เลิกกิจการ
จ่อปิดฉาก ธุรกิจทัวร์! เจ๊เกียว ชี้ พิษโลว์คอสต์-โควิด ขาดทุนหนัก ถอดใจ ไม่ทำต่อ เว็บไซต์ มติชนออนไลน์ เผยบทสัมภาษณ์ของ เจ้าแม่รถทัวร์ อย่าง เจ๊เกียว-สุจินดา เชิดชัย ออกมาเคลื่อนไหวขอขึ้นค่าโดยสาร ในทุกครั้งที่มีข่าวราคาน้ำมันมีการปรับขึ้น โดยในวันที่ 12 พฤษภาคม 2565 จะเป็นอีกครั้งที่ เจ๊เกียว ซึ่งวันนี้สวมหมวก 2 ใบ นั่งเป็นนายกสมาคมผู้ประกอบการรถร่วมรถโดยสารบขส. และเจ้าของอู่รถเชิดชัยและ บริษัท เดินรถเชิดชัย ตบเท้าเข้ายื่นหนังสือต่ออธิบดีกรมการขนส่งทางบกขอปรับค่าโดยสารอีก 1 สตางค์ต่อกิโลเมตร หลังราคาน้ำมันดีเซลดีดขึ้น 32 บาทต่อลิตร เกินจากที่คำนวณไว้ 27 บาทต่อลิตร “ตั้งแต่โควิดระบาด ผู้ประกอบการรถทัวร์ได้รับผลกระทบหนักมาก มีหยุดวิ่งและเลิกกิจการไปก็เยอะ จากที่เรามีอยู่กว่า 3,000 คัน ตอนนี้เหลืออยู่แค่ 30% เพราะวิ่งไปก็ไม่คุ้ม ไม่มีผู้โดยสารมาใช้บริการ ที่ผ่านมากรมการขนส่งทางบกให้ผู้ประกอบการวิ่งวันละ 1 ขา ใน 1 จังหวัด คือ ไป 1 เที่ยว กลับ 1 เที่ยว ซึ่งแต่ละจังหวัดจะมีรถร่วม 4-5 บริษัทที่สลับวิ่งบริการได้ หากบริษัทใดบริษัทหนึ่งหยุดวิ่ง” เจ๊เกียว เปิดใจ ในส่วนของเชิดชัยทัวร์ “เจ๊เกียว”
ปิดทั้งน้ำตา! เจ้าของ โกดังชาบู พิษเศรษฐกิจ-ของแพง ยื้อไม่ไหว-เครียดหนัก จำใจเลิกกิจการ จากกรณี ร้านโกดังชาบู ไลฟ์ทั้งน้ำตา ขอโทษลูกค้า ที่ต้องปิดกิจการ หลังยื้อไม่ไหว จากสภาพเศรษฐกิจที่ข้าวของราคาแพงอย่างหนัก ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 65 คุณมธุรา อดเหนียว หรือ พี่แก้ว อายุ 30 ปี เจ้าของร้านชาบู เล่าว่า “เหตุผลที่ต้องเซ้งร้าน ขายกิจการ เพราะสุดทางแล้วจริงๆ ไม่มีทุนจะลงของ ขายวันต่อวันแล้ว ตอนนี้ของก็แพงอีก หลังร้านกลับมาเปิด เงินก็ติดลบ ขายได้ก็ต้องใช้หนี้ ต้องนำเงินเก็บออกมาใช้ จนเงินเป็นศูนย์ 2 ปีที่ผ่านมา สามีเครียดหนัก จนเป็นโรคซึมเศร้าโดยไม่รู้ตัว เก็บตัวเงียบในห้องคนเดียว ไม่ยอมกินข้าว สามีเป็นแบบนี้ ไม่รู้จะปรึกษาใคร เหมือนขาดเสาหลักครอบครัว และที่เจ็บปวดสุด สามีส่งคลิปไปให้ลูกสาวคนโตเพื่อร่ำลา ทำให้ตนต้องเฝ้าอยู่ใกล้ๆ ไม่ห่าง กลัวสามีจะคิดสั้น จึงบอกลูกสาวไปว่า เดี๋ยวแม่จะขายร้าน เอาเงินไปรักษาพ่อ” “เมื่อปีที่แล้วที่ร้านปิด ก็มีออร์เดอร์ข้าวกล่อง จากลูกค้าเข้ามา ร้านอยู่ได้เพราะข้าวกล่อง จนรัฐบาลให้เปิดนั่งกินในร้านได้ ตนก็สู้ แต่พอเริ่มขายก็เริ่มแย่ ยื้อแล้
เช็กเลย 3 ประเภทธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด เดือน ก.ค.64 เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2564 นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แถลงข่าวการจดทะเบียนธุรกิจของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ประจำเดือนกรกฎาคม 2564 โดยมีรายละเอียด ดังนี้ ธุรกิจจัดตั้งใหม่เดือนกรกฎาคม 2564 – จำนวนธุรกิจจัดตั้งใหม่ มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่ทั่วประเทศในเดือนกรกฎาคม 2564 จำนวน 5,661 ราย โดยมีมูลค่าทุนจดทะเบียนจำนวน 13,543.18 ล้านบาท – ประเภทธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 593 ราย คิดเป็น 10% รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 240 ราย คิดเป็น 4% และอันดับ 3 คือ ธุรกิจขนส่งและขนถ่ายสินค้ารวมถึง คนโดยสาร จำนวน 231 ราย คิดเป็น 4% ตามลำดับ – ธุรกิจจัดตั้งใหม่แบ่งตามช่วงทุน โดยช่วงทุนที่มีจำนวนรายธุรกิจจัดตั้งใหม่ทั่วประเทศมากที่สุด ได้แก่ ช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท มีจำนวน 4,307 ราย คิดเป็น 76.08% รองลงมาช่วงทุนมากกว่า 1-5 ล้านบาท จำนวน 1,272 ราย คิดเป็น 22.47% ลำดับถัดไป คือ ช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท มีจำนวน 73 ราย คิดเป็น
อยากเจ็บน้อยที่สุด! เลิกร้านกิจการ 20 บาททุกอย่าง…มีทางออกอย่างไรบ้าง กระทู้น่าสนใจเมื่อไม่กี่วันก่อน ผ่านเว็บไซต์ “พันทิป” เจ้าของกิจการท่านหนึ่ง ออกมาระบุเรื่องราวของตัวเขา ว่า “พอดี ผมนำของมาจากจีนครับ หลายอย่างเลย ผมลงทุนไปหนักมากๆ เลยครับ หลักล้านบาท เเละ หวังว่ามันจะขายดีครับ ผมจะมาเปิด เป็นร้าน ขายส่ง เเละ ปลีกไปพร้อมๆ กัน เเต่ดันไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะว่า ขายได้วันละ 500 – 2,000 เเต่ 2,000 เดือนนึง จะมีสัก 2-3 ครั้ง ส่วนมากจะ 500 วันๆ ไม่ถึง 500 ก็มี ค่าเช่าที่ ก็เดือนละ 18,000 ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ากิน รวมๆ เดือนนึง ก็ 25,000 ++ ไหนจะค่ารถอีก เงินในบัญชี ก็ กำลังจะหมด ตอนนี้ผมคิดออกเป็น 2 ทางครับ ทางที่ 1. ผมกะว่าจะไปหาที่ใหม่ เเล้วจะซื้อของจากร้านขายส่งมา เพื่อจะขายต่อ เพื่อให้ของมันครบ (คือตอนนี้ ของที่นำมาจากจีน เมื่อเทียบกับร้าน 20 ผมยังไม่ครบเหมือนเขา) เเต่ผมกลัวว่าที่ใหม่ก็จะไม่รอดเหมือนกัน ทางที่ 2. ผมกะว่า จะโล๊ะของ นั้นนะสิทำยังไง ผมก็เลยคิดว่า ต้องไปติดต่อร้านขายส่งใหญ่ๆ เเต่ไม่รู้ว่า เขาจะเอารึเปล่า เพราะของที่ตั้งอยู่ ตรงนี้มันก็ราคาหลักล้านนะ ผมวานผู้รู้ช่ว
