เพิ่มโทษ
แก้กฎหมาย! เพิ่มโทษพ่อค้ามักง่าย ขาย สินค้าห่วย โทษหนักปรับ 2 ล้าน สินค้าห่วย / วันที่ 12 มี.ค. นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินการแก้ไข พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 ว่า ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ผ่านความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.แล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนรอประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง โดยสาระสำคัญ ได้แก้บทลงโทษ เช่น เพิ่มโทษปรับผู้ทำและนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่ต้องเป็นไปตามมาตรฐานบังคับ โดยไม่ได้รับอนุญาต จากเดิมจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และโทษผู้จำหน่ายที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ต้องเป็นไปตามมาตรฐานบังคับ โดยไม่แสดงเครื่องหมายมาตรฐาน จากเดิมจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับตั้งแต่ 5,000-50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เนื่องจากต้องการให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน และให้ผู้ประกอบการเข้มงวดผลิตสินค้าได้คุณภาพ พ.ร.บ.ฯใหม่ ได้เพิ่มโทษปรับสูงขึ้น เพราะคณะทำง
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าที่ประชุมครม.เห็นชอบร่างพ.ร.บ.ขายตรง และตลาดแบบตรง หลังจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ร่วมกันทบทวนร่างกฎหมายใหม่ ตามความเห็นของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือสนช. โดยปรับปรุงแนวทางการควบคุมธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรงให้รัดกุมมากขึ้น และให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ด้วยการกำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ประกอบการให้รุนแรงขึ้น เพื่อป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค พร้อมกับส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และโอทอป เข้ามาเป็นผู้ประกอบธุรกิจได้สะดวกขึ้น สำหรับสาระสำคัญของกฎหมายดังกล่าว กำหนดให้แยกคุณสมบัติของผู้ที่ยื่นคำขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจทั้ง 2 ประเภทออกจากกัน โดยธุรกิจขายตรง ซึ่งมีลักษณะที่ธุรกิจผ่านตัวแทนขาย อาจมีการชักชวนคนให้เข้าร่วมเป็นเครือข่ายโดยตกลงให้ผลประโยชน์ตอบแทนใน ลักษณะของแชร์ลูกโซ่ จึงต้องกำหนดคุณสมบัติผู้ที่เข้ามาจดทะเบียนอย่างเข้มงวด โดยต้องมีสถานะเป็นบริษัทมหาชนจำกัด และบริษัทจำกัด รวมทั้งยังเปิดทางให้ห้างหุ้นส่วนสามารถยื่นขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขาย ตรงได้ แต่จำกัดเฉ
