เมืองมรดกโลก
จิม ทอมป์สัน แบรนด์ไอคอนิกไลฟ์สไตล์ระดับโลกจากเมืองไทย เดินหน้าต่อยอดประสบการณ์ไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยว ล่าสุด เผยความร่วมมือครั้งสำคัญกับ DTH Travel เพื่อรังสรรค์ประสบการณ์การเดินทางสุดเอ็กซ์คลูซีฟบนรถไฟท่องเที่ยวระดับพรีเมียม The Blue Jasmine รถไฟมรดกที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงาม โดยความร่วมมือ The Blue Jasmine x Jim Thompson ในครั้งนี้นำเสนอกิจกรรมต้อนรับก่อนออกการเดินทางที่ Jim Thompson Heritage Quarter แลนด์มาร์กดังใจกลางกรุงเทพฯ นอกจากนี้ จิม ทอมป์สัน ยังร่วมตกแต่งภายในขบวนรถไฟและโต๊ะอาหารด้วยผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ ผู้โดยสารของทริปยังจะได้รับชุดสิ่งอำนวยความสะดวก (Amenity Kit) จากจิม ทอมป์สัน พร้อมเพลิดเพลินกับการเลือกซื้อสินค้าของจิม ทอมป์สัน กับโชว์รูมบนรถไฟแห่งแรกของแบรนด์ ตลอดการเดินทาง 9 วันสู่สถานที่ท่องเที่ยวอันเปี่ยมประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม The Blue Jasmine คือรถไฟมรดกจากทศวรรษ 1960 ประกอบด้วย 10 ตู้โดยสารที่รองรับผู้โดยสารได้ 37 ท่าน เส้นทางการเดินทางจะพาผู้โดยสารจากกรุงเทพฯ สู่จังหวัดที่เปี่ยมมนต์เสน่ห์ ทั้งอยุธยา อุทัยธานี เชียงใหม่ และสุโขทัย โดยจะออกเดินทางครั้งแรกในวันท
สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน จัดงาน “เสน่หา มนตรา น่านนครา เมืองเก่ามีชีวิต” ระหว่างวันที่ 6 มิถุนายน – 6 สิงหาคม 2568 เวลา 18.30–21.30 น. ณ บริเวณกำแพงเมืองเก่าน่าน ข่วงเมือง ถนนผากอง และถนนมหาวงศ์ ภายใต้โครงการ “น่านเมืองเก่ามีชีวิต สร้างสรรค์เมืองแห่งวัฒนธรรมสู่มรดกโลก” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ฟื้นฟูอัตลักษณ์ท้องถิ่น และสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน พิธีเปิดงานจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน 2568 เวลา 17.00 น. นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ประธานในพิธีกล่าวเปิดงานว่า “น่านเป็นเมืองที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และภูมิปัญญาท้องถิ่น โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนเมืองเก่าให้กลับมามีชีวิต พร้อมยกระดับการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ และมุ่งสู่การเป็นเมืองมรดกโลกอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต ซึ่งสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่านและทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมครั้งนี้อย่างเต็มที่” นอกจากนั้น พิธีเปิดยังมีโชว์พิเศษจากศิลปินล้านนา ลานนา คัมมินส์ และ มัสแตง พีรภัทร พร้อมด้วยการแสดงซอและ
วิถีชีวิตเรียบง่าย ‘ตลาดเช้าหลวงพระบาง’ ปลาสดๆ ไก่เป็นๆ ยังมีขาย สมกับเป็นเมืองที่องค์การยูเนสโกได้ยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลก “หลวงพระบาง” อยู่ไม่ไกลนักจากประเทศไทย หากอยากเดินทางมาชมความงามของเมืองนี้ หนทางที่สะดวกที่สุดคือการโดยสารด้วยเครื่องบิน ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งแลนดิ้งถึงหลวงพระบางทันที เมื่อเข้าสู่ตัวเมืองหลวงพระบาง ท่านจะพบกับความเรียบง่ายในวิถีชีวิตของชาวบ้าน พบวัฒนธรรมที่น่ารัก ผู้คนยิ้มแย้ม พูดคุยคนละภาษาแต่ฟังกันรู้เรื่อง ข้อสำคัญของการมาเมืองหลวงพระบางคือ ห้ามนำรถบัสคันใหญ่ 25 ที่นั่งเข้าตัวเมือง เพราะจะทำให้ถนนหนทางหรือบ้านเรือนที่บางหลังมีอายุหลายสิบปีชำรุดเสียหาย นักท่องเที่ยวจึงจำเป็นต้องใช้สกายแลบ หรือรถตู้ปรับอากาศแทน ไม่มีมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เพราะทุกบ้านมีมอเตอร์ไซค์กันหมด ในทุกๆ เช้าของเมืองหลวงพระบาง ยอมตื่นเช้าสักนิด บรรยากาศดีมาก อาบน้ำใส่ชุดประจำชาติ แวะมาทำกิจกรรมตักบาตรข้าวเหนียว ที่มีพระเดินบินฑบาตมากถึง 200 องค์จาก 13 วัด เสร็จแล้วแวะเดินตลาดเช้ากันต่อ ชมวิถีชีวิตเรียบง่าย ของคนทำมาค้าขายที่นี่ คล้ายคลึงกับตลาดนัดช่วงเช้าตามต่างจังหวัดของไทย ของขายที่ยกให้เป
