เรือสำราญ
สาวไทย หนักเอา เบาสู้ ทำงานบนเรือสำราญ ชีวิตดี๊ดี เที่ยวรอบโลก แถมได้ตังค์ เรื่องราวของสาวไทยคนขยัน ทำงานหนักเอา เบาสู้ ผู้ใช้ชื่อว่า Kikkiz Kobkaew ได้ออกมารีวิวอาชีพทำงานในแผนกครัวบนเรือสำราญ ที่ท่องไปทั่วโลก โดยโพสต์ประสบการณ์การทำงานของเธอให้กับหนุ่ม-สาว หลายคน ที่กำลังมองหางานทำ ว่า เธอเดินทางมาแล้วรอบโลก นับตั้งแต่ ยุโรป อเมริกาเหนือ, กลาง, ใต้ ตะวันออกกลาง และ เอเชีย โดยก่อนหน้าที่จะเข้าสู่วงการเรือสำราญนั้น เธอเคย Work and Travel ในปี 2007 3 เดือน, 2008 4 เดือน ที่อเมริกา และ ฝึกงานปี 2009 13 เดือน ที่อเมริกา และเริ่มงานเรือในปี 2010 แต่อยู่นานหรือถาวรไม่ได้ เพราะเป็นห่วงที่บ้าน แต่ก็อยู่ไทยไม่ติดเช่นกัน สาวเจ้าของโพสต์ กล่าวต่อว่า ทำงานในแผนกครัวบนเรือสำราญ เข้าปีที่ 10 แล้ว งานบนเรือหนักมาก ต้องทำงาน 10 ชั่วโมงต่อวัน บางคนลาก Duty ยาวๆ ไปเลย 10 ชั่วโมง พักในระหว่าง 10 ชั่วโมง มีเวลาพักครั้งละ 30 นาที บาง Duty เข้าเช้าพักบ่ายอาจจะ 3-4 ชั่วโมง แต่เธอโชคดีที่ได้อยู่ Night Duty ส่วนมากเรือจะแล่นตอนกลางคืน จอดท่าหรือเมืองต่างๆ ตอนกลางวัน ฉะนั้น กลางคืนเธอจะทำงาน แล้วกลางวันได้ออกเ
เบื่องาน อยากย้ายประเทศ รีวิวอาชีพ ทำงานในกาสิโน บนเรือสำราญ คุณกัส อายุ 27 ปี ที่ใช้ชื่อเพจ Patraporn Klubdee อนุญาตให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เรียบเรียงเรื่องราวของเธอ เกี่ยวกับการเดินทางไปทำงานบนเรือสำราญ ที่ล่องไปในหลายน่านน้ำทั่วโลก ว่า ปัจจุบันเธอทำงานในตำแหน่ง Slot Attendant ในกาสิโนของเรือสำราญ ซึ่งตำแหน่งนี้หน้าที่หลักๆ คือ Customer Service หรือบริการลูกค้า “ใครคิดว่างานเรือเป็นงานหนัก ขอให้คิดใหม่ เพราะถ้าได้มาทำในแผนกกาสิโน งานเบามากจ้า ปกติเพื่อนๆ อาจจะเคยเห็นคนไทยที่ทำงานเรือจะอยู่ในแผนกครัว หรือ F&B หรือ สปา ซึ่งงานหนักมาก” คุณกัส ระบุ อย่างนั้น ส่วนเหตุผลที่ทำให้เธอ สมัครมาทำงานนี้ มีหลายข้อด้วยกัน คือ เป็นคน ชอบเที่ยว อยากเก็บเงิน และเบื่องานเดิม เบื่อเมืองไทย นอกจากนี้ คุณกัส ยังเปรียบเทียบให้เห็น ข้อดี-ข้อเสีย ของการทำงานบนเรือสำราญ ให้ทราบด้วยว่า ข้อดี เช่น กินฟรี ที่พักฟรี เที่ยวฟรี ไม่ต้องล้างจาน ไม่ต้องซักชุดยูนิฟอร์ม ไม่ต้องทำความสะอาดห้องน้ำ-ห้องนอน มีเวลาเที่ยวเยอะ ไปทำกิจกรรมเดียวกับแขกได้โดยไม่ต้องเสียเงิน เนื่องจากเวลาเรือจอดเทียบท่า กาสิโนจะไม่สามารถเปิดท
อนุทิน-อธิรัฐ ยืนยัน ไม่อนุญาตให้ “เรือเวสเทอร์ดาม” เทียบท่า จากกรณีสื่อหลายสำนักรายงานข่าวว่า เรือสำราญเวสเทอร์ดาม (Westerdam) ซึ่งมีผู้โดยสารบนเรือ 2,000 คน ได้รับอนุญาตจากทางการไทย ให้เข้าเทียบท่าที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ในวันที่ 13 ก.พ.นี้ หลังจากถูกประเทศญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน ปฏิเสธไม่ให้เข้าเทียบท่า เพราะปัญหาเรื่องการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ว่า “สั่งการแล้ว ไม่อนุญาตให้เทียบท่า” ต่อมา นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีข่าวว่าเรือ เอ็มเอส เวสเทอร์ดาม (Westerdam) พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือกว่า 2,200 คน จะเทียบท่าที่ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี วันที่ 13 กุมภาพันธ์ หลังจากถูกฟิลิปปินส์ ไต้หวัน ญี่ปุ่น ปฏิเสธให้เทียบท่า เพราะความกังวลเรื่องไวรัสโคโรนา 2019 นั้น ในเรื่องนี้ยืนยันว่าทางตัวแทนเรือดังกล่าวได้มีการประสานงานมายัง กรมเจ้าท่า (จท.) เมื่อวานนี้ (10 ก.พ.) จริงเพื่่อขออนุญาตที่จะเข้ามาจอดเทียบท่าที่ท่าเรือแหลมฉบัง ดังนั้นทาง กรมเ
เล่าเรื่องสารพัดมาแล้วยังไม่เคยเอ่ยถึงเรือสำราญเลย ช่วงนี้มีข่าวเรื่องเรือสำราญลำใหม่เผยโฉมออกมาเยอะมาก จึงคิดว่าได้เวลาเล่าสู่กันฟังแล้วล่ะ เรือสำราญนั้นเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์ในตัวเองและมีให้เลือกหลายรูปแบบด้วยกัน เหมาะสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งที่ไปเดี่ยวๆ (เพื่อหาเพื่อนใหม่) ทั้งไปแบบมีคู่แล้ว (ฮันนีมูน) หรือเดินทางกันแบบครอบครัวเพื่อจะได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันอย่างใกล้ชิด เพราะว่าที่ทางบนเรือนั้นมีข้อจำกัดไม่ให้ใครหนีหน้าใครไปไหนได้ ใครที่เคยชมภาพยนตร์ชุด The Love Boat หรือ “เรือรัก เรือสำราญ” ซีรีส์อเมริกันอันโด่งดังที่ฉายกันทางสถานีโทรทัศน์เอบีซี ระหว่างปี พ.ศ. 2520-2529 คงจะจำภาพความหรูหราสำเริงสำราญบนเรือสำราญลำนั้นได้ เรื่องราวสุดแสนจะโรแมนติกของการพบรัก ความหรูหราฟุ่มเฟือย ความขัดแย้ง ปมปริศนาหรือแม้แต่ความตื่นเต้นผจญภัย กรณีการฆาตกรรม มีครบทุกรสบนเรือสำราญขนาดใหญ่ลำหนึ่ง ที่มีทุกอย่างบริการครบถ้วนประดุจเมืองเมืองหนึ่งลอยไปลอยมาอยู่ในน้ำ นั่นแหละคือความหมายของเรือสำราญที่ภาพยนตร์โทรทัศน์เรื่องนี้ได้นำเสนอเป็นภาพทรงจำ ประทับใจผู้คนทั่วโลก หากจะย้อนอดีตไปถึงต้นทางท
