เรือล่มอยุธยา
นายสุนทร พันธุ์เสือทอง เจ้าของเรือสมบัติมงคลชัย ซึ่งจมในแม่น้ำเจ้าพระยาจนมีผู้เสียชีวิต 28 ราย หลังจากรับทราบ 2 ข้อหาหนักแล้ว ได้เปิดเผยก่อนไปที่ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาว่า ถึงแม้ว่าจะขอปฏิเสธในคดีที่ตำรวจแจ้ง แต่ด้านมนุษยธรรมตนเองก็จะขอช่วยเหลือครอบครัวของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ โดยครั้งแรกตั้งใจช่วยเหลือครอบครัวศพละ 10,000 บาท แต่ถึงวันนี้ได้ติดต่อขอเรือน้องชายอีก 1 ลำ และที่ดินของน้องสาวอีก 1 แปลง เพื่อขายสมบัติทั้งตระกูล มาช่วยเหลือครอบครัวที่สูญเสียเพิ่มเติม สำหรับ ประเด็นทะเบียนเรือนั้น ตนเองได้ขึ้นทะเบียนเรืออย่างถูกต้องกับสำนักงานเจ้าท่าจังหวัดนนทบุรี โดยขึ้นทะเบียนในวันที่ 8 มิถุนายน 59 ทะเบียนเรือมีอายุ 1 ปี จะต้องต่ออายุ ซึ่งในการต่อทะเบียนเรือให้ถูกต้องตามกฎหมาย ก็ต้องทำประกันภัยเรือตามที่กฎหมายกำหนด และตนเองก็จ่ายเงินค่าธรรมเนียนต่ออายุเรือและค่าประกันภัยแก่เจ้าหน้าที่ไป หมดแล้ว และก็ได้ใบอนุญาตต่ออายุเรือมาอย่างถูกต้อง แต่พอเกิดเหตุถามกลับไปที่สำนักงานเจ้าท่าจังหวัดนนทบุรี อ้างว่าตนเองไม่ได้ต่อประกันภัย แบบนี้ใครอธิบายได้ว่าว่าเกิดอะไรขึ้น และเงินที่จ่ายไปไหน และใบอนุญาตอ
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 18 ก.ย. พ.ต.ต.ธนัท แสงอรุณ สารวัตร สอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเกิดเหตุเรือโดยสารล่มภายในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณท่าน้ำหน้าวัดสนามไชย ม.9 ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยนายเรวัต ประสงค์ รองผวจ. พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.สุรพงค์ ธรรมพิทักษ์ ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา หน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา มูลนิธิพุทไธสวรรย์ พบเรือโดยสารสีขาวสองชั้นจมอยู่ครึ่งลำ ผู้โดยสารที่มากับเรือต่างพากันหนีตายออกจากเรือที่กำลังจะจม เจ้าหน้าที่เร่งให้การช่วยเหลือขึ้นจากน้ำ ปั๊มหัวใจเพื่อช่วยชีวิตกันจ้าละหวั่น ช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา กว่า 30 ราย โดยการช่วยเหลือต้องแข่งกับกระแสน้ำไหลเชี่ยวแรง จากคำให้การของผู้ที่รอดชีวิตที่มากับเรือโดยสารดังกล่าว ทราบว่ายังมีผู้ที่ติดอยู่ในเรือ เจ้าหน้าที่จึงเร่งทำการค้นหา พบผู้เสียชีวิตจำนวน 8 ราย ติดค้างอยู่ในเรือ ส่วนที่โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา พบว่า เสียชีวิตที่โรงพยาบาลจำนวน 5 ราย เป็นหญิง 4 ราย ชาย 1 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 38 ราย อย่างไรก็ตาม ยอดผู้เสียชีวิตยังไม่นิ่ง
