที่จำเป็นต้องใช้ตู้อ่านฟิล์มเอกซเรย์นี้เพื่อมองหาความผิดปกติภายในช่องปากของคนไข้ แต่เมื่ออุปกรณ์ถูกใช้งานอย่างต่อเนื่องติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ทำให้อุปกรณ์เหล่านั้นเสียหายหรือชำรุดได้ อุปกรณ์ในประเภทนี้ใช้หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ ในการกำเนิดแสงสว่าง ใช้พลังงานไฟฟ้าสูงเนื่องจากการใช้หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์นั้นจะต้องมีไฟฟ้ามาเลี้ยงแผงวงจรอยู่ตลอดเวลาถึงแม้ว่าจะไม่ใช้งาน ทำให้อุปกรณ์มีความร้อนสูงส่งผลให้ชำรุดอยู่เป็นประจำ ปกติเมื่อ Film Viewer มีการชำรุด จำเป็นที่จะต้องจัดหาอุปกรณ์อันใหม่มาทดแทนโดยมีราคาสูงถึง 10,000 บาทต่อเครื่อง ชุดเก่าที่ถูกถอดออกไปนั้นก็ไม่สามารถนำกลับมาใช้งานได้อีกเนื่องจากไม่มีอะไหล่รวมไปถึงไม่คุ้มค่าในการซ่อมแซม นายสุกิจ โสดากุล สังกัดหน่วยอาคารสถานที่และซ่อมบำรุง คณะทันตแพทยศาสตร์
