เมือง
“เนรมิตเมือง” (Neramyth City: Branding Cities into Creative Assets) โครงการที่ชวนคนในพื้นที่กลับมาค้นหาและทำความเข้าใจตัวตนของเมือง ตั้งแต่คุณค่าที่ผู้คนมีร่วมกัน วิถีชีวิต ภูมิปัญญา วัฒนธรรม ไปจนถึงศักยภาพและสินทรัพย์ที่มีอยู่ในพื้นที่ ก่อนนำสิ่งเหล่านั้นมาต่อยอดเป็นทิศทางในการพัฒนาเมือง และถ่ายทอดผ่านการสร้างแบรนด์เมืองสร้างสรรค์ที่มีตัวตนชัดเจนขึ้น การสร้างแบรนด์เมืองอาจไม่ใช่การสร้างสิ่งใหม่ให้กับเมืองเสมอไป เพราะในแต่ละพื้นที่มีเรื่องราว ผู้คน วิถีชีวิต ภูมิปัญญา วัฒนธรรม และต้นทุนที่สั่งสมอยู่แล้ว เพียงแต่สิ่งเหล่านี้อาจยังไม่ได้ถูกมองเห็นหรือถูกเล่าเรื่องออกมาในภาพเดียวกัน การพาเมืองไปข้างหน้า จึงอาจเริ่มจากการกลับมาทำความเข้าใจว่า เมืองมีอะไรดีอยู่แล้ว และจะทำให้สิ่งต่างๆ เหล่านั้นมีคุณค่ามากขึ้นได้อย่างไร “เนรมิตเมือง” จึงไม่ได้ใช้วิธีการสื่อสารให้ทุกเมืองเหมือนกัน แต่เราเปิดพื้นที่ให้แต่ละเมืองค้นหาคุณค่าที่เป็นของตัวเอง แล้วนำมาพัฒนาเป็นทิศทางที่สามารถเชื่อมโยงคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ โอกาสทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว รวมถึงการต่อยอดให้สิ่งที่มีอยู่ให้กลายเป็นคุณค่
“ช่วงเวลาที่คนกรุงเทพฯ เข้างานมากที่สุดคือ 10 โมงเช้า ในขณะที่เชียงใหม่ ขอนแก่น อยู่ที่ 8 โมง การเดินทางไปทำงานไกลกว่า และอาจเสียเวลารถติดหรือเลี่ยงการเดินทางในชั่วโมงเร่งด่วน ซึ่งก็นำไปสู่แนวคิดการสร้างย่านละแวกหรือนโยบาย ‘เมือง 15 นาที’ ที่ช่วยให้ผู้คนได้ทำงาน หรือมีบริการที่จำเป็นในย่านละแวกบ้าน ลดเวลาการเดินทางเพื่อนำไปใช้ชีวิตที่ต้องการได้” ‘คนส่วนใหญ่เข้างานเช้าแค่ไหน เลิกงานกันกี่โมง และมีเวลาไปทำกิจกรรมอื่นมากน้อยแค่ไหน’ ‘เมืองใหญ่มีพื้นที่ให้กับกิจกรรมแบบไหน มีเพียงพื้นที่ทำงาน หรือมีพื้นที่หลากหลายให้คนได้พักผ่อนหย่อนใจ’ ‘คนสูงวัยใน 4 เมืองใหญ่ใช้ชีวิตกันอย่างไร กระจายตัวทั่วเมืองหรือไม่ หรือกระจุกตัวอยู่ในย่านที่คุ้นเคย’ นี่คือตัวอย่างของคำถามที่นำไปสู่การค้นหาและเปิดโลกเรื่อง ‘เมือง’ ในโปรเจ็กต์ชื่อว่า ‘Dynamic Cities via Mobility Data หลากชีวิตในเมืองที่โลดแล่น’ โปรเจ็กต์ที่ใช้ข้อมูล Mobility จากทรู โดยมีหมุดหมายในการศึกษาชีวิตผู้คนและเมืองที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ด้วยข้อมูลระดับ Big Data ที่มุ่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เรียกได้ว่าโปรเจ็กต์นี้มีความแปลกใหม่และน่าสนใจ 3 แง่มุม คือ ห
ผลสำรวจเมืองของโลกที่มีสถิติชั่วโมงทำงานน้อยที่สุดในโลกพบว่าแชมป์ทำงานน้อยชั่วโมงเป็นของชาวกรุงปารีสประเทศฝรั่งเศสมีชั่วโมงทำงานต่อปีที่ 1,604 ชั่วโมง ซึ่งเป็นรายงานจากยูบีเอสที่วิเคราะห์การทำงานและรายได้ของคนทำงานใน 71 เมือง ทั้งนี้ ผลศึกษาพบว่ากรุงปารีสมีอัตราเฉลี่ยมนุษย์ทำงานที่ 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และได้รับวันลาพักร้อน 29 วัน ขณะที่ฮ่องกง คือเมืองที่ประชากรทำงานจำนวนชั่วโมงมากสุดในโลก เฉลี่ยที่ 2,606 ชั่วโมงต่อปี หรือมากกว่า 50 ชั่วโมงต่อสัปาห์ สำหรับสถิติเมืองชั่วโมงทำงานน้อยสุดในโลกเรียงลำดับดังนี้ 1.ปารีส(1,604ชั่วโมงต่อปี)วันลาพักร้อน 29 วัน 2.ลียง (1,631 ชั่วโมงต่อปี) วันลาพักร้อน 29 วันต่อปี 3.มอสโคว์ (1,647 ชั่วโมงต่อปี) วันลาพักร้อน 31 วันต่อปี 4.เฮลซิงกิ (1,659 ชั่วโมงต่อปี) วันลาพักร้อน 29 วันต่อปี 5.เวียนนา (1,678 ชั่วโมงต่อปี) วันลาพักร้อน 27 วันต่อปี 6.มิลาน (1,691 ชั่วโมงต่อปี) วันลาพักร้อน (ไม่ได้แจ้ง) 7.โคเปนเฮเก้น (1,697 ชั่วโมงต่อปี) วันลาพักร้อน (ไม่ได้แจ้ง) 8.ลักเซมเบิร์ก (1,703 ชั่วโมงต่อปี) วันลาพักร้อน 32 วันต่อปี 9.วิลนิอุส (1,716 ชั่วโมงต่อปี) วันลาพักร้อน
